posttoday
พระพรหมเมธีและคณะสวดมนต์ข้ามปีให้พรประเทศไทยที่พุทธคยา

พระพรหมเมธีและคณะสวดมนต์ข้ามปีให้พรประเทศไทยที่พุทธคยา

10 มกราคม 2554

ในวันเปลี่ยนศักราชใหม่ปีนี้ คณะสงฆ์รณรงค์ให้ประชาชนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีที่วัดต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติตามความเหมาะสม....

ในวันเปลี่ยนศักราชใหม่ปีนี้ คณะสงฆ์รณรงค์ให้ประชาชนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีที่วัดต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติตามความเหมาะสม....

โดย...สมาน สุดโต

ในวันเปลี่ยนศักราชใหม่ปีนี้ คณะสงฆ์รณรงค์ให้ประชาชนคนไทยสวดมนต์ข้ามปีที่วัดต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติตามความเหมาะสม ในการนี้ พระพรหมเมธี (จำนงค์) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) วัดสัมพันธวงศ์ รับนิมนต์พระครูพุทธบาล หรือหลวงพ่อจิ๋ว ประธานสงฆ์วัดป่าพุทธคยา ไปสวดมนต์ข้ามปี และอธิษฐานจิต เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนและประเทศชาติที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยามหาเจดีย์ รัฐพิหาร อินเดีย ในวันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 31 ธ.ค. 2553 และวันรับปีใหม่ วันที่ 1 ม.ค. 2554

วันที่ 31 ธ.ค. เวลากลางคืนที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และภายในพระมหาเจดีย์ที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตา เต็มไปด้วยชาวพุทธนานาชาติ ที่หนาตาที่สุดเป็นพระลามะจากทิเบตนับพันคนที่สวดมนต์พร้อมๆ กัน บางส่วนก็ไหว้แบบอัฎฐางคประดิษฐ์ไปรอบพระมหาเจดีย์ เพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้าด้วยทุกส่วนของร่างกายและจิตใจ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส

คณะของพระพรหมเมธี ประกอบพระครูพุทธบาล หรือหลวงพ่อจิ๋ว (พระ ดร.พนมศักดิ์ พุทธญาโณ) ประธานสงฆ์วัดป่าพุทธคยา เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ จ.ชลบุรี พายัพ ชินวัตร และญาติโยมจำนวนหนึ่งได้ทำพิธีสวดมนต์ อธิษฐานจิตใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อเวลา 23.09 น. จนกระทั่งเวลา 23.54 น. คณะทั้งหมดสงบจิต เจริญสมาธิภาวนา เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตน ครอบครัว และประเทศชาติ ดังที่พระพรหมเมธีได้บันทึกไว้ว่า

บันทึกพระพรหมเมธี 

วันสิ้นปี พ.ศ. 2553 ตัวท่านมีศรัทธาเป็นกุศลจิตที่แรงกล้า ตั้งใจจะมาเจริญพระพุทธมนต์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พุทธศักราช 2554 ในสถานที่ที่คณะสงฆ์และพุทธบริษัทชาวไทยจำนวนมากต้องมาบูชาคือสังเวชนียสถาน เช่นที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ หน้าพระพุทธเมตตา พุทธคยา เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้มาสมปรารถนา ท่านจึงเป็นผู้นำในการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา

พระพรหมเมธีและคณะสวดมนต์ข้ามปีให้พรประเทศไทยที่พุทธคยา พระพรหมเมธี

เริ่มเมื่อเวลา 23.09 นาฬิกา โดยเจริญพุทธมนต์ 12 ตำนาน และธัมมจักกัปปวัตตนสูตร จนกระทั่งถึงเวลา 23.54 นาฬิกา จึงเชิญชวนพระสงฆ์และคฤหัสถ์ทั้งมวลให้สงบจิต เจริญสมาธิภาวนา และอธิษฐานให้ชีวิตของตนเอง ครอบครัว จงประสบความสุขความเจริญทั้งกายและจิตใจ อะไรที่เป็นสิ่งเลวร้ายที่เป็นมลพิษ เป็นโทษ ที่จิต คิด พูด กระทำ ในสิ่งที่เป็นบาป ให้ละทิ้งเสียทั้งหมด ส่วนอันใดที่เป็นความผิดที่อกุศลจิตก่อให้เกิด ก็ให้ละทิ้งเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้หมักหมม พอกพูนอยู่ในใจ

วิธีการคิดในเรื่องนี้ ท่านพระพรหมเมธีชี้แนะว่า ให้เราโยนทิ้งอารมณ์ร้ายที่หมักดองอยู่ในจิตใจมาเป็นเวลา 365 วันออกไป เหมือนกับโยนทิ้งของหมดอายุจากตู้เย็น แต่ครั้งนี้เราโยนของไม่ดีจากจิตใจ แล้วทำจิตให้ว่างเพื่อรองรับอารมณ์ใหม่ ที่ดีที่เป็นประโยชน์ คล้ายกับบันทึกข้อมูลใหม่ที่เป็นคุณประโยชน์ไว้ในซิมคือจิตใจของเราใหม่

ท่านยังแนะนำญาติโยมทุกคนที่พร้อมใจกันมาเจริญพระพุทธมนต์ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ให้ตั้งจิตเป็นบุญเป็นกุศล อธิษฐานขอพรชัยมงคลจากพระพุทธเมตตา จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของชาวพุทธ เพื่อให้มีสิ่งดีๆ ที่เป็นสิริมงคล เป็นคุณเป็นประโยชน์ บรรจุลงในซิมใหม่ เมื่อได้บรรจุของเป็นสิริมงคลจะเป็นเป็นอานิสงส์ เสริมบารมีธรรม เสริมบารมีกุศลให้ตนเอง ในฐานะชาวพุทธ ผู้มั่นคงในพระรัตนตรัย มีศรัทธาแรงกล้า เดินทางมาแสวงบุญถึงพุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ท่านได้เชิญชวนให้คณะสงฆ์และพุทธบริษัทที่เจริญพระพุทธมนต์ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้อธิษฐานจิต ขอความสวัสดีให้เกิดมีขึ้นแก่ประเทศไทย แก่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า โดยขอให้คิดดี พูดดี ทำดี ขอให้ทุกคนที่มีความขัดแย้งทางความคิด หรือการกระทำ มักใช้วาจาที่เป็นทุพภาษิต ทะเลาะจองเวรต่อกัน ขอให้เลิก อโหสิให้เป็นอภัยทานต่อกัน

ขออวยพรให้ประเทศไทยมีความสวัสดี ให้คนไทยหันหน้ามาพูดคุยและเป็นมิตรต่อกัน คิดสร้างสรรค์คุณประโยชน์ที่เป็นความเจริญ ความดีงาม อะไรที่เป็นความขัดแย้งทะเลาะกัน ขอให้ลืมเสีย ให้คิดว่าอีกไม่นานเราก็จะต้องจากกันไปแล้ว อย่าพกเอาความไม่ดีนั้นติดตัวไปเลย

ถ้าเราทำวันปีใหม่นี้ให้ดีตั้งแต่วินาทีแรก รับวันเถลิงศกปี 2554 ได้ดี เราจะเห็นทางสว่าง เห็นท้องฟ้าแจ่มใส เห็นทางเดินที่เป็นทางไปสู่ความสำเร็จ ไปสู่ความสุขความเจริญงอกงามไพบูลย์ มีชีวิตที่รุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาล เหมือนจุดประทีปส่องทางเดินให้สว่างไสวเช่นนั้น
ท่านยังขอให้คนไทยตั้งใจเป็นบุญเป็นกุศลน้อมจิตถวายกุศลความดีทั้งปวงแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สุวัฒนมหาเถระ สมเด็จพระพุฒาจารย์ อุปเสณมหาเถระ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ฐานิสสรมหาเถระ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วรปุญญมหาเถระ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถาวรมหาเถระ สมเด็จพระราชาคณะทุกรูป กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป คณะสงฆ์ในไทยทุกรูป ให้ทุกท่านมีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณธนสารสมบัติ บริหารการศาสนาให้ถึงซึ่งความดีงามเจริญรุ่งเรือง ให้พระพุทธศาสนาตั้งมั่นในประเทศไทยจวบกาลนานเกิน 5,000 ปี

สุดท้ายท่านขอให้ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งคณะสงฆ์และประชาชนจงน้อมจิตถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระบรมราชธิดา และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้ทรงพระเกษมสำราญ ขอให้พระองค์ทรงมีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรไทยทุกหมู่เหล่าตลอดกาลนิรันดร

ในส่วนผู้ที่ประชุมใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ทั้งพระสงฆ์ และพุทธบริษัท ให้อธิษฐานจิตให้พรแก่ตนเอง ขอให้มีความสุขกายสุขใจตลอดปีใหม่ ปรารถนาสิ่งใด อันประกอบด้วยเหตุด้วยผล จงได้สิ่งนั้น และขอให้พบกันในวันสิ้นปี 2554 และปีต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่สำคัญนี้ ตลอดไป

เปิดใจหลวงพ่อจิ๋ว วัดป่าพุทธคยา

หลวงพ่อจิ๋ว หรือพระครูพุทธบาล พูดถึงการนิมนต์พระเถระผู้ใหญ่คือ พระพรหมเมธี (จำนงค์) มาสวดมนต์ข้ามปี อธิษฐานจิตที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อให้พระเดชพระคุณมาเป็นผู้นำในการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สำหรับประชาชนและประเทศชาติ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระบรมครูได้พบอริยสัจธรรม เอาชนะหมู่มารและเสนามารต่างๆ ได้

ท่านบอกว่าตามปกติแล้วถ้าท่านอยู่ละแวกเอเชีย ไม่ว่าประเทศไทย หรือประเทศไหนก็ตาม เมื่อถึงวันสำคัญเช่นส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่านจะต้องมาสวดมนต์และอธิษฐานจิตใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และขอพรจากหลวงพ่อพระพุทธเมตตาโดยไม่ขาดเลย เว้นแต่ต้องปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

นอกจากสวดมนต์อธิษฐานจิตที่ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว วันที่ 1 ม.ค. 2554 วันปีใหม่คณะคนไทยนำโดยพระพรหมเมธีได้เดินทางไปสวดมนต์และอธิษฐานจิต ณ ถ้ำดงคศิริ ซึ่งอยู่ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ประมาณ 15 กิโลเมตรด้วย ณ ที่แห่งนั้น คณะต้องฝ่าดงคนขอทานนับร้อยคนที่นั่งเรียงรายเป็นแถวยาวตามแนวถนนที่ขึ้นสู่หน้าผา ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำดงคศิริ

คณะพระสงฆ์ตลอดถึงญาติโยมสวดมนต์ที่หน้าถ้ำดงคศิริ ในขณะที่ประชาชนชาวอินเดียเดินเข้าออกจากถ้ำตลอดเวลา เพราะในถ้ำมีเทพเจ้าฮินดูประดิษฐานอยู่ด้วย

ในถ้ำซึ่งลึกประมาณ 4-5 เมตร ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับบำเพ็ญทุกกรกิริยาเป็นเวลา 6 ปี หลวงพ่อจิ๋ว หรือพระครูพุทธบาล แห่งวัดป่าพุทธคยา สร้างพระปางบำเพ็ญทุกกรกิริยา หล่อด้วยทองเหลืองนำมาประดิษฐานให้ผู้ศรัทธาบูชา ท่านบอกว่าพระองค์นี้เป็นที่เลื่อมใสของชาวฮินดูในแง่แห่งความศักดิ์สิทธิ์ เพราะพวกเขาไม่สามารถจะขโมยออกไปได้ เนื่องจากหลวงพ่อจิ๋วทำเดือยสลักติดฐานพระกับพื้นซีเมนต์อย่างแน่นหนา

หลวงพ่อจิ๋วเล่าว่า ความสำคัญของดงคศิริ คือเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าก่อนที่จะมาบำเพ็ญเพียรตามทางสายกลาง ได้บำเพ็ญทุกกรกิริยามานาน 6 ปี จนกระทั่งวาระที่ 3 ที่ทรงอดพระกระยาหาร จนพระวรกายเหี่ยวแห้ง ปรากฏแต่พระอัฐิ เมื่อลูบพระวรกายเส้นพระโลมาหลุดล่วง อิดโรยจนกระทั่งทรงพระวรกายไม่อยู่เกือบสิ้นพระชนม์ชีพ

การบำเพ็ญทุกกรกิริยาของพระองค์ เท่ากับการตัดกรรมอย่างหยาบจนหมดสิ้น เมื่อทรงเลิกละหันมาบำเพ็ญเพียรตามทางสายกลาง บำรุงร่างกายให้มีพลัง เสด็จไปยังใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์อธิษฐานจิตแน่วแน่ว่า หากไม่ได้ตรัสรู้จะไม่ลุกจากที่ประทับ โดยมีมารทั้งหลายทั้งพญามารและเสนามาผจญ จนกระทั่งแม่พระธรณีมาบีบมวยผมเป็นน้ำช่วยให้มารพ่ายแพ้ เป็นการตัดกรรมอย่างละเอียดให้หมดไป และได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นศาสดาเอกของโลก

ท่านจึงเชิญชวนทุกท่านที่มาสวดมนต์และอธิษฐานจิตให้ตัดกรรมต่างๆ ที่ได้ทำมาให้หมดสิ้นไป

นี่คือการสวดมนต์ข้ามปี อวยพรให้ประเทศไทยและคนไทยประสบสุขสวัสดี ปี 2554 ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่