ชั่วร้าย ใจดำ! "บิ๊กตู่" ซัดมือระเบิด ยันไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล

วันที่ 05 ส.ค. 2562 เวลา 11:18 น.
ชั่วร้าย ใจดำ! "บิ๊กตู่" ซัดมือระเบิด ยันไม่ใช่ฝีมือรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์ ประณามคนก่อเหตุระเบิดชั่วร้ายใจดำ เผยทราบตัวแล้วเอี่ยวเป็น10คน ยันรัฐบาลไม่ได้สร้างสถานการณ์

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบซึ่งทราบว่ามีการเกี่ยวพันกับหลายคน

ส่วนสาเหตุการวางระเบิดนั้น ยังไม่ทิ้งสาเหตุใดต้องมีการตรวจสอบหลายเหตุการณ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะในเรื่องภาคใต้คงต้องมีการหารือและสอบสวนกันต่อไป ขอให้ใจเย็นๆ วันนี้ได้ทราบถึงตัวผู้เกี่ยวข้อง เป็น 10 คนที่ต้องติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป พร้อมทั้งขออย่ากดดันเจ้าหน้าที่ในการทำงาน

"เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในโลกที่ก็มีให้เห็นอยู่ คนเราแตกต่างกันด้านความคิด ผมไม่ได้มุ่งหมายว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มใด แต่การให้ข่าวช่วงแรกเป็นการเปรียบเทียบเรื่องดังกล่าวทั้งนี้ยังไม่ตัดประเด็นแรงจูงใจเรื่องใดออกไป เมื่อดูเหตุการณ์ตั้งแต่อดีตจะมีความยึดโยงกัน"

ส่วนกรณีที่แม่ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับแสดงความเป็นห่วงลูกชายนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า แม่ทุกคนห่วงลูกเป็นธรรมดา แต่ก็ต้องตรวจสอบไปตามวัตถุพยานและกล้องซีซีทีวี ซึ่งต้องฟังความทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขและตำรวจเข้าไปดูแลแล้ว

ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวประณามคนที่ก่อเหตุระเบิดในครั้งนี้ว่า เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย เพราะถ้าเกิดที่ใดก็ตามก็มีปัญหาหมด โดยเฉพาะเกิดขึ้นในระหว่างที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

“คนที่ทำถือว่าใจร้ายใจดำ เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ คนพวกนี้ต้องถูกลงโทษ ที่ทำให้ประเทศวุ่นวาย เพราะขณะนี้ประเทศกำลังเดินหน้า โดยรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย”

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการการทำงานด้านการข่าว การพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งการชี้แจงข้อมูลร่วมกัน ซึ่งตนฟังทุกคน และชื่นชม ที่ กล้องซีซีทีวีทุกตัว ที่ใช้งานได้ จนทำให้สามารถตรวจสอบหาความเชื่อมโยงได้ไปถึงหลายกลุ่ม และส่วนตัวได้ให้กรอบการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่าใดนั้นคงไม่กำหนดระยะเวลาทำงาน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมีน้อย มีประมาณ 3 แสนคนส่วนประชาชนมี70ล้านคน ก็ต้องใช้ความร่วมมือจากประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแส ถ่ายรูป และเมื่อรูปนั้นตรงกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการก็จะได้รวดเร็วและเป็นการแบ่งเบาภาระให้ตำรวจด้วย เพราะความปลอดภัยเป็นเรื่องของทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ธุรกิจรวมถึงพื้นที่ในการประชุมที่สำคัญที่ต้องช่วยกันดูแล

ส่วนที่คนมองว่าการก่อเหตุระเบิดเป็นฝีมือของรัฐบาลเพื่อต้องการกลบกระแสบ้างอย่างนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาล เพราะขณะเกิดเหตุมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา ที่เป็นประเทศมหาอำนาจ ใครจะทำแบบนั้นเว้นแต่เขาทำเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเชื่อถือในเวทีต่างประเทศ ขอให้มองมุมนี้บ้าง

"อย่ามองแต่ว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์ ที่สำคัญไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร หากผมอยู่เฉยๆไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ดีกว่าหรือ คิดให้มันมีตรรกกะหน่อย"นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ระเบิดป่วนกรุงที่เกิดขึ้นเป็นการท้าทายหรือสร้างความไม่พอใจหลังนายกรัฐมนตรีเข้ามาคุมทหารและตำรวจหรือไม่ ว่า ไม่เกี่ยวข้องกันกับความไม่พอใจ เพราะตนได้ให้นโยบายตำรวจ เพื่อให้การให้เกิดความชัดเจนในการสืบสวนและสอบสวนต่อไป

พร้อมทั้งฝากเตือนเรื่องการแสดงความคิดเห็นให้ใช้ความระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือการให้ข้อมูลข่าวสารใดๆที่ทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ชอบพอใจกันเป็นการส่วนตัว

นายกรัฐมนตรี ยังปฎิเสธคำพูดที่ระบุว่า นโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่ เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่ นั้นว่า ผมไม่ได้พูด และมองว่าใครจะเลือกใครก็เป็นเรื่องการเมืองไป เพราะที่ผ่านมา ผมยังเป็นนายกฯ อยู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

สำหรับการแก้ปัญหาภาคใต้ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับการพูดคุยสันติสุขหรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่าการพูดคุยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด

พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้องไปหารือนอกประเทศ จึงจำเป็นต้องให้เพื่อนบ้านเป็นตัวช่วย และต้องให้เขาหารือกันก่อน เมื่อผลหารือเป็นอย่างไร จึงส่งกลับมาที่รัฐบาล เพื่อพิจารณาให้

แต่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวแบ่งแยกไม่ได้ พร้อมทั้งมองว่าสิ่งใดรับได้ก็จะทำ ซึ่งการแก้ไขปัญหาภาคใต้ที่ผ่านมาได้ทำมาหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องกฎหมาย การพัฒนาและการพาคนกลับบ้าน ซึ่งเรื่องทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต