"ธาริต"แจง"สุเทพ"ให้ทำหนังสือขอขมา ชี้"คณิต"เป็นกาวใจ ย้ำสำนึกผิดจริง

วันที่ 12 ธ.ค. 2561 เวลา 18:37 น.
"ธาริต"แจง"สุเทพ"ให้ทำหนังสือขอขมา ชี้"คณิต"เป็นกาวใจ ย้ำสำนึกผิดจริง
"ธาริต" เผย "คณิต ณ นคร" เป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยกับสุเทพ ชี้เจ้าตัวให้ทำหนังสือขอขมาเพื่อพิจารณา ย้ำสำนึกผิดจริง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงถึงการแถลงข่าวขอโทษและรับสารภาพกรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการสอบสวนคดีก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งกล่าวหานายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และประธานคณะทำงานพรรครปช. เป็นผู้สั่งการเซ็นสัญญาว่า ตนมีความจำเป็นต้องนำเอกสารเรื่องการขอขมานายสุเทพ ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากที่ผ่านมานายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เป็นผู้ใหญ่ที่เข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งนายสุเทพยืนยันว่าไม่ติดใจและยกโทษให้แล้ว โดยรายละเอียดในการแถลงขอขมาและการถอนฟ้องได้มอบหมายให้ทนายความรับไปดำเนินการ

แต่สุดท้ายนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความฝ่ายนายสุเทพออกมาระบุว่าทีมทนายความมีความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ทีมแรกยอมให้มีการถอนฟ้อง ส่วนอีกทีมไม่ยอมให้ถอนฟ้อง ตนจึงจำเป็นต้องเผยแพร่หนังสือขอขมาดังกล่าวทั้งในส่วนของนายคณิตและของตน เพื่อให้สังคมรับทราบว่าตนมีเจตนาจะไกล่เกลี่ยคดีและสำนึกในความผิด รวมทั้งได้ขอขมาต่อนายสุเทพแล้ว โดยนายคณิตได้ทำหนังสือมอบให้ตนนำไปยื่นต่อศาลฎีกา เพื่อแสดงถึงเจตนาในการรับผิดและขอขมานายสุเทพด้วย

นายธาริต กล่าวอีกว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. ตนจะมอบอำนาจให้ทนายความนำหลักทรัพย์ในวงเงินที่เห็นสมควร เพื่อไปวางเยียวยาความเสียหายให้กับนายสุเทพที่ศาลอาญา ซึ่งนายสุเทพจะรับหรือไม่รับไว้ก็ได้ แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการยืนยันในเจตนาของตน

นอกจากนี้ ในวันที่ 14 ธ.ค.ที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ตนจะแถลงต่อศาลขอให้ศาลเรียกโจทก์และจำเลยมาไกล่เกลี่ยอีกครั้ง เนื่องจากเป็นคดีที่ยอมความกันได้ และสอดคล้องกับนโยบายของศาลฎีกาที่ต้องการลดจำนวนคดี รวมถึงยังจะสอดรับกับบริบทของประเทศที่ต้องการสร้างความปรองดองระหว่างคนในชาติ หากศาลไม่อนุญาตให้ไกล่เกลี่ยคดีก็จะขอความเมตตาจากศาล โดยอ้างเหตุเจ็บป่วย สูงอายุ และสำนึกผิด เพื่อขอให้ศาลลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ได้เตรียมตัวเตรียมใจหากต้องรับโทษตามคำพิพากษา

สำหรับเอกสาร 4 แผ่น ที่นายธาริตยื่นต่อศาลฎีกา ประกอบด้วย ใบปะหน้าที่นายคณิตทำถึงนายสุเทพ ลงวันที่ 2 พ.ย.61 ระบุข้อความว่า ขอได้โปรดพิจารณาหนังสือแสดงความสำนึกและขอขมาลาโทษของนายธาริตด้วย และหากท่านจะได้กรุณาให้นายธาริตเข้าพบเพื่อกราบขอขมา ข้าพเจ้าจะขอเดินทางมาพร้อมกันด้วย ทั้งนี้ สุดแล้วแต่นายสุเทพจะเห็นสมควร

ส่วนเอกสารแผ่นที่ 2-3 เป็นหนังสือรับรองข้อเท็จจริงเขียนโดยนายคณิต ลงวันที่ 6 ธ.ค.61 ระบุว่า ขอทำหนังสือรับรองข้อเท็จจริงมอบให้นายธาริตตามที่ได้รับการร้องขอจากนายธาริต จำเลยในคดีอาญาตามฟ้องของนายสุเทพ ซึ่งต้องการรับสารภาพและขอขมานายสุเทพ โดยเห็นว่าการขอโทษเป็นสิ่งที่ดี เป็นการส่งเสริมการปรองดองสมานฉันท์ของคนในบ้านเมือง และคดีหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อครั้งที่นายสุเทพดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ได้เคยขอให้ข้าพเจ้าทำงานคอป. กรณีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงให้เกิดการปรองดองกันขึ้น และนายธาริตเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าพเจ้า เป็นผู้มีความประพฤติดีตลอดมา เรื่องคดีที่ฟ้องกันก็มีมูลเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ในราชการของดีเอสไอ ข้าพเจ้าจึงได้ตอบรับทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาประนีประนอมยอมความ

ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้พูดคุยกับนายสุเทพทางโทรศัพท์ นายสุเทพได้แจ้งให้นายธาริตทำหนังสือขอขมาเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อพิจารณา จากนั้นข้าพเจ้าได้พูดคุยกับนายสุเทพอีก 2 ครั้ง นายสุเทพแจ้งว่าพร้อมที่จะยกโทษให้นายธาริตและขอให้นายธาริตจัดทำคำแถลงข่าวขอโทษ โดยประสานกับนายทวีศักดิ์ หัวหน้าทนายความ ซึ่งนายสุเทพได้แจ้งให้ข้าพเจ้าติดตามขั้นตอนและวิธีปฏิบัติกับทนายความได้เลย แต่ผลการพูดคุยกับนายทวีศักดิ์ไม่เป็นที่ยุติ โดยนายทวีศักดิ์แจ้งว่าทีมที่ปรึกษากฎหมายให้ความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย แต่เนื่องจากนายธาริตแจ้งว่าเวลาเหลือจำกัดแล้ว เพราะศาลฎีกาพิพากษาในวันที่ 14 พ.ค.นี้ นายธาริตจึงขอทำคำรับสารภาพเข้าไปในสำนวน เพื่อขอความเมตตาจากศาล และขอร้องให้ข้าพเจ้าทำหนังสือรับรองฉบับนี้ขึ้น

สำหรับเอกสารแผ่นที่ 4 เป็นเอกสารแสดงความสำนึกผิดและขอขมาลาโทษที่นายธาริตทำถึงนายสุเทพ ลงวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุความว่า ตามที่นายธาริตได้เคยแถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับนายสุเทพ ในเรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อนายสุเทพ นำไปสู่การยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาท โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งตนได้ทบทวนเรื่องราวโดยเฉพาะการกระทำที่ไม่บังควร เป็นการจาบจ้วงและละลาบละล้วงต่อนายสุเทพ จึงขอโอกาสนี้แสดงความสำนึกผิดและกราบขอขมาลาโทษ

 

บทความแนะนำ