
พิษสงครามตะวันออกกลาง! ทำรายได้ห้องพักเซ็นทาราสะดุด 10%
ส่องผลงานโรงแรมเซ็นทาราไตรมาส 2 ปี 69 เจอพิษสงครามตะวันออกกลางเล่นงาน ทำยอดจองสาขาดูไบดิ่งเหว แม้สาขาไทยและมัลดีฟส์จะยังขายดี ช่วยพยุงภาพรวมบริษัทเอาไว้ได้
KEY
POINTS
- สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อสาขาดูไบ ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องลดลงถึง 61% เนื่องจากนักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น
- ภาพรวมรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของเซ็นทาราในไตรมาส 2 ปรับตัวลดลง 10% โดยมีสาเหตุหลักจากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว
- อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในมัลดีฟส์และไทยได้ช่วยพยุงรายได้รวม ทำให้ภาพรวมครึ่งปีแรกลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 1%
นายกันย์ ศรีสมพงษ์ ผู้บริหารฝ่ายการเงินของบริษัท ได้ออกมาเปิดเผยรายได้ไตรมาส 2 ของปี 2569 ว่ามีอาการ "สะดุด" เล็กน้อย โดยรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก ลดลงไป 10% มาอยู่ที่ 3,328 บาทต่อคืน
สาเหตุหลักที่ทำเอารายได้หดตัวรอบนี้ ไม่ใช่เพราะโรงแรมไม่สวยหรือบริการไม่ดี แต่เป็นเพราะ "สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง" ที่ส่งผลกระทบชิ่งมาถึงธุรกิจท่องเที่ยวแบบเต็มๆ
เจาะดูไส้ในกันทีละประเทศแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าสาขาไหนรุ่ง สาขาไหนร่วงบ้าง!
ดูไบ: เจอหางเลขสงคราม ลูกค้าหายวับ
สาขาที่เจ็บหนักสุดรอบนี้คือ "ดูไบ" รายได้เฉลี่ยต่อห้องร่วงลงเหวถึง 61% (เหลือแค่ 2,385 บาท) จากปีที่แล้วที่คนเคยเข้าพักแน่นๆ ถึง 83% ปีนี้เหลือคนมาพักแค่ 44% เท่านั้น
แม้ว่าตัวโรงแรม เซ็นทารา มิราจ บีช รีสอร์ท ดูไบ จะยังเปิดให้บริการตามปกติ สวยงามเหมือนเดิม ไม่ได้โดนระเบิดหรือเสียหายอะไรเลย แต่ด้วยบรรยากาศสงครามในภูมิภาค ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวหดหาย คนไม่กล้าบินไปเที่ยวแถบนั้นนั่นเอง
ญี่ปุ่น: อยู่ในช่วงตั้งไข่ แถมเจอพิษการเมือง
ขยับมาที่แดนปลาดิบ ญี่ปุ่น รายได้เฉลี่ยต่อห้องของสาขาญี่ปุ่นลดลง 46% (อยู่ที่ 4,185 บาท) สาเหตุเป็นเพราะมีน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวอย่าง เซ็นทารา ไลฟ์ โอซาก้า ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นโปรโมทให้คนรู้จัก
ประกอบกับปีที่แล้วญี่ปุ่นมีงานใหญ่ระดับโลกอย่าง World Expo ทำให้ฐานรายได้ปีก่อนสูงปรี๊ดผิดปกติ แถมปีนี้ยังเจอปัญหานักท่องเที่ยวจีนหายหน้าไปเพราะความตึงเครียดระหว่างประเทศอีกด้วย
มัลดีฟส์: ดาวรุ่งพุ่งแรง กู้หน้าบริษัท
ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดี เพราะสาขาที่ "มัลดีฟส์" กลายเป็นพระเอกของงานนี้ รายได้เฉลี่ยต่อห้องพุ่งกระฉูดถึง 69% (ทะยานไปอยู่ที่ 6,245 บาท) อัตราคนเข้าพักเพิ่มจาก 31% เป็น 53% แบบก้าวกระโดด
เคล็ดลับความปังมาจากการที่โรงแรมใหม่ๆ อย่าง เซ็นทารา มิราจ ลากูน และ เซ็นทารา แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์ เปิดตัวได้สวยและดึงดูดแขกกระเป๋าหนักได้เพียบ
ไทย: บ้านเกิดสุดแกร่ง เติบโตสวนกระแส
กลับมาดูที่บ้านเรา ภาพรวมในประเทศไทยยังคงเป็นบวกสดใส คนเข้าพักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 70%
กรุงเทพฯ: ขายดีมาก รายได้ต่อห้องเพิ่มขึ้น 6% (อยู่ที่ 3,110 บาท) อัตราการเข้าพักสูงปรี๊ดถึง 76%
ต่างจังหวัด: รายได้ต่อห้องยังบวกได้ 2% (อยู่ที่ 2,795 บาท) ถือว่าทำได้ดี เซ็นทารามีโรงแรมใหญ่ที่ต้องปิดปรับปรุงชั่วคราวอยู่ด้วย (เช่นที่ หัวหิน และ กระบี่)
ขณะที่ภูเก็ตก็ต้องปรับราคาห้องพักใหม่ให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งก็เป็นผลพวงจากการหนีสงครามตะวันออกกลางมาเที่ยวไทยแทน
สรุปภาพรวมครึ่งปีแรก 2569
เมื่อจับเอาผลงาน 6 เดือนแรกของทุกประเทศมารวมกัน รายได้เฉลี่ยต่อห้องของเซ็นทาราอยู่ที่ 4,315 บาท ลดลงไปเพียงแค่ 1% เท่านั้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้จะโดนพิษสงครามในดูไบ และความท้าทายในญี่ปุ่นฉุดรั้งเอาไว้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของสาขาในไทย และความร้อนแรงของมัลดีฟส์ ก็สามารถอุ้มรายได้รวมของบริษัทให้ผ่านพ้นช่วงเวลาหินๆ นี้ไปได้







