
สกอตต์ ปาร์กเกอร์ เกียรติยศลูกหนัง..แด่พ่อ
แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ
แม้ปัจจุบันจะไม่ได้เล่นให้กับทีมยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ
แต่ฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจของ สกอตต์ ปาร์กเกอร์ รองกัปตันทีมเวสต์แฮม ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 20102011 จากสมาคมนักข่าวฟุตบอลเมืองผู้ดี
เป็นนักเตะคนที่ 2 ของเวสต์แฮม ต่อจาก บ็อบบี มัวร์
“ตอนผมไปถึงและมองดูทำเนียบผู้คว้ารางวัลที่ผ่านมา มันสูงเกินไปหน่อยสำหรับผม ผมตัวลอยและรอคอยค่ำคืนนั้น ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชนะ โดยเฉพาะพวกเรากำลังหนีตกชั้น แต่มันเยี่ยมมาก ความจริงคือ ผู้สื่อข่าวยังเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมทำใน 2 ปีล่าสุด”
แต่น่าเสียดายที่คุณพ่อผู้เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่มีโอกาสได้อยู่ดูวันแห่งความสำเร็จนี้
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา มิก ปาร์กเกอร์ ได้เสียชีวิตลง หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งนานกว่า 4 ปี ซึ่งเป็นสัปดาห์เดียวกับที่ มิดฟิลด์ทีมขุนค้อน ซึ่งกำลังดิ้นรนหนีตกชั้น กลับมาติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง และเป็นการจากไปหนึ่งเดือนก่อนที่เขาจะได้รับรางวัล
“พ่อของผมไม่ได้ไปนั่งอยู่กับ คาร์ลีย์ ภรรยาของผม รวมถึงน้องสาวและเพื่อนสนิทบางคน มันเหมือนกับตอนที่เราลงเล่นกับเวลส์ เขาจะมีความสุขมากที่ได้เห็นผมลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ เขาเป็นคนหัวเก่า ไม่เคยเลยที่จะออกมาชื่นชม แต่หากเขาบอกว่าผมเล่นได้ดี ผมรู้ว่าผมทำได้ดี”
ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ปาร์กเกอร์ เติบโตขึ้นมาด้วยความใกล้ชิดและได้รับกำลังใจสำคัญจากผู้เป็นพ่อ จนมีวันนี้ได้
“เขาทำงานเป็นคนขับรถบรรทุก ต่อมาก็ขับรถแท็กซี่ แต่เขาจะพาผมไปด้วยในทุกๆ ที่ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ แม้ตลอด 2 ปีตอนผมไปเรียนอยู่โรงเรียนสอนฟุตบอลของสมาคมลูกหนังอังกฤษ ที่ลีลล์แชลล์ เขาก็จะเดินทางไปหาผมทุกสุดสัปดาห์”
ในวันศุกร์ก่อนที่พ่อของเขาได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับที่โรงพยาบาลเมดสโตน ปาร์กเกอร์ ได้เดินทางเยี่ยมเขาหลังจากเสร็จสิ้นการฝึกซ้อม
“เขาอาการไม่ดีเลย และผมจำได้ว่าขอให้พยาบาลช่วยให้ยาบรรเทาอาการเจ็บปวดและฉีดมอร์ฟีนให้กับเขา ผมอยู่กับเขาตลอดจนอาการดีขึ้น และเราได้คุยกัน พ่อของผมเป็นแฟนทีมสเปอร์ส และก่อนที่ผมจะออกมา เขาบอกว่า “พรุ่งนี้เล่นให้ดีนะ พ่อจะดูลูกในแมตช์ใหญ่ของวัน” ผมก็ตอบกลับไปว่า “แน่นอนผมจะทำให้ดี เจอกันวันพรุ่งนี้ครับพ่อ”
แต่แล้วเหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นดั่งที่หวังไว้ เมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ปาร์กเกอร์ ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว ก่อนจะพุ่งออกจากโรงแรมเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทันที
ทว่า...คุณพ่อไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย มิดฟิลด์เวสต์แฮม ได้คุยกับทีมแพทย์ที่สโมสร และบอกว่าจะรอดูสภาพจิตใจของตัวเองในตอนเช้าก่อนจะตัดสินใจพร้อมลงสนามหรือไม่
“ผมกลับไปบ้านและนอนไม่หลับอย่างที่ทุกคนจินตนาการได้”
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด ปาร์กเกอร์ ก็เลือกที่จะลงเล่นในเกมกับสเปอร์ส เพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อของเขาต้องการ
เป็นสิ่งสุดท้ายที่พ่อของเขาขอให้ทำ
เป็นสัญญาใจลูกผู้ชาย
ถึงแม้วันนี้ ปาร์กเกอร์ จะไม่มีพ่ออยู่ข้างกายและอยู่ดูความสำเร็จในเส้นทางลูกหนังที่เขาคาดหวังไว้ แต่เชื่อว่า คุณพ่อปาร์กเกอร์ มองลงมาจากสวรรค์และภูมิใจในตัวลูกคนนี้มากแน่นอน







