posttoday
บางส่วนของชีวิตที่หายไป

บางส่วนของชีวิตที่หายไป

23 มกราคม 2554

หนังไม่บอกในหลายเรื่อง แต่ก็บอกมากเกินในหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ทำให้ออกจะดูน่าเบื่อไปสักนิด บรรยากาศของเรื่องราวเป็นแบบบีบคั้นอารมณ์สุดๆ....

หนังไม่บอกในหลายเรื่อง แต่ก็บอกมากเกินในหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ทำให้ออกจะดูน่าเบื่อไปสักนิด บรรยากาศของเรื่องราวเป็นแบบบีบคั้นอารมณ์สุดๆ....

โดย...ปณิตัส

คดีลูกชายวัย 10 ขวบ ของตำรวจ ทอม แอดคินส์ (จอน แฮมม์) ที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2000 กลายมาเป็นคดีที่เชื่อมโยงกับการหายไปของเด็กชายวัย 10 ขวบอีกคน เมื่อปี 1958 หลังจากมีการขุดพบศพ “เด็กชายในกล่อง”

เบื้องแรก ทอมและบาร์บ หรือบาร์บารา (โรห์นา มิตรา) ภรรยาของเขา คิดว่าศพเด็กชายอาจจะเป็น ทอมมี จูเนียร์ ลูกชายของพวกเขาเองที่หายตัวไปเมื่อ 8 ปีก่อน (ตามเวลาในหนัง) แต่เมื่อฝ่ายพิสูจน์หลักฐานบอกว่า น่าจะเป็นศพที่ถูกฝั่งมานานเป็นสิบๆ ปีมากกว่า

บางส่วนของชีวิตที่หายไป

ภาพเหตุการณ์ในอดีตจึงถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่ แมทธิว เวกฟิลด์ (จอร์จ ลูคัส) คือพ่อในปี 1958 เขาตกงานและภรรยาป่วยเป็นโรคร้าย ทำให้ตัดสินใจลาโลกไปลำพัง แมทธิวที่ตกเป็น “ชิงเกิลแด๊ด” ต้องทิ้งบ้านที่หลุดจำนองและหอบลูกชาย 3 คน ไปฝากให้ครอบครัวน้องสาวของภรรยาเลี้ยง แต่สามีของน้องภรรยาบอกว่า เขารับเลี้ยงได้แค่ 2 คนเท่านั้น แมทธิวเลยต้องหอบหิ้ว จอห์น ลูกชายคนเล็กไปแสวงโชคที่เมืองใกล้ๆ ด้วย

แมทธิวได้งานที่ไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของที่ตั้งฉายาเขาว่า “คริสเตียน” โดยมีเพื่อนที่สนิทสนมที่ไซต์อย่าง “สวีเดน” และ “อิตาเลียน” หรือ “ดิโพลมา” (เจมส์ ฟาน เดอร์ บีก) เนื่องเพราะลูกชายยังเด็กและค่อนข้างพัฒนาการช้า ทำให้เขาต้องหอบหิ้วไปที่ไซต์งานด้วยทุกวัน ไม่มีใครว่าอะไรนอกจากเจ้านายที่ไม่อยากให้เด็กมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ

ณ ค่ำคืนที่ตัดสินใจลำบาก แมทธิวได้เจอกันสาวที่เขาเคยพบที่ปั๊มน้ำมันระหว่างทาง ดิโพลมาเชียร์ให้เขา “กิ๊ก” กับเธอ เผื่อจะได้คนช่วยดูแลลูกชายให้ในตอนกลางวัน

หลังจากที่ทิ้งลูกให้นอนหลับในรถ แล้วไปเริงรักกับสาวสวยที่หลังบาร์ จอห์น ลูกชายวัย 10 ขวบ ของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นตราบาปตลอดชีวิตของแมทธิว ที่เขาไปเล่าให้ใครฟังเลย โดยเฉพาะ แมต กับ ลุค ลูกชายอีก 2 คน ที่มักอยู่ร่วมกับจอห์นเสมอ ก่อนที่มีเหตุให้ต้องแยกไป

มีเพียงคนเดียวที่รับรู้เรื่องราว ก็คือ หญิงสาวที่ร้านอาหารที่บังเอิญพบระหว่างทาง และกลายเป็นคู่ชีวิตคนใหม่ในที่สุด

บางส่วนของชีวิตที่หายไป

ระหว่างตามรอยเหตุฆาตกรรมศพเด็กชายปริศนาในกล่อง ทอม แอดคินส์ ได้สืบคดีลูกชายไปด้วยอย่างไม่รู้ตัว 8 ปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยหมดความหวังที่จะได้ตัว ทอมมี จูเนียร์ กลับคืนมา ตรงข้ามกับภรรยาที่ทนตั้งความหวังแบบลมๆ แล้งๆ ไม่ได้อีกแล้ว...

หนังเริ่มต้นที่ปมประเด็นความพ้องของเด็กหาย 2 คน ก่อนจะเล่าเรื่องอดีตและปัจจุบันแบบคู่ขนานกันไป แล้วค่อยกลายเป็นประเด็นแห่งความเชื่อมโยงอดีตถึงปัจจุบันในท่อนปลาย

จอน แฮมม์ พลิกบทบาทจากสุดห้าวใน Mad Men มาเป็นพ่อผู้หม่นหมอง แต่ก็ยังไม่อาจสลัดคราบสุดแมนแบบที่สาวกรี๊ดออกไปได้สนิท

หนังไม่บอกในหลายเรื่อง แต่ก็บอกมากเกินในหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ทำให้ออกจะดูน่าเบื่อไปสักนิด บรรยากาศของเรื่องราวเป็นแบบบีบคั้นอารมณ์สุดๆ โดยเฉพาะดนตรีที่เข้ามามีบทบาทเสียยิ่งกว่านักแสดง – บรรดาพ่อแม่ที่อยู่ดีๆ ต้องสูญเสียลูกของตัวเองไปอย่างไร้ร่องรอย ก็ไม่ต่างจากการต้องสูญเสียบางส่วนที่สำคัญของชีวิตไป

แต่บางคราวหนังทำท่าจะหลอกเราให้เป็นเรื่องลึกลับดำมืด ชนิดที่เล่นกับสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่คำตอบสุดท้ายก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากจะคาดเดา

Stolen
ปี  2009
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ภาษา  อังกฤษ
ประเภท ชีวิต/ลึกลับ/เขย่าขวัญ
เรตติ้ง  R
ความยาว 97 นาที
กำกับ  แอนเดอร์ส แอนเดอร์สัน
แสดงนำ จอร์จ ลูคัส/จอน แฮมม์/เจมส์ ฟาน เดอร์ บีก/โรห์นา มิตรา

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่