
หุ้นไทยเจอศึกสองด้าน! น้ำมันพุ่ง-สหรัฐฯ เก็บภาษีไทย 12.5% SET เสี่ยงร่วง
บล.ฟิลลิปประเมิน SET วันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,620-1,645 จุด หลังราคาน้ำมัน WTI ทะยานแตะ 92.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมใช้กำแพงภาษีใหม่ 12.5% กดดันหุ้นส่งออกไทย แนะเลือกลงทุนเป็นรายตัว ชู KKP และ ITC หุ้นเด่นรับงบไตรมาส 2/69
KEY
POINTS
- บล.ฟิลลิป ประเมิน SET วันนี้แกว่งตัวในกรอบ 1,620-1,645 จุด หลังราคาน้ำมัน WTI ทะยานแตะ 92.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมใช้กำแพงภาษีใหม่ 12.5% กดดันหุ้นส่งออกไทย
- แนะเลือกลงทุนเป็นรายตัว ชู KKP และ ITC หุ้นเด่นรับงบไตรมาส 2/69
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ฟิลลิป รายงานภาวะตลาดหุ้นวันที่ 24 ก.ค.69 คาด SET Index Sideways Down 1,620 - 1,645 จุด รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และการบังคับใช้กำแพงภาษีใหม่ซึ่งไทยโดนตั้งกำแพงภาษีถึง 12.5%
กลยุทธ์การลงทุน
1. เก็งผลประกอบการไตรมาส 2/69 : AMATA, CPALL, DELTA, HANA, ITC, KCE, MRDIYT, OSP, QH, TIDLOR
2. ราคาน้ำมันดิบเร่งตัว : PTTEP, NER, STA
3. ปันผล : SIRI, SPALI, ICHI, TFM, TFG, KTB, KKP, KBANK
4. มาตรการ/โครงการรัฐ : CENTEL, CPAXT, CRC, DOHOME, ERW, GLOBAL, HMPRO
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 92.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับเดียวกับในเดือน พ.ค. 69 ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่สงครามในตะวันออกกลางยังรุนแรง ความคืบหน้าล่าสุด กลุ่มฮูตีกล่าวว่าพวกเขาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ท้าทายต่อคำขู่ของทรัมป์ที่ชี้ว่าสหรัฐฯ พร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และ สะพานของอิหร่านทันทีที่มีการโจมตีเรือในช่องแคบ Hormuz สร้างความกังวลให้ตลาดว่าช่องแคบดังกล่าวจะกลับมาเป็นปกติเมื่อใด
ขณะที่ทั่วโลกยังคงต้องพึ่งพาพลังงานที่ขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว ระยะสั้นมองยังไม่เห็นทางออกในสงครามครั้งนี้ จึงยังเป็นโอกาสเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่แนะนำทำกำไรภายในวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนที่อาจเข้ามาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ 12.5% กดดันภาคส่งออก
ทรัมป์เผยเตรียมตั้งกำแพงภาษีใหม่ แทน Global Tariff เดิมซึ่งอยู่ที่ 10% อันได้หมดอายุลงในเที่ยงคืนวันที่ 23 ก.ค.69 โดยกำแพงภาษีในมาตราใหม่ที่จะเข้ามาแทนคือ 301 ซึ่งมีช่วงเก็บภาษีที่ 10–12.50% ขึ้นอยู่กับการจัดการในประเด็น Forced Labor หรือ การใช้แรงงานผิดกฎหมาย
ซึ่งจะบังคับใช้กับ 60 ประเทศแรกที่เกินดุลกับสหรัฐ โดยมีไทยรวมอยู่ในนั้น และ จะถูกตั้งกำแพงภาษีที่ 12.50% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้พิจารณาผ่านการชี้แจงและให้การจากทางการไทยแล้ว
ภาพมาตรการเชิงภาษีดังกล่าว มองค่อนข้างเป็นลบกับไทย โดยเฉพาะภาคการส่งออก ซึ่งไทยส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐมากถึง 19% ในปี 68 และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 อย่างไรก็ดียังมีการยกเว้นสินค้าบางจำพวก เช่น ชิป/เซมิคอนดักเตอร์ เหล็ก และ ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ จึงคาดยังกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าวจำกัด
ขณะที่ตลาดรอจับตาตัวเลขส่งออก-นำเข้าไทย มองหุ้นที่ยังส่งออกได้ดี และ คาดงบ 2Q69 ออกมาดี เช่น กลุ่มอาหารสัตว์ อย่างหุ้น ITC ซึ่งคาดจะเห็นผลประกอบการออกมาขยายตัว 17.6% y-y
ปัจจัยอื่นที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า
ไทย - ตลาดมีวันทำการเพียง 3 วัน
สหรัฐฯ - การประชุม FED
ญี่ปุ่น - การประชุม BO
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
(+) ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในยุโรปเพิ่มขึ้น 13.1% y-y ในเดือน มิ.ย. สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แม้เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
(+) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าแตะระดับ 33.88 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือน ท่ามกลางการเร่งตัวขึ้นของ Dollar Index แตะระดับ 101.4 จุด มองเป็นบวกต่อหุ้นที่มีสัดส่วนส่งออกสูง
(+) JPMorgan ปรับเพิ่มมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยเป็น Neutral จากเดิมที่มีมุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยประเมินว่าหุ้นไทยมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนเหนือกว่าหลายตลาดในอาเซียน
(-) สนค. เผย ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน 2 ไตรมาส จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
หุ้นเด่นวันนี้
แนะนำซื้อ หุ้น KKP เป้าหมาย 122.50 / 125 บาท แนวรับ 111 / 115 บาท กำไรไตรมาส 2/69 และปี 69 โดดเด่น ธุรกิจตลาดทุนยังโดดเด่น
และ หุ้น ITC เป้าหมาย 17.60 / 18 บาท แนวรับ 16.50 / 16.90 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน (y-y) และได้รับ sentiment บวกจากแนวโน้มค่าเงินบาทและตัวเลขการส่งออก.







