ยกฟ้อง!ศาลฎีกาฯชี้"ทักษิณ"ไม่ผิดม.157 ให้คลังบริหารแผนฟื้นฟูทีพีไอ

  • วันที่ 29 ส.ค. 2561 เวลา 13:50 น.

ยกฟ้อง!ศาลฎีกาฯชี้"ทักษิณ"ไม่ผิดม.157 ให้คลังบริหารแผนฟื้นฟูทีพีไอ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางนักการเมือง เสียงข้างมาก ยกฟ้อง ทักษิณ ไม่ผิด ม.157 อนุมัติให้คลังบริหารแผนฟื้นฟูทีพีไอ

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาด้วยมติเสียงข้างมากให้ยกฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดมาตรา 157 กรณีอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าฟื้นฟูกิจการ บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) เนื่องจากเป็นความยินยอมของธนาคาร เจ้าหนี้ ลูกหนี้ สหภาพแรงงาน และเป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง จึงไม่ได้มีเจตนาที่จะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง

โดยศาลฎีกาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทักท้วงกรณีกระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TPI นั้นไม่มีเจตนาพิเศษที่จะแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือเพื่อผู้อื่นในการเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารแผน 5 คนใหม่

อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่า การเข้าบริหารแผนฟื้นฟูกิจการ ทีพีไอ ของกระทรวงการคลังนั้นเกิดจากความยินยอมของธนาคาร เจ้าหนี้ ลูกหนี้ สหภาพแรงงาน รวมทั้งเป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งกระทรวงการคลังก็ถือเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ปัญหาการเข้าฟื้นฟูกิจการทีพีไอ สืบเนื่องมาจากเศรษฐกิจสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท จนกระทบต่อธุรกิจต่างๆ ที่ได้กู้เงินกับต่างชาติ มูลค่าหนี้จะสูงเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยกรณีของ ทีพีไอ มีมูลค่าหนี้สูงขึ้น 1.3 แสนล้านบาทภายในข้ามคืน จากเดิมอยู่ที่ 65,000 ล้านบาทเศษ ซึ่งกระทบต่อบริษัทที่มีพนักงานกว่า 7,000 คน โดยนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารทีพีไอ รวมทั้งสหภาพแรงงานของบริษัทก็เคยเสนอให้กระทรวงการคลังเข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ตามทางไต่สวนก็ยังฟังไม่ได้ว่า เมื่อกระทรวงการคลังเข้าบริหารแผนและจ่ายค่าตอบแทนให้กับคณะผู้บริหารที่โจทก์อ้างว่าเป็นพรรคพวกของจำเลย รวมทั้งการซื้อขายหุ้นเพิ่มทุนของกิจการทีพีไอ ก็กำหนดให้ซื้อเพียงหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เช่น บมจ.ปตท.(PTT) ธนาคารออมสิน และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น ก็ไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่าจำเลยได้รับผลประโยชน์เหล่านั้นแต่อย่างใด ซึ่งเงินค่าตอบแทนเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการก็ปรากฎว่าเป็นคดีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้คืนเงินค่าตอบแทนจากการเข้าบริหารแผนฟื้นฟูจำนวน 224 ล้านบาทเศษแล้ว ข้อกล่าวหาที่โจทก์ฟ้องยังไกลเกินกว่าเหตุ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตฯ

ข่าวอื่นๆ