
ได้เวลา รัดเข็มขัด!!
คุณพี่รู้ไหมคะว่า ตอนนี้ดิฉันต้องจ่ายเงินค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3,500 บาท จากเดิมผ่อนเดือนละ 15,000 บาท
โดย...ภาดนุ ภาพ เอเอฟพี
“คุณพี่รู้ไหมคะว่า ตอนนี้ดิฉันต้องจ่ายเงินค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3,500 บาท จากเดิมผ่อนเดือนละ 15,000 บาท ตอนนี้กลายเป็นผ่อนเดือนละ 18,500 บาทเชียวละ”
นี่คือประโยคสนทนาของเจ้าของร้านเสริมสวยผู้หนึ่ง ซึ่งตอนนี้เธอต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวโดยลำพัง เพราะสามีเกิดล้มป่วยกะทันหันมาร่วม 6 เดือนแล้ว แถมยังใช้เงินค่ารักษาพยาบาลไปร่วม 250,000 บาท โชคดีที่เขาทำประกันสุขภาพไว้บ้าง
ส่วนลูกอีก 2 คนยังอยู่ในวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน กำลังติดเพื่อน แถมเป็นสมาชิกลัทธิเอาอย่าง นิยมของแบรนด์เนม และยังไม่เข้าใจคำว่า “ประหยัด” เลยสักนิด
เธอเล่าให้ฟังว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับครอบครัว ช่วงนั้นที่กู้เงินเพื่อต่อเติมบ้านเพราะเห็นว่าดอกเบี้ยถูก และคำนวณแล้วว่า ถ้าช่วยกันทำมาหากินสองคนสามีภรรยา ก็น่าจะผ่อนหนี้ได้สบายๆ
แต่จังหวะที่เกิดเหตุช่างเหมาะเจาะดีเหลือเกิน ดอกเบี้ยก็ขึ้น น้ำมันก็แพง ทุกอย่างขึ้นราคาไปหมด รายได้ก็หด เพราะลูกค้าเข้าร้านน้อยลง สรุปแล้ววันนั้นผู้เขียนเข้าไปตัดผม หวังว่าพอออกมาจากร้านแล้วจะได้รู้สึกสบายและเบาหัว แต่กลับนำเรื่องน่าปวดหัวกลับบ้านไปด้วยซะยังงั้น
แบบนี้คงต้องขอหยิบยกสุภาษิตที่ว่า “ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ” มาใช้สักหน่อย เพราะภาวะเช่นนี้คนที่กำลังคิดจะเป็นหนี้ทั้งหลาย คงต้องมานั่งทบทวนถึงความจำเป็นในการสร้างหนี้ ว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน
เบื้องต้นให้ลองถามตัวเองตรงๆ ว่า จำเป็นจริงหรือเปล่า รถยนต์ยังไม่ซื้อได้ไหม บ้านรอไปก่อนได้หรือเปล่า โทรศัพท์มือถือใช้แค่รับเข้า-โทรออก ทำไมต้องซื้อแพง ทีวีเครื่องเก่าก็ยังดูได้ ทำไมต้องซื้อใหม่ เป็นต้น
หากพิจารณาแล้วหลายตลบ ยังไงก็จำเป็นต้องกู้ อันดับแรกต้องคิดก่อนว่า จะกู้เงินมากน้อยเท่าไหร่ จากนั้นดูความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเอง ว่ารับได้เท่าไหร่ แล้วถ้าดอกเบี้ยเกิดลอยตัวไปเรื่อยๆ เรารับได้ที่ไม่เกินเท่าไหร่
ในภาวะเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้อยู่แล้ว กำลังคิดที่จะก่อหนี้ หรือยังไม่มีหนี้ก็ตาม “การประหยัด” ก็ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำให้เป็นนิสัย
ลองหัดพึ่งพารถประจำทางหรือระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางบ้างเพื่อเป็นการประหยัดน้ำมัน หากบ้านอยู่ไกลมากก็ให้ใช้วิธีขับรถมาจอดตามสถานที่จอดนอกเมือง และใช้รถไฟฟ้าใต้ดินก็จะเดินทางได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเผชิญกับรถติด แถมยังถึงจุดหมายได้ตรงเวลากว่าด้วย
วางแผนการเดินทางให้ดี ออกแต่เช้าเพื่อเลี่ยงรถติด และช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง
พยายามหลีกเลี่ยงการเดินตามห้างสรรพสินค้า หากรู้ตัวว่าเป็นคนใจอ่อน เห็นเสื้อผ้าร้านไหนลดราคาหรือ Sale เป็นไม่ได้ อยากจะซื้อไปซะหมด ลองหลีกเลี่ยงการเดินห้างดู แล้วจะพบว่าคุณเหลือเงินในกระเป๋าเพียบเลยละ
สุดท้ายควรรอบคอบมากขึ้นเวลาใช้น้ำหรือใช้ไฟฟ้า
เอาละ ได้เวลารัดเข็มขัดหรือประหยัดกันแบบจริงๆ จังๆ กันแล้วล่ะทุกคน รีบปฏิบัติด่วนๆ เลย







