
สหรัฐฯ ขึ้นภาษี 60 เขตศก. ไทยโดน 12.5% กลุ่มอัตราสูงสุด ปมแรงงานบังคับ
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 301 กับ 60 เขตเศรษฐกิจ ไทยโดนเรียกเก็บ 12.5% เหตุไม่เข้มงวดห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ หวังยกระดับมาตรฐานการค้าและสิทธิมนุษยชน
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศใช้มาตรการภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกำหนดอัตราภาษีนำเข้าเพิ่มเติมต่อ 60 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก จากกรณีที่ประเทศและเขตเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่สามารถออกกฎหมายหรือบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลจากการสอบสวนที่ USTR ดำเนินมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ซึ่งรวมถึงการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ 2 รอบ การรับความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรกว่า 2,100 ฉบับ และการหารือกับประเทศคู่ค้าเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านแรงงานที่สหรัฐฯ ระบุว่ายืดเยื้อมานาน
เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เห็นว่าความพยายามโน้มน้าวทางการทูตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาไม่สามารถขจัดการใช้แรงงานบังคับออกจากห่วงโซ่อุปทานโลกได้ ขณะที่สหรัฐฯ มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับมานานเกือบ 100 ปี และบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงถึงเวลาที่ประเทศคู่ค้าจะต้องดำเนินมาตรการในระดับเดียวกัน
เขาระบุว่ามาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายแก้ไขทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการบิดเบือนการแข่งขันทางการค้า พร้อมแสดงความชื่นชมประเทศที่เร่งออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับ และคาดหวังว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิผล
ผลสอบสวนชี้กระทบการค้าสหรัฐฯ
USTR เปิดการสอบสวนทั้ง 60 คดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดยพิจารณาว่าประเทศหรือเขตเศรษฐกิจเหล่านี้ไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ หรือบังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ
ระหว่างกระบวนการสอบสวน USTR ได้หารือกับรัฐบาลของประเทศที่เกี่ยวข้องมากกว่า 45 ประเทศ พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและสาธารณชนหลายรอบ
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 USTR มีคำวินิจฉัยว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวถือเป็นแนวปฏิบัติที่ "ไม่สมเหตุสมผล" และสร้างภาระหรือข้อจำกัดต่อการค้าของสหรัฐฯ จึงเข้าข่ายดำเนินมาตรการตอบโต้ภายใต้มาตรา 301 ได้
หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม USTR ได้รับข้อเสนอแนะเป็นลายลักษณ์อักษรกว่า 1,600 ฉบับ และรับฟังคำให้การจากพยานกว่า 100 ราย ก่อนมีคำสั่งใช้มาตรการขั้นสุดท้าย
กำหนดภาษี 3 ระดับ
มาตรการใหม่แบ่งอัตราภาษีออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
-ภาษี 10% สำหรับประเทศที่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากแรงงานบังคับแล้ว หรือให้คำมั่นว่าจะออกและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวผ่านข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน รวม 17 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร
-ภาษี 10% หรือ 12.5% (หักอัตราภาษี MFN แล้ว) สำหรับสินค้าบางประเภทจากสหภาพยุโรป (EU) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ ตามรายละเอียดที่ระบุในประกาศ Federal Register
-ภาษี 12.5% สำหรับประเทศและเขตเศรษฐกิจที่เหลือทั้งหมดซึ่งอยู่ในขอบเขตการสอบสวน ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มนี้
ยกเว้นสินค้าบางประเภท
USTR ระบุว่าจะมีการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางรายการ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่
-วัตถุดิบที่หากเก็บภาษีอาจทำให้สหรัฐฯ ขาดแคลนอุปทาน
-สินค้าที่อาจสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ
-สินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอหรือมีต้นทุนสูง รวมถึงไม่สามารถจัดหาจากแหล่งอื่นได้
-สินค้าบางประเภทจากประเทศที่กำลังดำเนินการตามพันธกรณีด้านแรงงานบังคับ เพื่อจูงใจให้เร่งออกและบังคับใช้กฎหมาย
-สินค้าที่การเก็บภาษีไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาตามวัตถุประสงค์ของการสอบสวนอย่างชัดเจน







