
สวัสดีปีใหม่ในญี่ปุ่น
สวัสดีค่ะ เข้าสู่ปีใหม่มาได้หลายวันแล้ว แต่คิดว่าคงยังไม่ช้าเกินไปที่จะบอก “สวัสดีปีใหม่” แก่ผู้อ่านทุกคนใช่มั้ยคะ
โดย...วรจรรย์ แสงเงิน
สวัสดีค่ะ เข้าสู่ปีใหม่มาได้หลายวันแล้ว แต่คิดว่าคงยังไม่ช้าเกินไปที่จะบอก “สวัสดีปีใหม่” แก่ผู้อ่านทุกคนใช่มั้ยคะ ปีนี้ก็ขอให้เป็นอีกปีที่ดีสำหรับทุกคน ใครที่มีเป้าหมายอยากทำอะไร ก็ขอให้สมความตั้งใจนะคะ สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มาอัพเดทเรื่องราวญี่ปุ่นๆ ได้จากคอลัมน์นี้ทุกเดือนกันเถอะ!
ว่าแต่พอเข้าปีใหม่ปุ๊บ นอกจากการไปไหว้พระสักการะศาลเจ้า ทานโซบะข้ามปี หรือการทำโมจิแล้ว อีกสิ่งที่ขาช็อปหลายคนรอคอยคือ “ถุงโชคดี” นั่นเอง
ถุงโชคดี หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Fukubukuro คือการที่ทางร้านค้าเอาสินค้าในร้าน อาจจะเป็นของค้างสต๊อก ของตกรุ่น หรืออาจจะเป็นสินค้าที่ทำขึ้นมาใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ (บางร้านก็เป็นสินค้าปกติที่มีหน้าร้าน) มารวมๆ กันใส่ถุง แล้วจำหน่ายในราคาพิเศษ
ของในถุงอาจจะมีมูลค่ารวมมากกว่าราคาขายถึง 2-4 เท่าตัว เช่น ราคาขาย 1,000 เยน ของข้างในอาจจะมีราคาป้ายรวมกันถึง 3,000 เยนก็ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วแต่นโยบายของแต่ละร้าน ว่าจะบอกใบ้ให้รู้ว่าข้างในมีสินค้าอะไรบ้าง ด้วยการเปิดตัวอย่างให้เห็นเอาไว้ หรือปิดเอาไว้ไม่ให้รู้ว่ามีอะไรเลย แต่อาจจะบอกว่ามีสินค้ารวมกี่ชิ้น มูลค่ารวมประมาณเท่าไหร่ เป็นต้น
สำหรับของที่มีไซส์ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า บางร้านเขาก็จะบอกไซส์เอาไว้ เช่น ถุงไซส์ S M L ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องไซส์ว่าจะใส่ไม่ได้ มาลุ้นกันเท่านั้นแหละว่าเราจะชอบดีไซน์ที่ได้มั้ย ส่วนตัวเราก็ชอบการเสี่ยงดวงรับต้นปีด้วยการซื้อถุงโชคดีเช่นกันค่ะ อย่างน้อยปีนึงต้องซื้อสักถุงสองถุง วิธีป้องกันไม่ให้พลาดคือ เลือกซื้อแบรนด์ที่เราซื้อใส่เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้เราพอจะรู้แนวของยี่ห้อนั้นๆ และกะไซส์ได้ ว่าเราใส่ M ได้แน่ๆ แต่ถ้าแบรนด์ไหนไม่มีแยกไซส์ ก็ต้องลุ้นแล้วล่ะ เพราะที่ผ่านมาก็มีพลาดเหมือนกัน เช่น กางเกงตัวเล็กยัดไม่เข้าบ้าง เสื้อรัดติ้วเป็นหนอนชาเขียวบ้าง แต่เมื่อคิดรวมๆ แล้วก็ยังพอมีตัวที่ใส่ได้ ไม่ขาดทุนค่ะ ตัวที่ใส่ไม่ได้ก็เอาให้น้องนุ่งไปละกัน
เดี๋ยวนี้ นอกจากจะไปยืนต่อคิวซื้อตามหน้าร้านแล้ว ก็ยังมีทางเลือกอื่น อย่างการสั่งซื้อล่วงหน้าทางเว็บอีกด้วย บางร้านก็จะเปิดให้จองของตั้งแต่เดือน พ.ย.กันเลย ดังนั้นคนที่ไม่อยากรอลุ้นว่าจะซื้อทันมั้ย การสั่งจองทางเน็ตล่วงหน้าก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะคะ
สำหรับปีนี้เราฝากเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นซื้อถุงโชคดีของแบรนด์ titti & co. ค่ะ เป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง ออกแนวน่ารักดีไซน์ไม่หวือหวา ใส่ได้นาน ถุงนี้ราคา 10,800 เยน (รวมภาษีแล้ว) คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,000 กว่าบาท เป็นกระเป๋าผ้าใบใหญ่ ใส่ของจุพอไปเที่ยวค้างคืนนึงได้เลย
ข้างในมีเสื้อผ้าฤดูหนาวประมาณ 5-6 ชิ้น มีโค้ตด้วยตัวนึง จริงๆ แค่มีโค้ตก็ถือว่าคุ้มมากแล้วค่ะ เพราะซื้อราคาปกติก็ตกตัวละหมื่นกว่าเยนเข้าไปแล้ว สำหรับเราถือว่าผ่าน เพราะยังไม่เคยมีโค้ตสีชมพูอ่อนแบบนี้พอดีเลย อิอิ
นอกจากถุงโชคดีที่เราซื้อในปีนี้ ขอยกถุงโชคดีที่น่าซื้อประจำปี 2017 มาให้ดูกันอีกสัก 3 แบรนด์ก็แล้วกันนะคะ
1.Cecil McBee แบรนด์เสื้อผ้าขวัญใจสาวๆ มีถุงโชคดีราคา 21,600 เยน ถือว่าค่อนข้างสูง แต่คุณภาพไม่ธรรมดา เพราะเป็นกระเป๋าลากสีดำสุดหรู พร้อมเสื้อผ้าข้างในที่มีมูลค่าสูงถึง 55,000 เยน
2.L’Occitane แบรนด์ดังจากฝรั่งเศสก็มีถุงโชคดีกับเขาด้วย โดยในเซ็ตจะมีครีมบำรุงผิวและอื่นๆ คละกันในถุงผ้าน่ารัก ราคา 10,800 เยนเท่านั้น แต่ได้ของมูลค่าถึง 16,000 เยน
3.Mister Donut ออกถุงโชคดีออกมาจำหน่ายเฉพาะสาขาในญี่ปุ่นเท่านั้น โดยราคาจะเบาๆ อยู่ที่ 1,080 เยน มีคูปองแลกโดนัทได้ 10 ชิ้น กระเป๋าและปฏิทินสนูปปี้สุดน่ารัก น่าจะถูกใจน้องๆ หนูๆ
ตอนที่หนังสือพิมพ์ Post Today ฉบับนี้วางจำหน่าย ของอาจจะหมดไปแล้ว เพราะของดีใครๆ ก็อยากได้เนอะ ถ้าอยากซื้อก็เตรียมตัวเตรียมเงินไว้ให้ดี แล้วรอซื้อของปีหน้ากันนะคะ







