
หนุ่มสุดคูลกับเทคโนโลยีจำเป็น ‘บาสธัชพล กสิกิจวรกุล’
แขกรับเชิญฉบับนี้ “บาสธัชพล กสิกิจวรกุล” ชายหนุ่มเจ้าของรางวัล Cool Guy Award จากเวทีประกวด Men’s Health Guys’ Challenge 2010 คุณว่าเขาอายุเท่าไหร่
แขกรับเชิญฉบับนี้ “บาสธัชพล กสิกิจวรกุล” ชายหนุ่มเจ้าของรางวัล Cool Guy Award จากเวทีประกวด Men’s Health Guys’ Challenge 2010 คุณว่าเขาอายุเท่าไหร่
โดย...ดวงสมรณัฐพล
แขกรับเชิญฉบับนี้ “บาสธัชพล กสิกิจวรกุล” ชายหนุ่มเจ้าของรางวัล Cool Guy Award จากเวทีประกวด Men’s Health Guys’ Challenge 2010 คุณว่าเขาอายุเท่าไหร่
“ผมดีใจมากเวลาคนอื่นๆ เดาอายุผมไว้ว่า 24 แล้วก็ชอบให้เขาทายกันทุกครั้ง” บาสเล่าติดตลก ก็จะไม่ให้เขาออกอาการปลื้มได้อย่างไร ก็แท้จริงเขา 28 แล้ว เคล็ดลับทำให้ดูเด็กก็คือนอนพักผ่อนให้มาก ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
“ครอบครัวของผมไม่ชอบอาหารหวาน หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายกันทุกคน รวมทั้งน้องชายอีก 2 คน เราสนิทกันมากและหัวข้อเรื่องการออกกำลังกายนี่ล่ะที่โม้กันไม่เลิก”
ใครจะไปรู้ว่าชีวิตของชายหนุ่มดีกรีปริญญาโทด้าน Technology Management ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นเจ้าของกิจการปั๊มน้ำมัน 6 แห่งในสมุทรปราการและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเริ่มต้น อย่างเขาจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะกิจวัตรประจำวันอย่างการออกกำลังกาย
“มีอยู่วันหนึ่งผมไปฟิตเนสกับเพื่อน แล้วเขาพูดถึงเรื่องเวที Men’s Health ผมเลยตั้งใจว่า โอเคปีนี้จะลองดู” การฟิตร่างกายเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าประกวดไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ถึงแม้ว่าจะมีเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น
นอกจากจะเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว บาสยังชอบหาข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ เช่น bodyviewing.com และ thaimuscle.com จนกลายเป็นกูรูผู้ให้คำปรึกษากับผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ เมื่อพกพากายพร้อมใจพร้อมมาประกวด เราจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมรางวัล Cool Guy Award ประจำปี 2010 จึงตกเป็นของเขา
สิ้นเสียงประกาศเรียกชื่อบาสให้รับรางวัล หากเป็นนางสาวไทยคงต้องยกมือป้องปาก ดวงตาเบิ่งกว้าง และหันไปหอมแก้มกับคนข้างๆ แต่สิ่งที่บาสแสดงออกมาขัดแย้งกับหัวใจที่แทบเต้นโลดออกมานอกอก
“พอประกาศว่าเป็นผม ขาสั่นเลย ดีใจมาก แต่ก็ทำนิ่งไว้ แล้วผมก็ทำเปิ่นบนเวทีจนได้ ผมเดินไปรับแต่ถ้วยรางวัล ไม่รับดอกไม้ จนฌาน (ณิชฌาน หรเวชกุล) เจ้าของรางวัล Innovative Guy ต้องสะกิดเรียกให้ไปรับ แล้วผมก็ไม่ขอบคุณอะไรคนให้เลยนะ ไปเอามา แล้วก็เดินกลับเลย ก็มันเขินจนทำอะไรไม่ถูก” ชายหนุ่มกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ
เจ้าตัวบอกว่า การเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้เรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองมากขึ้นแล้ว กิจกรรมหลายอย่างที่ได้ทำก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชั้นครูที่น้อยคนนักจะได้รับ เพราะตลอดเวลากว่า 4 เดือน ผู้เข้าประกวดทุกคนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพรายเดือน ฝึกความอดทน และความสามัคคีที่ค่ายทหาร ได้ฝึกความกล้าแสดงออก และการเข้าสังคมชนิดที่ไม่ต้องเข้าคอร์สอบรมบุคลิกภาพที่ไหนอีก
“ผมเริ่มเข้าใจว่าเวทีนี้ค้นหาสุภาพบุรุษมากกว่าคนที่มีเพียงร่างกายฟิตเท่านั้น ตั้งแต่กิจกรรมไวน์ เทสติง การอบรมด้านมารยาททางสังคมต่างๆ การพูดคุย การไหว้ การเข้าหาเพศตรงข้าม และที่เซอร์ไพรส์มากที่สุดคือ เขาให้พี่เอ๊ะ (ศศิกานต์ อภิชาตวรศิลป์) มาจำลองสถานการณ์เวลาที่มีสาวมาหาถึงบ้านแบบไม่ทันตั้งตัว ว่าเราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ทีมงานก็ให้เข้าครัว ผมนึกอะไรไม่ออก เลยทำผัดมาม่าให้กิน เขาก็บอกว่าโอเค แต่มีคนที่เจ๋งกว่านั้น คือ เขาเอาน้ำไปให้ก่อนเลย ไม่รู้ว่านึกได้อย่างไร” บาสกล่าวพร้อมใบหน้าที่แต้มรอยยิ้ม
ถึงวันนี้เขาเข้าใจแล้วว่า กิจกรรมในวันนั้น อาหารที่อร่อยอาจไม่ใช่คำตอบของเรื่อง แต่การใช้ปฏิภาณไหวพริบแก้ปัญหาต่างหากคือคำตอบที่น่าจะถูกต้องที่สุด
แม้จะมีงานในวงการบันเทิง อย่างพิธีกรที่เจ้าตัวสนใจ แต่เขาก็ยังแบ่งเวลาดูแลกิจการของตนเองและครอบครัว ตรงนี้ล่ะที่เขานำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งมันช่วยอำนวยความสะดวกแก่เขาได้มาก
“ที่ปั๊มน้ำมันของผมมีการนำเอาระบบหัวจ่ายอัตโนมัติมาใช้ โดยเราจะรู้ได้ว่าน้ำมันขายไปแล้วเท่าไหร่ และมีเหลือเท่าไหร่ และบางทีผมก็ใช้ไอโฟนดูกล้องวงจรปิดที่ร้านบ้าง พอมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน”
ถึงข้อดีจะมีมหาศาล แต่โทษของเทคโนโลยีก็มีไม่น้อยกว่ากันหากไม่รู้จักใช้ให้ถูกวิธี เช่น การใช้บีบีมากเกินไปอาจทำให้เราถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
“เรามากับเพื่อนเป็นกลุ่ม แต่เรามานั่งกดบีบี หนึ่งบทสนทนาอาจใช้เวลาแค่ 23 นาที สำหรับเรามันไม่นานเลย แต่กับคนที่รออยู่มันนานนะ บางทีอาจเสียเพื่อนบ้างเหมือนกัน ส่วนเด็กๆ ก็มีปัญหาเรื่องการติดเกม ติดคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมว่าในนั้นมันมีสื่อบางอย่างที่ไม่เหมาะสม พ่อแม่ควรเข้ามาดูแล โดยอาจตั้งเป็นเงื่อนไข ทำการบ้านเสร็จก่อนนะค่อยเล่นหรือกำหนดเวลาการเล่นแต่ละครั้ง ห้ามเกินกี่ชั่วโมง”
ยามว่างจากงานประจำ หากไม่เจอเขาอยู่ที่ฟิตเนสก็เดาได้เลยว่า ป่านนี้เขาคงแฮงเอาต์อยู่ต่างจังหวัดที่ไหนสักแห่งกับเพื่อนๆ ทั้งหญิงและชาย
“เพื่อนชอบบอกว่าหน้าตาผมดูเนิร์ดๆ แต่พอได้รู้จักจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ผมเฮ้วกว่าที่คิด ส่วนสาวๆ ก็ชอบบอกว่าผมดูเป็นคุณชาย เจ้าสำอาง ปากหวาน ส่วนเรื่องโรแมนติกก็มีไว้สำหรับบางคนเท่านั้น”







