posttoday
ตรุษจีนระทึก กทม.รับศึกโรคระบาด

ตรุษจีนระทึก กทม.รับศึกโรคระบาด

12 กุมภาพันธ์ 2553

กทม.เร่งฟื้นฟูมาตรการป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตรุษจีน เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและรีบป้องกัน

กทม.เร่งฟื้นฟูมาตรการป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตรุษจีน เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและรีบป้องกัน

โดย – ทีมข่าว กทม.

ตรุษจีนระทึก กทม.รับศึกโรคระบาด ตรุษจีน

เทศกาลเชือดเป็ดเชือดไก่บวงสรวงเทพเจ้าใน “วันตรุษจีน” เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ปีนี้พิเศษสุดเพราะตรงกับเทศกาล 14 กุมภาวันวาเลนไทน์ที่หลายคนเฝ้ารอคอย ทว่าในท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงบันเทิงใจ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างยิ่งยวดก็คือ การแพร่ระบาดของมหันตภัยเชื้อไวรัสมฤตยูที่อาจเล็ดลอดปะปนมากับเป็ดไก่ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบควบคุมตามหลักสุขอนามัย

ที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงยิ่งกว่านั้น หากมีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง “หวัดนก” กับ “หวัดใหญ่ 2009” เทศกาลแห่งความสุขครั้งนี้ก็อาจนำมาซึ่งหายนะครั้งร้ายแรงที่เป็นภัยคุกคามเขย่าขวัญมนุษยชาติได้ทุกเมื่อ

ก่อนที่วัวจะหายแล้วมานั่งล้อมคอก กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงเร่งฟื้นฟูมาตรการป้องกันโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตรุษจีน เพื่อกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและรีบป้องกันก่อนจะสายเกินแก้ โดย พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. นำทีมลงพื้นที่ตรวจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก โรงฆ่าสัตว์ ตลอดจนแผงค้าไก่สด เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการทุกรายคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

พญ.มาลินี เผยว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมา กทม.จะวางมาตรการควบคุมและป้องกันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมีการบริโภคสัตว์ปีกเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นจึงต้องเฝ้าระวังและกวดขันให้เข้มข้น ทั้งแพทย์ สัตวแพทย์ และอาสาสมัครสาธารณสุขจะต้องร่วมกันทำงานเป็นทีม

“กทม.จำเป็นต้องเร่งรื้อฟื้นมาตรการรับมือโรคระบาด และส่งสัญญาณให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ โดยเฉพาะไข้หวัดนกซึ่งมีการแพร่กระจายรวดเร็ว หากได้รับเชื้อเข้าไปแล้วจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึง 60% ยิ่งถ้ามีการผสมกับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะยุ่งไปกันใหญ่” พญ.มาลินี กล่าว

ทั้งนี้ สำนักอนามัย กทม. ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ได้สำรวจฟาร์มสัตว์ปีกทั่วกรุงทั้งหมด 6 แห่ง เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสถานประกอบการใดติดเชื้อ เช่นเดียวกับการตรวจสอบโรงฆ่าสัตว์ปีกที่มีใบอนุญาตจาก กทม. จำนวน 42 แห่ง และมีการเชือดสัตว์ปีกประมาณวันละกว่า 1.8 แสนตัว ยังไม่พบโรคระบาดแต่อย่างใด ซึ่งกองสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตจะเข้าดำเนินการกวดขันไม่ให้มีการฆ่าและชำแหละสัตว์ทุกประเภทในพื้นที่สาธารณะ และต้องดำเนินการในสถานที่ปกปิดมิดชิด ไม่กระทำการให้เป็นที่อุจาดตาแก่ประชาชน

นอกจากนี้ได้มีการตั้งด่านตรวจตามเส้นทางเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกจากจังหวัดปริมณฑล เช่น นครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เพื่อสกัดกั้นมิให้มีการแพร่เชื้อโรคร้ายเข้ามาในพื้นที่ กทม. หากไม่มีใบอนุญาตในการเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่จะกักกันสัตว์ปีกทั้งหมดไว้ และจะผลักดันออกนอกเขตเพื่อความปลอดภัย

ประเสริฐ ก่อเกียรติ หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักงานเขตมีนบุรี ระบุว่า พื้นที่เขตมีนบุรีถือเป็นแหล่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผู้ประกอบการฟาร์มสัตว์ปีกขนาดใหญ่ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกมากถึง 469 ครัวเรือน และมีสัตว์ปีกทั้งสิ้นกว่า 4.3 หมื่นตัว ซึ่งจะต้องตรวจหาเชื้อไวรัสทุก 3 เดือน ทั้งนี้ ผลการตรวจครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2552 ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

“ช่วงเทศกาลสำคัญอย่างตรุษจีน ทางเขตจะมีการกวดขันมากขึ้น โดยเชิญผู้บริหารบริษัทใหญ่อย่างซีพีมาพูดคุยและเน้นย้ำมาตรการป้องกัน รวมถึงจัดอบรมและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรรายย่อยทุกราย” นายประเสริฐ กล่าว

ด้าน สพญ.เยาวนิตย์ บุรีรักษา ปศุสัตว์อำเภอ เขตมีนบุรี กล่าวว่า แนวทางการตรวจสอบโรคระบาดในสัตว์ปีกนั้น นอกจากจะตรวจเป็ดไก่ภายในฟาร์มแล้ว เจ้าหน้าที่จะตรวจทั้งนกเป็นน้ำและเป็ดไล่ทุ่งที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบด้วย เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีการอพยพเคลื่อนย้ายมาจากต่างถิ่น ซึ่งอาจนำเชื้อโรคที่ไม่พึงประสงค์ติดตัวมาด้วย

สพญ.เยาวนิตย์ บอกว่า ช่วงฤดูที่ต้องจับตามากที่สุดคือ ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งมีการแปรปรวนของสภาพอากาศสูง ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังทั้งคนและสัตว์ โดยปศุสัตว์ได้แจ้งเตือนให้ทุกสถานประกอบการติดป้ายประกาศห้ามไม่ให้ผู้ป่วยโรคหวัดเข้าไปสัมผัสกับสัตว์ปีกโดยเด็ดขาด เนื่องจากเกรงว่าเชื้อไวรัสอาจมีการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างคนกับสัตว์ได้ ดังนั้นจึงต้องป้องกันมิให้มีการแพร่เชื้อทุกวิถีทาง

ในแง่ของผู้บริโภคซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบโดยตรง มีข้อแนะนำจาก กทม.ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก โดยต้องสังเกตว่ามีสัญลักษณ์รับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากกรมปศุสัตว์หรือไม่ ซึ่งในปี 2553 จะใช้ “สายรัดขาสัตว์ปีก” (Soal) ติดที่สัตว์ปีกทุกตัวที่ผ่านการตรวจสอบตามโครงการ “เนื้อสัตว์ปีกปลอดภัยฉลองตรุษจีน ปี 2553”

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคต้องเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งที่มีการรับรองมาตรฐานและสุขลักษณะที่ดี เช่น ผู้จำหน่ายสวมผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดจมูก ถุงมือ แผงค้าจะต้องตั้งอยู่บนความสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 60 เซนติเมตร เขียงและอุปกรณ์ต่างๆ ต้องสะอาดอยู่สม่ำ หากทุกฝ่ายปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลแล้ว เชื้อโรคร้ายก็ไม่สามารถกล้ำกราย

สำคัญที่สุดผู้บริโภคต้องไม่ลืมหลักปฏิบัติพื้นฐาน 3 ประการคือ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ซึ่งถือเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะช่วยป้องกันให้รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชได้

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร