posttoday
วงการค้ามันร้อง ใต้โต๊ะโหด 35%

วงการค้ามันร้อง ใต้โต๊ะโหด 35%

15 กุมภาพันธ์ 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ผู้ประกอบการมันแฉนักการเมืองรีดใต้โต๊ะรายละ 35% แลกกับอคส.จ่ายเงินค้างจ่ายค่าแปรสภาพกว่า 1,300 ล้านบาท

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ฝ่ายการเมือง เมื่อเร็วๆ นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) จ่ายเงินค้างจ่ายเป็นค่าแปรสภาพมันสำปะหลัง ค่าตรวจสภาพมัน และค่าเช่าโกดังฝากเก็บ ให้กับผู้ประกอบการมัน เช่น ลานมัน โรงงานแป้งมัน โรงงานมันเส้น ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2551/2552 รวมถึงบริษัทตรวจสอบคุณภาพ (เซอร์เวย์) และเจ้าของโกดังฝากเก็บ วงเงินกว่า 1,300 ล้านบาท ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2551มิ.ย. 2552

ทั้งนี้ เพราะเกรงว่าผู้ประกอบการเหล่านั้นจะขาดเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อหัวมันสดในฤดูกาลใหม่ไปแปรสภาพ จนทำให้เกษตรกรเดือดร้อนและผลผลิตราคาตกต่ำ

แหล่งข่าววงการค้ามันสำปะหลัง เปิดเผยว่า โรงงานแป้งมัน 30 ราย ใน จ.นครราชสีมา โดนเรียกเก็บเงินสูงถึง 35% ของวงเงินค้างจ่ายแต่ละราย เพื่อแลกกับเร่งรัดให้อคส.จ่ายเงิน

ขณะที่อคส. อยู่ระหว่างจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติงบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาทให้ สาเหตุที่จ่ายเงินล่าช้าเพราะผู้ประกอบการมันบางรายโดนดีเอสไอสอบสวน และอคส.ขาดผู้บริหารระดับสูงสำปะหลังบางรายมีพฤติกรรมทุจริต และถูกกรมสืบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง จึงต้องระงับการจ่าย นอกจากนี้ ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อคส.ขาดผู้บริหารระดับสูง การบริหารงานขาดความต่อเนื่องซึ่งนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เพิ่งแต่งตั้งคณะกรรมการอคส. (บอร์ดอคส.) และรักษาการผู้อำนวยการอคส.เมื่อเร็วๆ นี้ จึงสามารถดำเนินการจ่ายได้อย่างไรก็ตาม วงการค้ามันสำปะหลัง วิพากษ์วิจารณ์ว่า ขณะนี้ คนใกล้ตัวนายกรัฐมนตรีบางคน ได้รับประโยชน์จากการเร่งรัดให้อคส.จ่ายเงินค้างจ่ายให้ผู้ประกอบการเหล่านั้น โดยเฉพาะโรงงานแป้งมันประมาณ 30 ราย ในจ.นครราชสีมา โดยมีการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะสูงถึงประมาณ 35% ของวงเงินค้างจ่ายของแต่ละราย เพื่อแลกกับการเร่งรัดให้อคส.จ่ายเงินให้

สำหรับโรงงานแป้งมัน ที่อคส.ค้างจ่ายค่าแปรสภาพ คิดเป็นเงิน 736.3 ล้านบาท ค้างค่าตรวจสอบคุณภาพ 3 ล้านบาท และค้างจ่ายค่าฝากเก็บ 3.76 ล้านบาท ขณะที่ค้างจ่ายค่าแปรสภาพมันเส้น เป็นเงิน 558.3 ล้านบาท ค้างค่าตรวจสอบคุณภาพ 18.4 ล้านบาท และค้างค้าฝากเก็บ 34 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,353.76 ล้านบาท ส่วนผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ มีทั้งสิ้น 25 ราย คิดเป็นวงเงินที่ระงับการจ่ายประมาณ 71.7 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่