"สิระ"ควงทนายยื่นฟ้อง "เสรีพิศุทธ์" ฐานหมิ่นประมาทแล้ว

วันที่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17:06 น.
"สิระ"ควงทนายยื่นฟ้อง "เสรีพิศุทธ์" ฐานหมิ่นประมาทแล้ว
"สิระ"ควงทนายขึ้นศาลฟ้อง "เสรีพิศุทธ์" ฐานหมิ่นประมาท ระบุเรียกร้อง 3 ข้อให้แถลงขอโทษผ่านสื่อวิทยุสภา-ทีวี-เว็บ 7 วันติดต่อกัน

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 นายสิริ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางมาที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พร้อม นายทิวา การกระสัง ทนายความมา เพื่อยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328

คำฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย.62 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. และประธานกรรมาธิการ( กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่อาคารรัฐสภา ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ ในฐานะ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ด้วยข้อความลักษณะเปรียบเทียบเป็นพืชที่ไร้ประโยชน์ และมีเนื้อหาที่สื่อความหมายกล่าวหาหรือใส่ความโจทก์ทำนองว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต แจกเงินหรือทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนโจทก์ในการปลดจำเลยออกจากการเป็นประธาน กมธ. ที่มีเจตนามุ่งทำลายชื่อเสียงโจทก์และทำลายความน่าเชื่อถือโจทก์ในการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และเป็นการพูดในลักษณะดูถูกดูแคลนโจทก์ ซึ่งทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าโจทก์เป็น ส.ส.ไร้ประโยชน์ โดยถ้อยคำนั้นล้วนเป็นเท็จ

โดยส่วนที่โจทก์เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า จะประชุมเพื่อเสนอปลดจำเลยออกจากการเป็นประธานกรรมาธิการดังกล่าว นั้นเป็นการเสนอความเห็นต่อสื่อมวลชนในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์และจำเลยตามอำนาจหน้าที่ และข้อบังคับการประชุมสภาฯ และข้อบังคับการประชุมกรรมาธิการฯ ตนเป็นส.ส.ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ไม่เคยทำหน้าที่ใดๆให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขณะที่จำเลย เคยตำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นประธานกรรมาธิการฯ เคยเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย คำพูดของจำเลยจึงทำให้เกิดความน่าเชื่อถือแก่ประชาชน จำเลยซึ่งมีฐานะและตำแหน่งดังกล่าว ต้องทำตนให้เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนและเยาวชน ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดี อันจะทำให้ประชาชนและเยาวชนเลียนแบบ โจทก์จึงขอให้ศาลพิจารณาลงโทษจำเลยสถานหนักและขอให้มีการเพิ่มโทษจำเลยในฐานะนักกฎหมายแต่ทำผิดกฎหมายเสียเองด้วย เหตุเกิดที่อาคารรัฐสภา ถ.สามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.

ทั้งนี้ ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบ เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3078/2562 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 3 ก.พ.2563 เวลา 09.00 น.

นายสิระ ให้สัมภาษณ์ว่า ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทจากการให้สัมภาษณ์ดูหมิ่นตน ทำนองว่าเราแจกกล้วย ซื้อเสียง และเป็น ส.ส.สวะ เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามตน ท่านเป็นอดีต ผบ.ตร. และเป็นอดีตวีรบุรุษนาแก ตอนนี้เป็น ส.ส. และประธาน กมธ.ปราบทุจริตฯ ท่านต้องรับผิดชอบคำพูดของท่าน คำพูดนั้นเอ่ยชื่อตนตลอดเวลา นายสิระมาจากไหน เราเป็นตัวแทนประชาชนมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่ดีจริงประชาชนไม่เลือกมาเป็นผู้แทนราษฎร ญาติพี่น้องและเพื่อนที่เดือดร้อนเห็นตนถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม ก็อาจต้องไปแจ้งความตามโรงพักต่างๆ ด้วย ระดับผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบ คำพูดเป็นนายเรา

"เราก็คงจะต้องให้เขาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย ผมรับไม่ได้ เสียใจนะครับ ที่ตอนเด็กๆ เราคิดว่าท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพ วันเกิดของท่าน ผมไปเกือบทุกปี ไปอวยพรวันเกิดท่านที่บ้าน แต่พอถึงเวลาทำการเมืองยังทำการเมืองแบบนี้ ผมก็คงหมดความเคารพท่านแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเรื่องการทำงานร่วมกันใน กมธ."นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวด้วยว่า มั่นใจในพยานหลักฐานสิ่งที่ท่านกล่าวล่วงเกินตน บอกว่าตนเด็ก สุดท้ายก็อย่าให้เด็กทำอย่างนี้สิ เหมือนเด็กทำอะไรท่านอยู่ก็แล้วกัน เพราะท่านทำกับเด็กอย่างนี้ อยากให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดูถูกเหยียดหยามคนอื่นมาโดยตลอด ว่าคนอื่นไม่รู้กฎหมาย ชี้หน้า กมธ. ไม่รู้จบอะไรมา ท่านไม่เข้าใจคำว่า ส.ส. ซึ่ง ส.ส. ไม่จำเป็นต้องจบกฎหมาย ต่างสาขาต่างอาชีพแต่ประชาชนเลือกมา ถ้าจบกฎหมายก็ไปเป็นอัยการ ศาล ทนาย ทั้งนี้ ก็ให้ศาลวินิจฉัยถึงที่สุด มาขึ้นโรงขึ้นศาลตอนแก่ เพราะอะไรให้ท่านพิจารณาดู

ด้าน นายทิวา การกระสัง ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้เรามีคำขอ 3 ข้อ 1.ให้จำเลยแถลงข่าวต่อวิทยุรัฐสภา และโทรทัศน์ช่องเนชั่น , ไทยรัฐทีวี , ทีวีช่อง 3 , ช่อง 7 , ช่องพีพีทีวี เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันเพื่อขอโทษโจทก์ตามข้อความที่โจทก์กำหนด 2.ให้จำเลยแถลงข่าวขอโทษโจทก์ และลงข่าวขอโทษตามข้อความที่โจทก์กำหนด ใน นสพ.ไทยรัฐ , มติชน , ข่าวสด , เดลินิวส์ , บางกอกโพสต์ , ฐานเศรษฐกิจ เป็นเวลา 7 วันติดต่อกัน 3.ให้จำเลยแถลงข่าวขอโทษโจทก์ ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในเว็บไซต์ข่าวสด , ไทยรัฐ , เนชั่น , สยามรัฐ ด้วยข้อความที่โจทก์กำหนด