posttoday
เวทีประกวด

เวทีประกวด

16 พฤศจิกายน 2553

เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว

 

เด็กๆ สมัยนี้ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคดีหรือว่าน่าสงสารกันแน่ !?

ถ้าเป็นสมัยก่อน เด็กๆ ยังมีเวลาวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ได้วิ่งซนหกล้มหกลุกกับธรรมชาติบ้าง แต่เด็กๆ สมัยนี้แทบจะไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติเลย เพราะวันๆ เอาแต่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ อยู่กับโทรศัพท์ บีบี แชต เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์กันเข้าไป

หลังเลิกเรียนก็เรียนพิเศษ พอวันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องออกไปเรียนพิเศษหาความรู้ไว้สู้กับเพื่อนๆ กันอีก คุณพ่อคุณแม่ก็เป็นป๋าดันเจ๊ดัน ผลักให้ลูกแข่งกันแสดงออก เพราะฉะนั้นจึงต้องสรรหาความสามารถพิเศษมาให้ลูกได้ศึกษาเล่าเรียน ดนตรี เปียโน บัลเลต์ แดนซ์ กันเข้าไป แดดดินไม่เคยได้สัมผัสกันล่ะ แต่เด็กสมัยนี้จะฉลาดและเก่งมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการหาเงินรายได้พิเศษ

พวกเด็กตัวเล็กตัวน้อยพอมีความสามารถพิเศษเข้าหน่อย คุณพ่อคุณแม่ป๋าดันทั้งหลาย ก็ส่งเข้าประกวดกันตามเวทีต่างๆ ร้องเล่นเต้นประกวดนางงามนางแบบนายแบบกันให้รึ่ม

อย่างเวทีประกวดขาอ่อนงานหนึ่ง เคยมีน้องสาวสวยคนหนึ่งที่ปูรู้จัก เข้าไปมีประสบการณ์มา แล้วเอามาบอกเล่าเมาท์ให้ฟังว่า โห! หนูอ่ะเหมือนตัวประกอบเลยอ่ะพี่ ตอนเก็บตัวก็เหมือนจะไม่ค่อยมีอะไร ดูเท่าเทียมกัน ก็สนุกสนานด้วยกันดี ได้ประสบการณ์มากมาย ได้ทำประโยชน์ให้สังคม แต่พอตอนที่เขาคัดตัวอ่ะดิ เขาจะคัดพวกที่มีนามสกุลงามๆ เก็บเอาไว้พวกหนึ่ง ทำกิจกรรมสำคัญๆ ส่วนที่เหลือที่ไม่มีนามสกุลสวยๆ ก็จะได้ทำกิจกรรมพื้นๆ แต่ก็ยังคงต้องเดินบนเวทีอยู่นะ เป็นตัวประกอบน่ะ พวกหนูก็รู้แล้วล่ะว่าใครได้เข้ารอบบ้างแล้วใครได้เก็บของบ๊ายบายกลับบ้านกันบ้าง อย่างน้อยก็หนูคนหนึ่งล่ะ

เฮ้อ! เหลื่อมล้ำกันอย่างเห็นได้ชัด

อ้าว!แล้วทำไมเขาทำกันอย่างงั้นล่ะจ๊ะน้อง

ก็เพราะว่าถ้าพวกที่มีนามสกุลงามๆ ทั้งหลายได้เข้ารอบก็จะเป็นการประหยัดทั้งเงินและเวลาน่ะซิพี่ อย่าพึ่งงงค่ะ คืองี้ ถ้าน้องๆ ที่มีนามสกุลงามๆ ก็จะมีปัจทรัพย์ที่พร้อมกว่า การศึกษาก็มักจะดีกว่า ดีไม่ดีภาษาก็จะคล่องกว่าทั้งไทยและเทศ หรือถูกส่งตัวกลับตรงมาจากเมืองนอกเพื่อการนี้เลยก็มี เมื่อเวลามีการประกวดหรือต้องทำภารกิจที่ไหนก็ตาม ถ้ามีญาติพี่น้องพ่อแม่ที่ต้องตามไปด้วยก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้เพราะมีกะตังค์ ออกเองได้ ให้ความร่วมมือ (อยากดังมากกว่าอยากได้ตังค์) แค่ขอไปด้วยคน

โดยเฉพาะถ้าต้องเดินทางไปเมืองนอกเมืองนาน่ะ ค่าใช้จ่ายมันจะบานไงจ๊ะ แล้วแค่มีนามสกุลสวยๆ ใช่ว่าจะได้เข้าไปถึงเส้นชัยง่ายๆ นะ ต้องตบตีมีเส้นและรู้จักเสียสละด้วยถึงจะได้ไปถึงเส้นชัย โอ้โห! เรียกว่าต้องฝ่าฟันกันให้ถึงที่สุดจริงๆ เลย มีเส้นคงไม่ต้องอธิบายนะคะ แต่เสียสละนั้นหมายถึงมีการตกลงยินยอมพร้อมใจกันที่จะบริจาคบางส่วนของเงินและของรางวัลเพื่อเป็นค่าเวที ตามสัดส่วนที่ทั้งสองฝ่ายยินดี อันนี้ฟันเฟิร์มเลย เพราะเจอมากับตัวเอง ดันไปเห็นความลับนี้เข้าตอนเขารับเงินอ่ะดิ

เฮ้อ! กว่าจะถึงปลายทางอุปสรรคมันช่างมากมายเหลือเกิน หน้าชื่นอกตรมจริงๆ เลย

แต่ก็ยังคงมีน้องๆ อีกหลายคนที่มุ่งมั่นไขว่คว้ากับเวทีเหล่านี้อยู่ไม่เคยขาด อย่างเมื่อไม่นานนี้ปูมีโอกาสไปแอบๆ ดูตอนเขารับสมัครกัน ครึ้มฟ้าครึ้มฝนกันเลยทีเดียว อาจเป็นเพราะสมัยนี้น้องๆ ใจกล้ากันเยอะ บางคนหน้าไม่ให้แต่มั่นมากกกกก ขอบอก ก็เข้ามาสมัคร บางรายสมัครแล้วสมัครอีก สมัครมันทุกปีไม่มีท้อ

พอปูถามว่าทำไมมาประกวด คำตอบเป็นแบบฟอร์มมาก คือ “อยากมาหาประสบการณ์ตอนปิดเทอมน่ะค่ะ” แถมยังมีคุณพ่อคุณแม่เป็นเจ๊ดันป๋าดันให้อีก บางรายถึงกับทุ่มทุนทุบบ้านปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยบ้าน โทร.กระหน่ำโหวตให้ (แล้วมันจะคุ้มมั้ยล่ะเนี่ยเสียค่าโทรศัพท์ไปเท่าไหร่) บ้างก็ไปศัลยกรรม เฮ้ย!ไสยศาสตร์บนบานไหว้เจ้ากัน คงเป็นที่พึ่งทางใจล่ะมั้ง เพื่อให้ลูกหลานได้สมหวังกับตำแหน่งบนเวทีเหล่านี้อ่ะ

ไม่รู้ว่าลูกอยากประกวดหรือบรรดาคุณพ่อคุณแม่อยากได้หน้ากันแน่เนอะ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร