นายกฯแจงงบซื้ออาวุธกองทัพ ยันจำเป็นต้องเปลี่ยนให้ทันสมัย

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 19:14 น.
นายกฯแจงงบซื้ออาวุธกองทัพ ยันจำเป็นต้องเปลี่ยนให้ทันสมัย
"บิ๊กตู่"การจัดงบซื้ออาวุธกองทัพเพื่อทดแทนของเก่าและให้มีความเพียงพอ ชี้วันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าหากอาวุธไม่ทันสมัยอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคต

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในวาระ 1 ถึงการจัดสรรงบประมาณของกองทัพว่า กองทัพมีภารกิจที่ต้องดูแลป้องกันอธิปไตยตามแนวชายแดน ซึ่งจะต้องเตรียมความพร้อมทางด้านกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ แม้จะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นก็ตาม สิ่งสำคัญคือวันนี้เทคโนโลยีต่างๆ มีความก้าวหน้า หากมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่มีความทันสมัยอาจทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้

จากการตรวจสอบกับสำนักงบประมาณทุกอย่างยังเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกประการ โดยเป็นงบผูกพันข้ามปีสำหรับการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการผลิต และต้องผ่อนชำระเนื่องจากมีราคาแพง อีกทั้งประเทศมีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้มีความเพียงพอ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการสนับสนุนงบให้มีการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันมีอาวุธยุทโธปกรณ์เก่าประมาณ 80% และเพื่อทดแทนไม่ให้ต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุง

ขณะเดียวกันภารกิจป้องกันชายแดนจะต้องใช้กำลังพลจำนวนหลายหมื่นคนในการดูแลพื้นที่ ทำให้การแก้ปัญหาชายแดนสามารถยุติได้พอสมควร จากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรัฐบาลเข้าใจถึงความห่วงใยจากสมาชิก ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะดำเนินการทุกอย่างอย่างดีที่สุด อยากให้ทุกคนมีความเข้าใจ และให้ห่วงใยถึงลูกหลานที่เป็นทหารจะต้องมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า กระทรวงกลาโหมและกองทัพทราบดีว่า ไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่เข้ามาจำนวนมาก ไม่ว่าเรื่องยาเสพติด ภัยพิบัติต่างๆ ที่กองทัพต้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชน รวมถึงภัยคุกคามในปัจจุบัน กองทัพจึงต้องปรับโครงสร้างกองทัพให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และยังจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงอากาศยานต่างๆ ที่มีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงต้องจัดทำงบประมาณผูกพันไว้

ทั้งนี้ จากสถานการณ์โควิด-19 กองทัพก็สนับสนุนบุคลากรด้านการแพทย์ ได้จัดชุดแพทย์ไปอยู่ในทุกพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการของรัฐบาล หรือโรงพยาบาล

บทความแนะนำ