
สิทธิข้า...ใครอย่าแตะ
ลีกใกล้จะเปิดเข้าไปทุกขณะ ทว่าบางเรื่องบางอย่างยังไม่ได้บทสรุป ซึ่งสัปดาห์ก่อนได้ร่ายถึงเรื่องโปรแกรมการแข่งขันไปแล้วที่อาจจะมีการปรับเปลี่ยน แต่ยังมีอีกประเด็นร้อนที่ยังไม่จบคือ สิทธิในการส่งทีมเข้าแข่งขันไทย พรีเมียร์ลีก
อย่างที่ทราบกันนะครับว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยบังคับให้ทุกสโมสรต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพื่อบริหารทีมอย่างเป็นอาชีพ ไม่ใช่ส่งทีมเข้าแข่งขันแบบสมัครเล่นเหมือนแต่ก่อน ซึ่งฤดูกาลที่แล้วก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
แต่หลังจากศึกไทยลีกได้รับความนิยมแบบพุ่งกระฉูด ทำให้ปีนี้มีการแย่งสิทธิส่งทีมกันแล้วครับ
ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับทีมองค์กร เริ่มจากทีม ราชนาวีระยอง ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่าง ราชนาวีสโมสร กับ บริษัท ระยอง ไทยพรีเมียร์ลีก รวมทั้งทีม ทีโอที แคท เอฟซี ที่มีปัญหากันระหว่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ฟุตบอลสโมสรทีโอที แคท เอฟซี
ทั้ง 2 กรณีดังกล่าว สมาคมฟุตบอลตัดสินให้สโมสรราชนาวี กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้สิทธิไป เนื่องจากเป็นผู้จดทะเบียนเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ในขณะที่อีกฝ่ายแม้จะเป็นผู้รับมอบสิทธิส่งทีมก็จริง แต่ไม่ได้มีการทำเอ็มโอยูดำเนินเรื่องมาที่สมาคมฯ ซึ่งแตกต่างกับกรณี ธนาคารกรุงไทย ที่มีการทำสัญญาโอนสิทธิส่งทีมให้กับ บางกอกกล๊าส อย่างชัดเจน
และกรณีล่าสุดที่ยังคาราคาซังอยู่คือ การท่าเรือแห่งประเทศไทย กับ การท่าเรือไทย เอฟซี ซึ่งเมื่อวานนี้มีการประชุมพิจารณาที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลฯ แต่ยังไม่ได้บทสรุป
“
บิ๊กเปี๊ยก” นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฯ เผยว่า ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย แต่ว่าฝั่งประธานทีมการท่าเรือไทย คือ นายพิเชฐ มั่นคง ไม่เดินทางมา โดยอ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ ทำให้สมาคมฯ รับฟังคำชี้แจงจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยฝ่ายเดียวก่อน และจะเชิญบอสใหญ่ทีมสิงห์เจ้าท่ามาชี้แจง และพิจารณากันใหม่ในวันจันทร์ที่ 31 ม.ค.ที่จริงเรื่องเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยครับ ถ้าสมาคมฟุตบอลฯ รวมทั้งบริษัท ไทย พรีเมียร์ลีก ร่วมกันออกกฎระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนออกมาให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้มีปัญหาตามมา ซึ่งหวังว่านี่จะเป็นการบ้านอีกหนึ่งอย่างที่สมาคมฟุตบอลฯ ต้องรีบนำไปพิจารณาโดยด่วน มิฉะนั้นอาจได้ตัดสินกรณีอย่างนี้อีกเรื่อยๆ ซึ่งก่อนเนื้อที่จะหมด มีข่าวดีมาแจ้งให้สมาคมฯ รับทราบ เผื่อจะมีกำลังใจทำงานมากขึ้น
คืออย่างนี้ครับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศ
เตรียมมอบเงินให้กับองค์กรลูกหนังของแต่ละประเทศ 3 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 9.3 ล้านบาท) เพื่อใช้พัฒนาและดำเนินงานในองค์กร เนื่องจากว่า ฟีฟ่าโกยกำไรจากฟุตบอลโลก 2010 ไปแบบถล่มทลาย
หวังว่าจะทำงานให้คุ้มค่าเงินที่ฟีฟ่าให้มาด้วยนะครับ







