posttoday
ปูขอโอกาสทำงาน-เชื่อสอบผ่านแน่นอน

ปูขอโอกาสทำงาน-เชื่อสอบผ่านแน่นอน

25 สิงหาคม 2554

นายกฯสรุปปิดท้ายแถลงนโยบาย ขอโอกาสรัฐบาลทำงาน ยันไม่ได้บิดเบือนนโยบาย เชื่อสอบผ่านแน่ จุรินทร์ชี้เป็นนโยบายเลี่ยงบาลี

นายกฯสรุปปิดท้ายแถลงนโยบาย ขอโอกาสรัฐบาลทำงาน ยันไม่ได้บิดเบือนนโยบาย เชื่อสอบผ่านแน่ จุรินทร์ชี้เป็นนโยบายเลี่ยงบาลี

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.บรรยากาศการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในช่วงสุดท้ายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้เริ่มอภิปรายเมื่อเวลา 14.25 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์​ในฐานประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้อภิปรายเป็นคนสุดท้ายของฝ่ายค้าน โดยระบุว่า นโยบายของรัฐบาล เหมือนการแก้บนแบบเลี่ยงบาลี ทั้งนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันที่สัญญาไว้ แต่เมื่อมาแถลงนโยบายกลับกลายเป็นว่า ใช้คำว่ารายได้ขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งอาจจะไปรวมกับค่าโอทีและสวัสดิการอื่นๆ ไม่ใช่แค่ค่าแรง 

ส่วนการลดค่าครองชีพยกเลิกกองทุนน้ำมัน ประกาศสัญญาว่า จะกระชากราคาลงมาให้ได้ตามราคาที่บอกไว้ แต่พอเอาเข้าจริงรัฐบาลกลับลำ ทั้งๆที่บอกว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมันก็ไม่ยกเลิก แต่บอกว่าจะยกเลิกเก็บเงินเข้ากองทุนชั่วคราวแทน แปลว่าราคาน้ำมันจะลดลงชั่วคราวประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นราคาจะปรับตามราคาตลาด

ปูขอโอกาสทำงาน-เชื่อสอบผ่านแน่นอน ยิ่งลักษณ์

นอกจากนี้ในส่วนนโยบายการแจกคอมพิวเตอร์แทบเล็ต ที่บอกว่าจะแจกให้นักเรียนป.1 แต่พอแถลงจริงคือแจกให้ ป.1 ในโรงเรียนนำร่อง ก็ไม่ตรงกับที่สัญญาต่อประชาชนไว้

นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนายกฯทำตามที่พูดเหมือนตอนหาเสียงมีเรื่องเดียว คือ การแก้ไข ไม่แก้แค้น ซึ่งมาได้คำตอบว่า นายกฯแก้ไขจริง คือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นห่วงว่าจะไปกระทบต่อนโยบายสร้างความปรองดอง ที่จะจุดชนวนไปสู่ความขัดแย้งวาระใหม่ แต่ก็เบาใจที่รองนายกฯให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่แก้มาตรา 112 เรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และจะไม่แก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมให้ใครคนใดคนหนึ่ง จึงอยากให้รัฐบาลรักษาคำพูด

ขณะที่ การออกวีซ่าของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ระบุว่ารัฐบาลไทยร้องขอนั้น นายกฯปฎิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะนายกฯเป็นหัวหน้ารัฐบาลไทย และถ้าเรื่องนี้ไม่จริง ทำไมรัฐบาลถึงไม่แสดงท่าทีตอบโต้หรือปฏิเสธไปที่รัฐบาลญี่ปุ่น หรือทำไมนายกฯไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ว่าถ้อยแถลงของ รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ยิ่งลักษณ์สรุปปิดท้ายขอโอกาสทำงาน-เชื่อสอบผ่าน

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้อภิปรายสรุปปิดท้ายโดยระบุว่า ไม่เคยละเลยข้อห่วงใยของสมาชิกรัฐสภา และชี้แจงว่า ทุกนโยบายที่แถลงไม่ได้บิดเบือนหรือ หลอกลวง เพราะไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลที่มาจากประชาชน จะไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้มุ่งที่ผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้ ไม่ได้มุ่งที่การตีความนโยบายตามตัวอักษร

นโยบายของรัฐบาลต้องการมุ่งเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น  สำหรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท มีเจตนาชัดเจนที่ต้องการช่วยเหลือแรงงาน เพราะการขึ้นค่าแรงในรอบ4-5ปีที่ผ่านมาไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยความหมายของรายได้ มุ่งให้ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน และรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกให้เอกชนสามารถปรับตัวได้

ส่วนเงินเดือน 15,000 บาท จะเริ่มปรับให้ข้าราชการที่จบ ปริญญษตรี ทันทีที่งบประมาณปี 2555 ผ่าน ส่วนภาคเอกชน รัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือ สนับสนุนให้เอกชนสามารถทำได้ตามนโยบายนี้ 

ขณะที่ เรื่องแท็บเล็ต ที่ใช้โรงเรียนนำร่อง เพราะมองว่าเด็กวัยเรียนมีพัฒนาการสูงที่สุด ซึ่งรัฐบาลต้องการทำให้สื่อการเรียนการสอนพร้อม ที่จะให้เด็กวัยเรียนพัฒนาศักยภาพได้สูงสุด ก่อนที่จะขยายไปยังระดับชั้นอื่น รวมทั้งรัฐบาลจะมีมาตรการดูแลกรณีเด็กจะนำไปเล่นเกม

ส่วนความปรองดอง ที่อยากให้เริ่มจากรัฐบาลก็ยินดีและเต็มใจทำตาม และได้มอบหมายให้ คอป. ที่ตั้งโดยรัฐบาลที่แล้วทำงานอย่างอิสระ ไม่แทรกแซง  ส่วนการเยียวยา มีทั้งเยียวยาส่วนที่มีผลกระทบจากการเมืองทุกฝ่าย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดอง และเยียวยาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขณะที่ความเป็นห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็พร้อมน้อมรับทุกคำติติง แต่ยืนยันว่า การออกวีซ่าของประเทศญี่ปุ่น เป็นเอกสิทธิของแต่ละประเทศ และขณะนั้น ตนยังไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศตามกฎหมาย

"ดิฉันขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมอภิปราย ยืนยันว่าพร้อมน้อมรับทุกคำแนะนำ และขอโอกาสทำงาน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า จะต้องทำข้อสอบถูกทุกข้อ แต่เชื่อมั่นว่า จะทำข้อสอบผ่านอย่างแน่นอน"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังจากที่น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวจบลง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต่างปรบมือให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่ นายสมศักดิ์จะสั่งปิดประชุมในเวลา 16.47น.

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร