
'บ้านรวมจิต กิจก็รุ่งเรือง' คำขวัญบ้านล้ำเลิศพงศ์พนา
อภิชัย ล้ำเลิศพงศ์พนา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ได้ให้ความเห็นถึงการบริหารงานและการดูแลครอบครัวเอาไว้ว่า
อภิชัย ล้ำเลิศพงศ์พนา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ได้ให้ความเห็นถึงการบริหารงานและการดูแลครอบครัวเอาไว้ว่า
โดย...อนุสรา ทองอุไร
อภิชัย ล้ำเลิศพงศ์พนา กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ไอ.ที.ซี. ได้ให้ความเห็นถึงการบริหารงานและการดูแลครอบครัวเอาไว้ว่า ชีวิตคนเราก็เปรียบเหมือนกับการโยนลูกบอลสลับมือกันไปมาทั้ง 5 ลูก ลูกบอลทั้ง 5 คือ ครอบครัว สุขภาพ การงาน เพื่อน และนิสัยตัวตนของเรา ซึ่งต้องเลี้ยงลูกบอลทั้ง 5 ให้สลับไปมากลางอากาศไม่ให้ตก ลูกบอลที่เป็นการงานเท่านั้นที่เป็นลูกบอลยางตกลงก็ไม่แตก แต่สำหรับลูกบอลลูกอื่นๆ เป็นเหมือนลูกบอลแก้ว โดยเฉพาะครอบครัว จำเป็นต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดีที่จะไม่ให้ตกลงมา
ความสำเร็จต่างๆ ของการงานก็อยู่ที่ครอบครัว ความซื่อสัตย์ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีความห่วงใย มีเวลา และความรักต่อครอบครัว จึงจะก่อให้เกิดความรุ่งเรืองจากภายในสู่ภายนอก ดั่งคำว่าไว้ “บ้านรวมจิต กิจก็รุ่งเรือง” ความรักของพ่อแม่ที่ลูกเห็นก็จะพัฒนามาเป็นความรักระหว่างพี่น้อง การเสียสละ อภิชัย ย้ำว่า เขาจะเลี้ยงลูกไม่ให้อด ไม่ให้ขาด แต่ไม่ให้ฟุ่มเฟือย และสอนให้ลูกรู้จักหา รู้จักเก็บ รู้จักใช้ รู้จักการต่อยอดให้ออกดอกออกผล รู้จักแบ่งปัน และรู้จักพอเพียง
“เพราะเด็กคือผ้าขาวที่บริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่ต้องดูแล ทะนุถนอม และป้อนข้อมูลที่ดีๆ ให้กับเขา เขาเป็นเหมือนเครื่องรับสัญญาณที่ยังสามารถรับได้ง่ายและดีกว่าผู้ใหญ่ เราปลูกฝังให้เขามีจิตสำนึกที่ดี เขาก็จะเป็นเยาวชนที่ดีของประเทศต่อไป”
ในความคิดของอภิชัย การได้เป็นพ่อแม่ของเด็กสักคนหนึ่ง ทำให้มองโลกต่างไปจากเดิมมากทีเดียว คือ ความห่วงใยต่ออนาคตของลูก กลัวเขาใจแตก กลัวเขาหลงระเริงไปกับสังคมในปัจจุบัน ที่ถูกกำหนดโดยการตลาดอย่างไม่รู้ขอบเขตความเหมาะสมของเสรีภาพ และสังคมที่ขาดวินัย
การให้เวลาและความใกล้ชิดกับลูกๆ ไม่ว่า การสอนการบ้าน การกล่อมลูกนอนเมื่อเขายังเป็นเด็ก หรือการหากิจกรรมทำในวันหยุดให้ เช่น เล่นโยคะ ดนตรี ว่ายน้ำ เทนนิส งานอดิเรกของแต่ละคน และการไปเที่ยวพักผ่อนร่วมกันทั้งครอบครัว เพื่อให้มีเวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด เพราะประสบการณ์ชีวิตของคนเรามีหลากหลาย สามารถสอดแทรกได้ตลอดเวลา ณ เวลาใดเวลาหนึ่งได้เสมอ เปรียบเสมือนการฉีดวัคซีนชีวิตให้กับลูกๆ เพื่อเขาจะได้ใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย เป็นคนดี และไม่ก่อปัญหาให้กับสังคมและแผ่นดินเกิด การเติบโตของลูกทุกขั้นตอนไม่ได้ใช้สายตาดูแล แต่ใช้สายใจมาดูแลแทน
การเป็นครอบครัวที่อบอุ่น สำหรับอภิชัยก็คือความสำเร็จของลูกๆ และการมีลูกที่เป็นผู้มีเหตุและผลอันดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสุขเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เพื่อส่งต่อให้เขาทดแทนคุณแผ่นดินต่อไปนั้น
“ความสำเร็จทั้งหมดนี้ต้องยกเครดิตให้กับภรรยาของผม (จารุณี) ผู้อยู่เบื้องหลังการทำให้ ‘บ้านรวมจิต กิจรุ่งเรือง’ เพราะเธอยอมเสียสละออกจากงานมาเลี้ยงลูกเอง ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ทำให้ลูก 2 คนนี้ได้อย่างใจพ่อแม่มาก” เขากล่าวอย่างชื่นใจ ที่ตอนนี้ลูกชายคนโตวัย 23 ปี เหวินวัลลภที่จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอยู่ระหว่างเตรียมจะไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัย Reading ในปลายเดือน ก.ค.นี้ ส่วนคนเล็กวัย 19 ปี หมิงวรท ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การดูแลครอบครัว การเลี้ยงลูกถือว่าเป็นงานฝีมือชั้นดีที่ต้องใช้ทั้งเวลาและใจในการดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า







