
เปิดศึกชิงตลาดสมาร์ตโฟน เกาะกระแส โซเซียล เน็ตเวิร์ก
8...ทีมข่าวต่างประเทศ
วันนี้โทรศัพท์มือถือธรรมดาๆ กำลังจะล้มหายตายจากไปจากตลาด และกำลังแทนที่ด้วยคลื่นลูกใหม่ไฟแรงอย่างสมาร์ตโฟน
คุณลักษณะพิเศษของสมาร์ตโฟนหรือโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะที่ต่างจากโทรศัพท์มือถือทั่วไปมากที่สุดก็คือ สมาร์ตโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการ (Operating System หรือ OS) แบบเดียวกับคอมพิวเตอร์ PC จึงอาจกล่าวได้ว่าสมาร์ตโฟนไม่ใช่โทรศัพท์มือถือเสียทีเดียว แต่น่าจะเป็น PC มือถือที่มีฟังก์ชันโทรศัพท์รวมอยู่ด้วย
สมาร์ตโฟนไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ของวงการโทรศัพท์มือถือ แต่มีจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยมีอีริคสันเป็นผู้นำร่องด้วยรุ่น R380 ซึ่งถือเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีจอภาพแบบสัมผัส หรือทัชสกรีน และเป็นรุ่นแรกที่เรียกตัวเองว่า
“สมาร์ตโฟน”แต่อาจกล่าวได้ว่าความนิยมในโทรศัพท์มือถือรูปแบบนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็วหลังจากแอปเปิลเปิดตัว iPhone เมื่อปี 2550 ด้วยเทคโนโลยีที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก โดยเฉพาะหน้าจอแบบมัลติทัช (Multitouch) ที่ทำให้ค่ายโทรศัพท์มือถือหลายรายต้องหันมาพัฒนาเทคโนโลยีเดียวกัน
สมาร์ตโฟนยังดังเป็นพลุแตกเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ สารภาพว่าเป็นแฟนอย่างเหนียวแน่นของ BlackBerry
หลังจากนั้นเป็นต้นมาดูเหมือนยอดขายสมาร์ตโฟนจะพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยยอดขายสมาร์ตโฟนได้แซงหน้ายอดขายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2551
โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี 2552 หลังจากที่ประธานาธิบดีโอบามา สารภาพว่าเป็นสาวกของสมาร์ตโฟน
ส่วนปีนี้ยอดขายน่าจะอยู่ที่เกือบ 250 ล้านเครื่อง และมีแนวโน้มที่จะถีบตัวสูงขึ้นทุกปี โดยในปี 2554 คาดว่าจะพุ่งขึ้นมาถึง 350 ล้านเครื่อง และ 400 ล้านเครื่อง ในปี 2555 จากตัวเลขประมาณการโดยศูนย์วิจัย iSuppli
เฉพาะ BlackBerry มีฐานลูกค้ามากถึง 32 ล้านคน เมื่อถึงเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว
แม้จะมีชื่อเสียงเป็นที่ฮือฮา แต่ส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่กลับไม่ได้อยู่ในกำมือ iPhone หรือ BlackBerry แต่อยู่ในมือของโนเกีย ซึ่งเป็นค่ายแรกๆ ที่พัฒนาสมาร์ตโฟนมาตั้งแต่ปี 2539 ด้วยรุ่น Nokia 900 เพียงแต่ขณะนั้นยังไม่มีฟังก์ชันที่จะสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นสมาร์ตโฟน
ช่วงไตรมาส 3 ของปีที่แล้วส่วนแบ่งตลาดตามยอดขายของสมาร์ตโฟนของโนเกียอยู่ที่ 39.3% ตามมาด้วย Research In Motion ผู้พัฒนา BlackBerry มีส่วนแบ่งตลาด 20.8% ส่วนแอปเปิลอยู่ที่อันดับ 3 ที่ 17.1%
หากจะวัดส่วนแบ่งตลาดตามระบบปฏิบัติการ (OS) โนเกียก็ยังมีส่วนเป็นผู้นำอยู่ดี ในฐานะที่โนเกียใช้ OS ระบบ Symbian ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานทั่วโลกถึง 50.3% ช่วงไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม โนเกียอาจต้องเตรียมปรับยุทธศาสตร์เสียใหม่หากคิดจะกินเค้กชิ้นใหญ่ที่สุดของตลาดต่อไป เพราะขณะนี้ความนิยมในแอพพลิเคชันของสมาร์ตโฟนเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วด้านเทคโนโลยีและการตลาด ทำให้การประเมินความเคลื่อนไหวตลาดสมาร์ตโฟนจำกัดวงอยู่ในระยะสั้น แต่ก็ยังสามารถชี้ชัดได้ว่าในปีนี้ตลาดจะเกาะกระแสใด
พิจารณาจากแอพพลิเคชันของสมาร์ตโฟนค่ายต่างๆ จะพบว่าสมาร์ตโฟนเริ่มชะลอแอพพลิเคชันเดิมๆ ประเภทดูหนัง ฟังเพลง หรือส่งอีเมล เพื่อที่จะพัฒนาแอพพลิเคชันที่มุ่งตอบสนองความนิยมของผู้ใช้ในเครือข่ายทางสังคม หรือ Social Network มากขึ้น
สำหรับโนเกียเพิ่งพัฒนารุ่น Nokia E71 และ E72 ให้รองรับ Facebook เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งไม่นับว่าช้าหรือเร็วจนเกินไปสำหรับการเกาะกระแส แต่ยังนับว่าล่าช้ากว่า Black Berry ที่เปิดตัวแอพพลิเคชัน Face book 1.6 สำหรับ Facebook เวอร์ชัน ล่าสุด ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีที่แล้ว
ล่าสุด ในงานมหกรรม Mobile World Congress ที่นครบาร์เซโลนาของสเปน ค่าย HTC จากไต้หวัน และโมโตโรล่า ยังคงไล่บี้มาติดๆ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่เอาใจแฟนๆ Social Network โดยเฉพาะ โดย HTC เริ่มจับกระแสนี้มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่ล่าสุดยังมี HTC Legend และ HTC Desire ที่พัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อรองรับ Social Network ให้สะดวกยิ่งขึ้นอีก
ขณะที่โมโตโรล่าเปิดตัวสมาร์ตโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android พร้อมด้วยระบบอินเตอร์เฟซ Moto Blur เพื่อรองรับการใช้อีเมล ข้อความ Facebook และ Twitter ในเวลาเดียวกัน
แนวโน้มการต่อสู้อย่างดุเดือดของตลาดสมาร์ตโฟนในสมรภูมิชิงลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ Social Network เป็นผลพวงมาจากจุดอ่อนของ iPhone ที่ไม่สามารถรองรับการใช้ Facebook ได้อย่างรวดเร็วทันใจผู้ใช้
จากจุดอ่อนดังกล่าว บรรดาค่ายโทรศัพท์มือถือจึงฉวยเอาจุดนี้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับความนิยมเครือข่ายทางสังคมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่กูเกิลเจ้าของระบบปฏิบัติการ Android ยังโหนกระแสด้วยการเปิดตัวเครือข่ายทางสังคมกลุ่มล่าสุดนั่นคือ Buzz
แม้แต่อนาคตสมาร์ตโฟนในไทยเกาะกระแส Social Network เช่นกัน ดังจะเห็นได้จากความนิยม Black Berry ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเปิดเผยของ เกรกอรี เวด กรรมการ ผู้จัดการ Research In Motion ผู้พัฒนา BlackBerry สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในปีนี้และคาดว่าในปีหน้าตลาดสมาร์ตโฟนจะยิ่งคึกคักอย่างแน่นอน และจะยิ่งหวือหวาอย่างเหนือความคาดหมาย หากความนิยมในเครือข่ายทางสังคมไม่ซาลงเสียก่อน







