
'ธัญวรัตน์ วิริยะพงศ์' อนาคตที่ปรึกษาความเสี่ยงทางธุรกิจ
สาวน้อยวัย 21 ปี ที่ไม่ได้มีดีแค่การเรียน แต่ยังเด่นในด้านกิจกรรมสารพัด แถมพ่วงตำแหน่ง Ray Model Search คนแรกอีกด้วย...
สาวน้อยวัย 21 ปี ที่ไม่ได้มีดีแค่การเรียน แต่ยังเด่นในด้านกิจกรรมสารพัด แถมพ่วงตำแหน่ง Ray Model Search คนแรกอีกด้วย...
โดย...อนุสรา ทองอุไร
น้องธัญ-ธัญวรัตน์ วิริยะพงศ์ สาวน้อยวัย 21 ปี หน้าสวยใสสไตล์ญี่ปุ่น ผิวดีแบบสาวเหนือ เธอเป็นสาวน้อยจาก จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิด เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจพื้นเมืองเชียงใหม่ จบมัธยมปลายจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย แต่สนใจเรื่องภาษาและบริหารธุรกิจเป็นพิเศษ จึงทำให้เธอเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญหรือเอแบค เรียนดีใช้ได้เพราะมีผลการเรียนอยู่ในระดับ 3.2 ไม่ได้มีดีที่เรียนเก่งเท่านั้นกิจกรรมอื่นก็เด่นใช่ย่อย ทั้งดนตรี กีฬา ก็ไม่น้อยหน้าใคร แถมมีดีกรีพ่วงท้ายว่าเป็นสาวเรย์คนแรกด้วยอันดับหนึ่ง Ray Model Search ปี 2008 by Ray Magazine และมีผลงานถ่ายแบบลงนิตยสาร Ray อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีผลงานอื่นๆ เช่น ปี 2006 พิธีกร U-Channel ของมหาวิทยาลัย เล่นมิวสิกวิดีโอ รณรงค์การออกกำลังกายของมหาวิทยาลัยปี 2004 รางวัลชมเชย ประกวดเต้น Nescafe ระดับประเทศปี 2003 รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง ประกวดเต้น BBGG ระดับประเทศ เรียกว่ามีดีกรีพ่วงท้ายไม่ใช่น้อยเลย
อยากเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ
ขณะนี้น้องธัญกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะ Risk Management (การจัดการธุรกิจความเสี่ยง) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เพราะมีความสนใจเรื่องธุรกิจ ก่อนหน้านี้น้องธัญเคยไปฝึกงานที่บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ซึ่งก็ถูกชักชวนให้ทำงานต่อไปเลย เธอจึงไม่ห่วงเรื่องตกงานเนื่องจากสาขาที่เรียนมานั้นเป็นสาขาที่ค่อนข้างขาดแคลนเพราะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย
“อาจารย์เล่าให้ฟังว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยที่ต่างประเทศนั้นเฟื่องฟูมาก เพราะเขาให้ความสำคัญกับเรื่องประกันภัยทั้งประกันชีวิต สุขภาพ และประกันความเสี่ยงทางธุรกิจ แต่บ้านเราเพิ่งเริ่มต้น โดยเฉพาะประกันภัยความเสี่ยงทางธุรกิจคนที่จบด้านนี้จริงๆ ยังมีน้อย ก็เป็นโอกาสดีของนักศึกษาที่จบด้านนี้ว่าจบมามีงานทำแน่ ซึ่งหนูก็คงจะทำงานในสิ่งที่เรียนมาสัก 2 ปี ก่อนจะไปเรียนต่อปริญญาโท”
เชฟก็ชอบ
น้องธัญ กล่าวว่า อีกงานที่เธอสนใจไม่แพ้กันก็คือการเป็นเชฟ เพราะสนใจเรื่องการทำอาหาร หากไม่ได้ทำงานในสิ่งที่เรียนมาเธอจะเลือกไปเรียนต่อทางด้านการเป็นเชฟอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และในอนาคตหากมีความพร้อมเธออาจจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง เพราะการทำอาหารมีเรื่องของบริหารและศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งอร่อยและมีความสุข
ส่วนเรื่องวงการบันเทิงนั้นหากมีโอกาสก็อาจจะลองดู แต่คงเป็นระยะสั้นๆ ที่ไม่ยึดเป็นอาชีพเพราะไม่ถนัดมากนัก เพราะคงเลือกทำงานในสายที่เรียนมา
เอาดีเรื่องภาษา
อย่างที่กล่าวไว้แล้วแต่ต้นว่า น้องธัญชัดเจนตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วว่าชอบเรื่องธุรกิจและภาษา นอกจากภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาที่สองแล้ว เธอยังไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่สามเอาไว้ด้วย อย่างน้อยชีวิตจะได้มีทางเลือกมากขึ้นถ้าเราทำอะไรได้มากกว่าคนอื่น เราก็จะมีโอกาสเลือกมากกว่าเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันนี้การแข่งขันในด้านต่างๆ สูงมาก โดยเฉพาะในตลาดแรงงานตอนนี้แข่งกันสูงมาก นอกจากนั้นยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อีกด้วย
ออกกำลังกายคลายเครียด
มนุษย์เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศใดวัยไหน ก็ล้วนแต่มีเรื่องมีปัญหาทำให้เกิดความเครียด ความไม่สบายใจขึ้นได้เสมอ เด็กวัยรุ่นก็มีปัญหาอย่างหนึ่ง คนวัยทำงานก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่ง คนแก่ก็มีปัญหาอีกแบบหนึ่ง อยู่ที่ว่าทุกคนจะจัดการกับความเครียดหรือปัญหาในชีวิตของตนได้อย่างไร สำหรับตัวเธอเองนั้นถ้าชีวิตเริ่มมีปัญหาเธอจะหันไปออกกำลังกายที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นวอลเลย์บอล บาสเกตบอล ปิงปอง หรือแม้แต่การเต้น เพื่อให้ร่างกายเสียเหงื่อและหลั่งสารความสุขออกมา ที่สำคัญทำให้นอนหลับง่ายไม่ต้องคิดมาก
หากออกกำลังกายเสียเหงื่อแล้วความเครียดหรือปัญหาที่มีอยู่ไม่คลี่คลาย น้องธัญก็จะไปฟังเพลงหรืออ่านหนังสือที่ให้ข้อคิดที่ให้กำลังใจ เป็นหนังสือฮาวทูคิดบวก หรือไม่ก็หนังสือธรรมะที่ไม่หนักมาก เป็นธรรมะเบาๆ สำหรับวัยรุ่นที่เดี๋ยวนี้มีเยอะ รูปเล่มทันสมัยน่าอ่าน
“บางที่ก็โทร. ปรึกษาคุณแม่ เพราะสนิทกับคุณแม่ ท่านจะขึ้นมาหาที่กรุงเทพฯ เกือบทุกสัปดาห์เลย เพราะแม่มีประสบการณ์มากกว่า เรียกว่าอาบน้ำร้อนมาก่อน เป็นปัญหาที่เขาเคยผ่านมาแล้ว ก็มีข้อแนะนำที่ดีสำหรับเราได้ เพราะแม่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอะไรกับลูก เขาหวังดีกับเราอย่างแท้จริง”
น้องธัญ กล่าวอย่างมั่นใจว่า มีแม่ไว้สบายใจทุกเรื่อง เรียกว่าฟังผู้ใหญ่ไว้ชีวิตไม่พลาดได้ง่ายๆ เพราะวัยรุ่นสมัยนี้มั่นใจสูง กล้าแสดงออกในทุกเรื่องราว หลายครั้งที่มั่นใจอย่างผิดๆ สุดท้ายก็ใช้ชีวิตแบบพลั้งพลาดและอาจจะสายเกินไปกว่าจะแก้ไขได้ ต่อให้มั่นใจอย่างไรฟังๆ ผู้ใหญ่ไว้บ้างก็ดี โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นคนที่ปรารถนาดีกับเราอย่างจริงใจ รักเราด้วยความบริสุทธิ์ใจโดยไม่หวังผลตอบแทน







