
จิตตวิถี (ตอน๒)
ปุจฉา :
ปุจฉา :
โดย....พระอาจารย์อารยะวังส
ปุจฉา :
ขอกราบเรียนถามพระอาจารย์ค่ะ เราจะมีวิธีการดำรงรักษาความนึกคิดของเราให้อยู่ในร่องของความเป็นกุศลอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร คือ รู้สึกว่าจิตคนเรานั้นมักไม่ค่อยคิดเป็นกุศล ชอบคิดเป็นอกุศล แต่พอบางทีรู้ทัน ก็พยายามปรับให้พยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ เพื่อรักษาความเป็นกุศลจิต ทำเช่นนี้ใช้ได้หรือไม่คะ
วิภา ณ ซิดนีย์
วิสัชนา :
ดังนั้น ถ้าเรารู้ไม่เท่าทันในสภาพอารมณ์ที่ปรุงแต่งเกิดขึ้น ที่กระทบเข้ามาสู่วิถีการรับรู้ในอายตนะ มันก็จะฉายกลับมาที่จิต ซึ่งทำให้จิตนั้นมีสภาพรับอารมณ์ และรับผลของอารมณ์เหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติของมัน และธรรมชาติของมันก็คือ มันเป็นไปตามสภาพของเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งตามที่กล่าว
ถ้าปรุงแต่งในทางที่ดี ก็เรียกว่าดี
ถ้าปรุงแต่งในทางไม่ดี ก็เรียกว่าไม่ดี
ถ้าดีนั้นชอบด้วยธรรม ก็เป็นบุญ
ถ้าไม่ดีนั้นผิดศีล ผิดธรรม ก็เป็นบาป
ให้ผล ให้คุณ ให้โทษ เป็นปกติเรียกว่ามันต้องเป็นเช่นนี้ เรียกว่าหลักกฎของความเป็นธรรมดา หรือ อิทัปปัจจัย หรือปัจจยตา กฎอันเป็นธรรมดาที่เป็นความปกติที่มีอยู่ในธรรมชาติ
นั่นแสดงว่าจิตเป็นสภาพธาตุตัวรู้ที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ปรับสภาพได้
ดังนั้น ในการปฏิบัติจึงมีการปรับสภาพจิต โดยสร้างให้จิตนั้นมีสติ หรือเอาอำนาจสติมากำกับควบคุม ทำให้จิตนั้นมีการตั้งมั่นสงบ โดยการรับรู้ ตั้งแต่รับอารมณ์ และให้รู้จักการพิจารณาอารมณ์ ให้กำหนดรู้ในอารมณ์นั้น ซึ่งวิถีจิตก็จะเข้าไปรับรู้ในสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นลำดับ ดังนั้นผู้ที่ฝึกฝนและต้องการซึ่งความสิ้นทุกข์ คือการถึงซึ่งความพ้นออกจากความเป็นโทษ เป็นภัยทั้งหลาย ต้องรู้จักการปรับสภาพจิต ซึ่งต้องอ่านจิตให้ออกทุกขณะว่า
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







