รื้อโควตา 46 ล้านใบ เตะสลากเข้าปากใคร?

  • วันที่ 24 ก.ย. 2552 เวลา 13:20 น.

โดย...ทีมข่าวการเงิน

มติคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ถือว่ามีนัยสำคัญ เมื่อมีการตั้งนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ กรรมการสลากฯ เป็นประธานคณะอนุกรรมการทบทวนโควตาสลาก 46 ล้านใบใหม่ทั้งหมด

อ้างว่า ปัจจุบันมีการจัดสรรให้กับ 4 กลุ่ม ได้แก่ รายย่อย องค์กรมูลนิธิ นิติบุคคล และผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านคลังจังหวัด แต่ปรากฏว่านิติบุคคลบางรายไม่ได้รับโควตาไปจำหน่ายจริง แต่รับไปให้พ่อค้า แม่ค้ารายอื่นขายต่อ ขณะที่มีบางองค์กรมูลนิธิที่ได้รับการจัดสรรโควตา เมื่อตรวจแล้วพบว่ามีความซ้ำซ้อน และไม่แน่ใจว่ามีการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการเพื่อการกุศลจริงหรือไม่

ล่าสุด นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า คณะอนุกรรมการทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรสลาก 46 ล้านฉบับ เพื่อจัดสรรโควตาใหม่ คาดว่าจะสรุปหลักเกณฑ์ได้ภายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

ประเด็นที่สังคมกังขาก็คือ เหตุใดสำนักงานสลากฯ เพิ่งมาตื่นตัวที่จะรื้อโควตาในขณะนี้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ารายชื่อบัญชีผู้รับสลาก 46 ล้านใบนั้นใช้มากว่า 45 ปีแล้ว

ที่ผ่านมา 4 เดือนเมื่อราคาสลากแพงก็เอาแต่อ้างว่าต้องพิมพ์เพิ่ม แต่ไม่เคยมีมาตรการตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าของโควตาเดิมเลย เพราะเมื่อสื่อมวลชนตรวจสอบไส้ในของโควตา 46 ล้านใบแล้วมีประเด็นที่น่าติดตาม โดยโควตาในส่วนขององค์กร สมาคม ทั้งในส่วนกทม. และภูมิภาค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาคมคนพิการ พบบางสมาคมก็ชื่อคุ้นหู แต่บางสมาคมก็ชื่อเสียงเรียงนามแปลกๆ

ขณะที่ใน จ.เชียงใหม่ มีการตั้งสมาคมลักษณะนี้ขึ้นหลายแห่ง รวมถึงอุดรธานี ศรีสะเกษ นนทบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ นครราชสีมา พัทลุง ล้วนมีการผุดสมาคมคนพิการขึ้นมารับโควตาเช่นกัน ขณะที่การจัดสรรให้กับนิติบุคคล 64 แห่ง จำนวน 27,490 เล่ม ก็ยังตรวจสอบพบความไม่ปกติ เช่น มี 3 บริษัทที่จดทะเบียนบริษัทในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือ วันที่ 7 ก.พ.-8 ก.พ. และ 10 ก.พ. ปี 2548 เป็นช่วงก่อนที่สำนักงานสลากฯ จะเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายมาเป็นการแบ่งสีและเขตพื้นที่ในเดือนพ.ค. 2548 ทำให้ต้องมีการจัดสรรโควตาใหม่

หลายบริษัทไม่ได้ค้าสลากโดยตรง แต่ทำธุรกิจอื่นๆ อาทิ ค้าพลาสติก และเคมีภัณฑ์ บางแห่งใช้สถานที่ตั้งเดียวกับสำนักงานบัญชีและกฎหมาย ที่รับทำบัญชีให้กับมูลนิธิ องค์กรการกุศล และกีฬากว่า 20 แห่ง เป็นต้น รวมทั้งยังพบนิติบุคคล 2 แห่งใช้สถานที่ตั้งใกล้กัน แต่ก็ยังได้รับโควตา

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการสลากฯ กล่าวว่า หากพบนิติบุคคลที่นำสลากไปขายให้ยี่ปั๊วหรือรายย่อยเกินราคาก็จะถูกยกเลิกโควตา นอกจากนั้น ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบผู้ค้าที่ขายเกินราคา และจะสาวไปถึงต้นตอว่านำสลากมาจากที่ใดเพื่อดำเนินการเช่นเดียวกัน

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการสลากฯ เปิดเผยว่า ในส่วนของการพิมพ์สลากเพิ่ม 4 ล้านฉบับ ซึ่งจะออกในงวดวันที่ 1 พ.ย.นั้น เป็นที่น่าสังเกตว่าในส่วนที่พิมพ์เพิ่มให้องค์กรการกุศล 1.4 ล้านใบ มีการปรับลดจำนวนองค์กรการกุศลลงจากเดิม 27 แห่ง เหลือ 15 แห่ง อีกทั้งมติบอร์ดสลากฯ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ยังเพิ่มรายชื่อ “มูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” เข้ามา ทำให้รวมเบ็ดเสร็จแล้วเป็น 16 แห่ง โดยที่ผ่านมามีกลุ่มกุนซือนักการเมืองพร้อมเครือข่ายพยายามเกลี่ยโควตาการพิมพ์เพิ่มนี้ให้ลงตัว

สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความพยายามเกลี่ยโควตาที่พิมพ์เพิ่มเข้ามาใน “อุ้งมือ” ของมูลนิธิสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้มากที่สุด เพราะจะเท่ากับว่าสำนักงานสลากฯ จะมีอำนาจในการไปจัดสรรได้เอง ต่างจากเดิมที่คณะอนุกรรมการซึ่งมีพล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ เป็นประธาน กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าจะคืนให้กับองค์กรการกุศลที่เคยถูกปรับลดไป
เที่ยวนี้บรรดาเสือหิว เสือโหย และช้างสาร กำลังวิ่งพล่านจนฝุ่นตลบไปทั่วกระทรวงการคลัง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ