พรรคเสรีรวมไทยจี้ "ประยุทธ์" แจงเรื่อง "ปรับครม." ให้ชัด

วันที่ 01 ก.ค. 2563 เวลา 11:20 น.
พรรคเสรีรวมไทยจี้ "ประยุทธ์" แจงเรื่อง "ปรับครม." ให้ชัด
"นภาพร" เรียกร้อง นายกฯเร่งสร้างความชัดเจนเรื่องปรับ ครม. ชี้ถ้าปรับแล้ว ทีมเศรษฐกิจไม่ดีกว่าเดิม ก็เตรียมนับถอยหลังรัฐบาลได้เลย

น.ส.นภาพร เพ็ชร์จินดา สส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เร่งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการปรับ ครม. เนื่องจากตอนนี้นักลงทุน นักธุรกิจ หรือผู้ประกอบการทั่วไป ต่างก็ต้องการทราบนโยบายหรือมาตรการต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หลังจากพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดมากว่า 3 เดือน

แต่แทนที่รัฐบาลโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ จะเร่งสร้างความชัดเจนหรือความเชื่อมั่นที่รัฐบาลจะใช้ในการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขากล้าที่จะลงทุนหรือเดินหน้ากิจการ กลับมีแต่ข่าวเรื่องการปรับ ครม.รายวัน จนแม้กระทั่งตัวรัฐมนตรีเองก็ไม่เป็นอันจะทำงาน

ที่สำคัญ ผู้วางนโยบายเศรษฐกิจตัวจริงก็คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กลับแสดงอาการเหมือนคนผีเข้าผีออก นั่นก็คือ แทนที่จะช่วยสร้างความมั่นใจ กลับออกมาเตือนหน่วยงานด้านเศรษฐกิจว่ากำลังมีพายุใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งทุน หากรัฐยังไม่ช่วยคนจะตกงานอีกจำนวนมหาศาล ทั้งที่ตัวเองก็คือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่บริหารมาตลอด 6 ปี แต่กลับพูดเหมือนกำลังเตือนคนอื่น

ที่ผู้ประกอบการตกอกตกใจกันมากก็คือ “การเสนอให้ยุบสภา” ในช่วงการแก้เศรษฐกิจยังหัวเลี้ยวหัวต่อ เหมือนกับประเทศสิงค์โปร์ เพื่อที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งที่พร้อมกว่าเดิม ซึ่งคนก็แปลกใจกันว่า ขนาดตอนนี้พวกท่านมีอำนาจมากขนาดนี้ โดยเฉพาะนายกฯมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมือนกับตอนยึดอำนาจ ยังบอกว่าไม่พร้อม แล้วแบบไหนที่พวกท่านถึงคิดว่าพร้อม นอกเสียแต่ว่า พวกท่านแก้ไม่ได้ ก็เลยหวังโทษคนอื่น โดยเฉพาะโทษฝ่ายเดียวกันเอง น.ส.นภาพรกล่าว

น.ส.นภาพร กล่าวต่ออีกว่า หากนายกรัฐมนตรี ยังไม่สร้างความชัดเจนเรื่องปรับ ครม. ผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือนักธุรกิจทั่ว ๆ ไป ที่กำลังรอความชัดเจน แต่หากปรับทีมเศรษฐกิจแล้ว ยังไม่ดีกว่าเดิม คนยังไม่เชื่อมั่นเหมือนเดิม ก็น่าจะเตรียมนับถอยหลังรัฐบาลได้เลย เพราะขนาดสถานการณ์ปรกติก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ แล้วสถานการณ์เศรษฐกิจที่วิกฤตยิ่งกว่าปี 40 ถ้ารัฐมนตรีชุดใหม่ไม่ได้เหนือไปกว่าชุดเดิม ก็คงไม่ต้องไปหวังอะไรแล้ว