posttoday
ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งจับยักยอกทรัพย์

ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งจับยักยอกทรัพย์

07 กรกฎาคม 2554

ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์  เหตุนำรถไปขายโดยไม่บอกกล่าว บอกรู้จักสันดานดี เชื่อแค่อยากดัง

ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์  เหตุนำรถไปขายโดยไม่บอกกล่าว บอกรู้จักสันดานดี เชื่อแค่อยากดัง

ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งจับยักยอกทรัพย์ แน็ต พีรกร

เมื่อเวลา14.00น. ของวันนี้ (6 ก.ค 54) หลังจากที่ "นายภูมิพัฒน์ วงศ์ยาชวลิต" หรือ แน็ต พีรกร ผู้ที่อ้างว่าเป็นดีเจคลื่นลูกทุ่งชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจลาดพร้าว โดยอ้างว่าถูก นายรุ่งโรจน์ นิจรันธ์ หรือ ไมเคิล ตั๋ง นักลอกเลียนแบบนักร้องนักแสดงชื่อดัง  นำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า สีดำ หมายเลขทะเบียน วร 8684 ของตนที่ซื้อมาจากเต็นท์รถย่านแฮปปี้แลนด์ ไปขายให้กับผู้อื่น ทั้งนี้  โดยนำหลักฐานเป็นเอกสารสัญญาการซื้อขายรถยนต์และคลิปเสียงการสนทนากับเจ้าของเต็นท์รถมามอบให้เป็นหลักฐาน

โดยอ้างว่าได้ร่วมงานกับไมเคิล ตั๋ง ในฐานะคอสตูม ตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนถึงเดือนมีนาคม  และจากนั้นจึงขอเบิกเงินค่าจ้างเอามาก็ได้ซื้อรถ แต่เนื่องจากตนขอเบิกเงินเกินเกณฑ์ที่กำหนดทางศิลปินชื่อดัง จึงยอมให้เบิกได้แค่ครึ่งเดียว และได้ทำหนังสือเป็นสัญญาเงินกู้ไว้ จำนวนเงิน 2 หมื่นบาท โดยอีกฝ่ายยึดเล่มทะเบียนรถไว้ จนกว่าตนจะทำงานใช้หนี้หมด  ซึ่งในสัญญาระบุว่าแบ่งจ่ายทั้งสิ้น 7 เดือน เดือนละประมาณ 3,000 บาท  ซึ่งก็ได้ชำระไป 2 เดือนแล้ว

ส่วนที่อีกฝ่ายนำรถไปได้อย่างไรนั้น เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพราะช่วงนั้น เป็นเทศกาลสงกรานต์ มีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงไปขอเบิกเงินกับคู่กรณี แต่อีกฝ่ายไม่ให้ เลยต้องนำรถไปจอดที่เต็นท์ เพื่อเอาเงินส่วนต่างไป โดยทางเจ้าของเต็นท์รถได้ให้เงินมาจำนวน15,000บาท หลังจากนั้นตนได้กลับมาถามหารถที่เต็นท์ดังกล่าว ปรากฏว่าทางเจ้าของแจ้งว่ารถได้ขายไป แล้วโดยไมเคิล ตั๋ง เป็นผู้ขายไป ซึ่งตนไม่ทราบว่าคู่กรณีคิดอะไร จึงได้เอารถไปขาย ทั้งๆ ที่หนังสือซึ่งสัญญาการซื้อขายนั้น เป็นชื่อของตน จึงคิดว่าการกระทำดังกล่าวนี้เป็นการยักยอกทรัพย์

ด้าน ไมเคิล ตั๋ง ศิลปินก็อบปี้การแสดงชื่อดัง ผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า "สำหรับเรื่องคุณแน็ตไปแจ้งความผมนั้น ผมไม่ได้รู้สึกซีเรียสอะไรนะ ไม่เลยคนเลวแบบนี้ ไม่สนใจแต่ถ้าจะยืนยันกันก็ได้  คือเขาทำงานกับผมในตำแหน่งคอสตูม แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำด้วยกันแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน แต่เพราะเขาลางานวันที่ 13 ซึ่งเรามีงานวันนั้น แล้วผมก็บอกแล้วว่าผมทำงานไม่ได้นะถ้าไม่มีคุณ แต่เขากลับลางาน ผมก็เลยให้ลายาวเลย แต่ที่ไม่ได้ทำงานร่วมกันเป็นเพราะระบบงานนะไม่ใช่เรื่องรถ

ไมเคิล ตั๋ง เมิน แน็ต พีรกร แจ้งจับยักยอกทรัพย์ ไมเคิล ตั๋ง

"ความจริงจะฟ้องเขากลับได้เหมือนกัน ถ้าเขาไม่ยอมหยุดก็ไม่เป็นไร ผมหมดไปกับเขาเยอะแล้ว  เขาพวกชอบสร้างกระแสอยู่แล้วอย่างฟ้อง อ๊อฟ (พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง) หรือประท้วงสายัณ ห์ สัญญา คือเขาไปทำอะไรก็มาเล่าให้ผมฟัง ชอบมาอวด ผมรู้จักสันดานเขาดี เขาภูมิใจในความเป็นนักแสดงของเขามาก (หัวเราะ) ผมว่าเรื่องนี้เขาแค่อยากได้สื่อมากกว่า ผมก็อยากรู้นะว่าเขาจะเอาเรื่องอะไรมาฟ้องผมสุดท้ายก็มาเป็นเรื่องนี้  ยังไงเรื่องนี้ผมก็เป็นคนถูก คนอื่นรู้ว่านิสัยของไมเคิลตั๋งเป็นคนยังไง ผมเองไม่คิดจะต้องแถลงอะไรหรอกครับ"

ด้านลูกน้องคนสนิทของศิลปินชื่อดัง  ในฐานะพยานของเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่า  คู่กรณีนั้นทำงานเป็นฝ่ายคอสตูมในวง โดยอีกฝ่ายบอกว่าอยากได้รถจึงได้ขอยืมเงินไมเคิล ก้อนแรกเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาไว้  เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจ  และหลังจากนั้นไม่นาน คู่กรณีก็ได้มาขอยืมเงินจากไมเคิลอีกจำนวน  20,000 บาท อ้างว่าจะนำเงินไปปิดเล่มทะเบียน ซึ่งเงินจำนวนนี้ได้ทำสัญญากันไว้เป็นเวลา 7 เดือน ซึ่งตนก็ได้เดินทางไปที่เต็นท์รถดังกล่าวด้วย และได้ทำการยึดเล่มทะเบียนไว้  เพื่อเป็นหลักประกันว่าอีกฝ่ายจะต้องใช้หนี้ที่ยืมมาให้หมดเสียก่อน

พอคู่กรณีได้รถไปแล้วนั้น กลับเงียบหาย  ขอลางานบ่อยโดยอ้างว่าลูกป่วย หรือบางครั้งลาหยุดโดยไม่บอกกล่าว ซึ่งไมเคิลได้ส่งข้อความแกมประชดว่า ถ้าอยากลาก็ให้ลางานไปเลยหนึ่งเดือน และอีกฝ่ายก็เงียบหาย ไม่ยอมผ่อนชำระตามที่ได้ทำสัญญาไว้ หลังจากนั้น ไม่กี่เดือนอีกฝ่ายก็ติดต่อมาบอกว่าจะขอกลับมาทำงานใช้หนี้ที่ค้าง  แต่ศิลปินชื่อดังไม่รับเข้าทำงานแล้ว  แต่อีกฝ่ายก็ยังต้องชำระหนี้เหมือนเดิม สุดท้ายก็ไม่จ่ายเงินอีก

ภายหลังตนสืบทราบว่า แน็ตได้ไปหาเจ้าของเต็นท์รถดังกล่าว  เพื่อเอารถมาจำนำไว้  เมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ อ้างว่ามีเหตุจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งทางร้านได้ให้เงินไปจำนวน 15,000 บาท และเมื่อถูกถามถึงเล่มทะเบียนรถ คู่กรณีก็ยังอ้างว่าอยู่ที่ไมเคิล ตั๋ง แต่ตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ ถ้ากลับมาจะนำเงินมาเคลียร์ให้ พอไมเคิลทราบเรื่องจึงได้ขายรถคันดังกล่าวเพื่อตัดปัญหา และที่อีกฝ่ายไปแจ้งความนั้น ตนอยากรู้ว่าศิลปินชื่อดังจะเอารถไปขายได้อย่างไร เพราะรถอยู่ที่กรณี และกุญแจก็ไม่มีสักดอก ส่วนเรื่องทรัพย์สินภายในรถที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างนั้น ตนไม่ทราบเรื่องต้องไปเคลียร์กับเจ้าของรถเอง และคิดว่าจากเรื่องดังกล่าวกลายเป็นว่าไมเคิลเป็นผู้เสียหายมากกว่าเป็นต้องเสียเงินไปเกือบ 70,000 บาท

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่