posttoday
มาริสา จงคงคาวุฒิ สังคมน่าอยู่เพราะมีการแบ่งปัน

มาริสา จงคงคาวุฒิ สังคมน่าอยู่เพราะมีการแบ่งปัน

05 กุมภาพันธ์ 2562

สังคมที่ดีและน่าอยู่ต้องเป็นสังคมที่มีการแบ่งปัน มีทั้งผู้ให้และผู้รับ มีคนที่สนใจในเรื่องของการทำจิตอาสาในระดับ

เรื่อง  อณุสรา ทองอุไร-วันวิสา เหมือนศรี ภาพ  ทีเอ็มบี

สังคมที่ดีและน่าอยู่ต้องเป็นสังคมที่มีการแบ่งปัน มีทั้งผู้ให้และผู้รับ มีคนที่สนใจในเรื่องของการทำจิตอาสาในระดับองค์กรหรือส่วนตัวกันมากขึ้น เช่นเธอคนนี้ที่สนใจในเรื่องงานจิตอาสามาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จนถึงวันนี้กว่า 20 ปีแล้ว ที่เธอยังทำงานในส่วนนี้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในองค์กรใดก็ตาม

มาริสา จงคงคาวุฒิ เจ้าหน้าที่บริหารกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ธนาคารทีเอ็มบี สาวสวยหน้าตายิ้มแย้มอารมณ์ดี ผู้ดูแลโครงการศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าของธนาคารทีเอ็มบี ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ศูนย์ คือ ศูนย์ไฟ-ฟ้า ประดิพัทธ์ ประชาอุทิศ บางกอกน้อย และที่ถนนจันทน์ เพื่อเปิดโอกาสและปลูกฝังให้กับเยาวชนในชุมชนที่มีอายุ 12-17 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตได้รู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ผ่านการเรียนรู้และการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงศิลปะ รวมถึงการพัฒนาทักษะชีวิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยจุดมุ่งหมายให้เยาวชนได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว และช่วยกันเปลี่ยนแปลงสังคมรอบข้างให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ปีนี้ครบรอบปีที่ 10 จึงได้เปิดตัวแคมเปญเด็กธรรมดาคือสิ่งที่สวยงาม เพื่อสะท้อนจุดยืนที่ชัดเจนว่าทีเอ็มบีไม่ได้ต้องการเสริมทักษะเพื่อมุ่งพัฒนาเยาวชนสู่ความเป็นเลิศหรือเพื่อการแข่งขัน แต่ต้องการมอบโอกาสให้เด็กในชุมชนท้องที่ ที่อาจมีต้นทุนติดลบหรือไม่เคยได้รับโอกาสให้ได้มีโอกาสเท่าเทียมกับเด็กคนอื่นๆ ในสังคม อยากให้เด็กธรรมดาได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบศักยภาพ เกิดแรงบันดาลใจ มีความสุขกับชีวิต ได้รับการยอมรับและสามารถดูแลตัวเองได้ในอนาคต

มาริสา บอกว่า ชีวิตคนเรานั้นสั้น ถ้าเราได้เจอหรือได้ทำอะไรในสิ่งที่รักก็ถือว่าเป็นสิ่งที่โชคดีมาก สิ่งสำคัญเลยคือถ้าทุกสิ่งที่คุณทำไม่ว่างานหรือว่าอะไร แล้วเป็นงานที่มันได้เผื่อแผ่ถึงคนอื่นบ้างก็ทำเลย

“ก่อนที่จะมาทำงานที่นี่ เมื่อเห็นทีเอ็มบีเขาทำ CSR แบบนี้ เป็นคนภายนอกยังไม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีเอ็มบี ก็รู้สึกว่าโหดีจังเลย เราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นทีเอ็มบีแล้ว มันเป็นเพราะผลพวงจากนี้แหละ จากการที่เขาให้โดยที่ไม่หวังผลตอบแทน ให้โดยที่เขาไม่ได้มาบอกคนอื่น ทำมาเงียบๆ และต่อเนื่อง”

เธอบอกว่า จากคนที่เติบโตมากับงานสายการตลาดกว่า 10 ปี ย้ายมาสู่งานสาย CSR ที่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อหวังให้เด็กๆ ได้รับโอกาสที่ดีและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เธอได้เล่าถึงที่มาของการเปลี่ยนสายงานจากนักการตลาด ตั้งแต่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเอแบคด้าน MBA และทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจให้กับทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งยังเคยทำงานด้านการตลาดให้องค์กรใหญ่ๆ มากว่า 10 ปี

“เป็นความชอบส่วนตัว เราเคยอยู่องค์กรใหญ่ๆ ก็ได้มีโอกาสทำ CSR ซึ่งเป็นพาร์ตหนึ่งของแบรนด์ ซึ่งรู้สึกว่ามันดี ได้ช่วยเหลือคนอื่น เราก็เลยรู้สึกว่าศาสตร์นี้ก็ดีเหมือนกัน เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานที่ทีเอ็มบี เลยเปลี่ยนจากมาร์เก็ตติ้งมาทำ CSR ที่นี่เลย จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วก็รู้สึกว่าได้ใช้ทักษะเหมือนกัน ถึงแม้งานด้านจิตอาสาจะมีความแตกต่างจากงานด้านการตลาด เนื่องจากปรับเปลี่ยนจากการค้ากำไรมาเป็นการค้าที่ไม่ได้หวังผลกำไร ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงการต้องปรับตัวอะไรมากนัก เพราะในแง่ของการทำงานต้องมีเรื่องของการบริหารจัดการคน กระบวนการในการทำงาน ซึ่งเป็นเพียงแค่การปรับเทคนิคในด้านการทำงานเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นความรู้สึกใหม่ๆ ที่ได้สร้างสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เกิดเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อสังคม” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เธอบอกว่า งาน CSR ต้องมีทีมและงบประมาณสนับสนุนที่ดี เพราะมันเป็นงาน Back Office ไม่ใช่งานที่จะทำธุรกิจทำกำไร และทีเอ็มบียังทำต่อเนื่องจริงจังไม่ได้ฉาบฉวยแต่ลงลึก ไม่ใช่เน้นแค่บริจาคให้ทุนแล้วจบ แต่เน้นให้องค์ความรู้นำไปใช้ต่อยอดสร้างงานสร้างอาชีพได้ เอาวิชาความรู้ที่มีไปช่วยเหลือสังคม ในอนาคตต้องการสร้างโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือเด็กและชุมชนมากขึ้น โดยจะขยายศูนย์การเรียนรู้ไฟฟ้าเพิ่มอีก 1 แห่งในเร็วๆ นี้ เพราะตั้งใจที่จะช่วยเหลือเด็กในชุมชนต่างๆ ที่ขาดโอกาส

เป้าหมายหลักคือต้องการรณรงค์ให้สังคมรับรู้ถึงแนวคิด เพื่อช่วยกันทำให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของเด็กธรรมดาที่อาจมีต้นทุนติดลบ และเด็กๆ ในชุมชนที่โอกาสน้อยกว่าเด็กทั่วๆ ไป ที่มักจะถูกมองข้ามจากคนส่วนใหญ่ โครงการเติบโตขึ้นทุกๆ ปี ทั้งจำนวนเด็กที่เข้าร่วมโครงการและอาสาสมัครเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากเดิมมีศูนย์การเรียนรู้ที่กระจายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครทั้งหมด 4 แห่ง จึงมีแพลนจะเปิดศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่ขึ้นอีก 1 แห่ง ที่ จ.สมุทรปราการ

สำหรับหลักในการทำงานของเธอนั้น คือคิดแล้วลงมือทำ คิดเร็วทำเร็ว คือตั้งเป้าแล้วก็อยากจะทำเลย อย่างงาน CSR ที่พอมีแล้วได้โอกาสก็ทำเลย แต่ก็พยายามที่จะช้าๆ ลงบ้าง พยายามถอดบทเรียนในทุกๆ อันที่เคยทำ ว่าอันนี้เร็วไปมันเลยเป็นอย่างนี้ อันนี้ช้าไปจะเป็นอย่างนี้ ต้องปรับไปเรื่อยๆ เพราะการทำงาน ที่ผ่านมาโชคดีที่มีผู้ใหญ่ มีเจ้านาย และทีมสนับสนุนกันมาอย่างดี

มาริสา จงคงคาวุฒิ สังคมน่าอยู่เพราะมีการแบ่งปัน

ก่อนที่จะทำงานชิ้นไหนก็ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ก่อนให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำนั้นทำไปเพื่ออะไร เพราะถ้ามีความชัดเจนในวัตถุประสงค์ก็จะเข้าใจตรงนั้น ถ้าทุกคนเข้าใจวัตถุประสงค์ไปในทิศทางเดียวกันก็จะไม่หลงทาง จะยอมเสียเวลาตรงนั้น พยายามมีแผนการทำงานที่ค่อนข้างชัดเจน เพื่อให้เดินไปตรงตามเป้าหมายไม่เสียเวลา

เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคบ้างก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในการทำงาน แต่เธอมีวิธีการรักษาจิตใจตัวเองให้เข้มแข็งหนักแน่นด้วยการนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรมกับอาจารย์ที่นับถือ เนื่องจากเป็นคนที่กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลาบางทีอาจจะเร็วเกินไป เพื่อเป็นการเบรกตัวเองให้ช้าลง เพื่อความสมดุลในการทำงาน

เธอบอกว่าโชคดีที่ได้เข้ามาอยู่ในองค์กรที่ดี โชคดีที่เจอเจ้านายที่ให้โอกาส เจอลูกน้องที่เข้าใจ ถ้าเขาไม่เข้าใจก็จะพยายามปรับตัวเข้าหากัน มีอะไรก็บอกกันตรงๆ โชคดีที่ได้เจอครอบครัวการทำงานแบบนี้ ก็มีบ้างคนที่ไม่เข้าใจกัน แต่มันก็ไม่ได้ถึงขนาดแบบบั่นทอนจิตใจ มีคนที่พร้อมที่จะให้กำลังใจ มีคนพร้อมที่จะเข้าใจ ทำให้การทำงานทุกวันมีความสุขพร้อมลุยไปข้างหน้า

ตอนนี้เมื่อช่วงชีวิตย่างเข้าสู่ช่วงวัย 40 กว่า ที่ไม่ได้เน้นเรื่องความสุขที่เกิดภายนอก แต่เน้นการสร้างความสุขที่ภายใน

“ก็ขอให้ตัวเองมีโอกาสได้ทำงานที่เรารัก อย่างงานโครงการไฟ-ฟ้าที่เรารัก เป็นงานที่มีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆเพื่อคนอื่น ส่งต่อให้เด็กรุ่นใหม่ๆ คือการได้ให้ตอบและได้ส่งต่อ มีสันติมีความสงบสุขในใจ เหมือนเวลาที่เราเครียดก็จะมาที่ศูนย์ไฟ-ฟ้านี้ เมื่อเราได้เห็นเด็กๆ พอเราได้มาอยู่กับเด็ก เขาใส เขายิ้ม เขาซื่อๆ แค่ได้กอดทีหนึ่ง มันก็หายแล้ว ได้เติมพลัง ได้เห็นเด็กมากินอาหาร มาทำกิจกรรมโน่นนั่นนี่ ได้คุยกับเขาได้ ความคิดใหม่ๆ มันก็ทำให้เรารู้สึกเติมเต็มแล้ว ซึ่งเขาเป็นผู้ให้เราด้วยซ้ำ” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี

เธอยังสนุกกับงานและยังอยากจะช่วยเหลือเด็กๆ ให้ได้มากกว่านี้ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ถ้าชุมชนดี เราก็ดีไปด้วย เป็นทั้งผู้ให้และเป็นทั้งผู้รับ เด็กๆ เมื่อเคยได้รับแล้วเขาก็จะรู้จักให้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร