
การเกิดใหม่
.....ปู โลกเบี้ยว
ส่งท้ายเดือนแห่งวันแม่ ทำให้นึกถึงการเกิด คำนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเด็กน้อยที่แม่คลอดออกมาอย่างเดียว การเกิดก็คือการเริ่มต้นใช่มั้ยล่ะ? เพราะฉะนั้นคนโตๆ ก็สามารถเกิดใหม่ได้เช่นกัน เพียงเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ บางคนชอบน้อยใจและชอบคิดว่าตัวนั้นเกิดมาโชคไม่ดี ครั้นจะไปสะเดาะเคราะห์เปลี่ยนวันเดือนปีเกิดก็ไม่ได้ เพราะเกิดออกมาแล้ว จะให้กลับเข้าไปในท้องแม่เพื่อกลับไปเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดให้ดวงดี ก็ไม่ได้
แต่การเกิดใหม่ที่ว่าเนี่ย ปูหมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากเดิมให้เป็นคนใหม่ ท่านหลวงพ่อปัญญาเคยเทศน์ไว้ว่า คนเราทุกคนสามารถเกิดใหม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น คือถ้าเรารู้ตัวว่าเราเป็นคนยังไง ทำเรื่องไม่ดี หรือทำอะไรผิดๆ และพร้อมจะเลิกการกระทำนั้นๆ เสีย เปลี่ยนเป็นคนใหม่ที่ดีกว่า และจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีเหมือนอย่างที่เคยทำอีกต่อไปตลอดไป
แค่ตั้งจิตอธิษฐานก็ถือว่าได้เกิดใหม่ ได้สะเดาะเคราะห์ออกไปได้แล้ว คือสะเดาะความเชื่อที่ไม่ดีออกไปนั่นเอง ไม่ใช่เที่ยวไปทำพิธีรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์แล้วกลับไปทำสิ่งผิดๆ เหมือนเดิม ก็เท่ากับว่ายังไม่ได้เกิดใหม่สักที
ท่านหลวงพ่อปัญญามักเอ่ยบ่อยๆ ว่า คนเราน่ะชอบไปรดน้ำมนต์เพื่อไล่ความชั่วร้าย ทำยังกับว่าไอ้ความไม่ดีนั้นมันติดอยู่บนผิวหนัง เมื่อถูกน้ำมนต์แล้วจะสามารถชำระล้างออกไปได้เหมือนขี้ไคลยังงั้นแหละ ความเลวร้ายความทุกข์มันไม่ได้อยู่ที่เนื้อหนัง มันอยู่ที่ความคิด การพูด การกระทำของตัวเราเองต่างหาก แค่พยายามดูว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์แล้วก็แก้กันไป เปลี่ยนตัวเองใหม่ซะ คิดใหม่ พูดใหม่ ทำใหม่ แค่นี้ก็สามารถสลัดเจ้าตัวโชคร้ายออกไปได้แล้ว เพราะถึงจะรดน้ำมนต์แต่กลับไปมีพฤติกรรมเหมือนเดิม มันก็ยังคงทุกข์อยู่ดีนั้นแหละ
ถ้าใครอยากได้กำลังใจในการเกิดใหม่ ปูมีวิธีส่วนตัวมาแนะนำ เป็นการรับพลังจากเด็กๆ ที่ยังเล็กๆ หรือเพิ่งจะเกิดใหม่ และพลังงานจากต้นไม้ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องงมงาย เพ้อเจ้อ ไร้สาระ กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่สำหรับปูแล้วได้ผลมากพอสมควรเลยล่ะ
ก็ชาวจีนสมัยก่อนเขาเชื่อในพลังของเด็กเล็กๆ และมักจะนิยมติดรูป หรือสัญลักษณ์ของเด็กในวันปีใหม่ วันตรุษจีน เป็นการต้อนรับความสุขที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้ง ถือเป็นพลังงานหยางที่บริสุทธิ์ของเด็กๆ ไร้เดียงสา พลังงานเหล่านี้จะดึงดูดโชคลาภความอุดมสมบูรณ์ความมั่งคั่งร่ำรวยเข้ามาสู่ครอบครัว ยิ่งเป็นเด็กที่มีสุขภาพดีอ้วนจ้ำม่ำน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสถือว่าเป็นมงคลเลยล่ะ แค่รูปภาพเด็กน่ารักๆ เวลาที่เรามองก็ยังทำให้เราสบายใจเลย อย่างน้อยก็ทำให้เราคลายเครียดยิ้มได้ล่ะ
ใครรู้สึกเหมือนจะหมดพลังลองทำแบบปูมั้ย บางครั้งปูเหนื่อยอ่อนเพลีย แต่พอได้เจอเด็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กน้อยที่ยังเดินไม่ได้ หรือเดินได้เตาะแตะ เพราะพวกเขามักจะมีพลังที่สดใสและบริสุทธิ์ เวลาที่ได้แตะต้องตัวหรืออุ้มพวกเขา เชื่อมั้ยคะว่าเหมือนได้รับพลังหยางเข้าสู่ร่างกาย จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันทีเลยล่ะ เป็นการถ่ายพลังงานอย่างหนึ่ง แต่ปูน่ะไม่ใช่ตะพึดตะพือจะเอาพลังงานจากเด็กนะคะ เพียงแต่ถ้ามีโอกาสได้อุ้มเด็กน้อยเมื่อไร ก็จะรีบอุ้มทันที
ส่วนถ้าเหนื่อยท้อแท้ หรือแม้แต่อารมณ์เสียหงุดหงิดโมโหอยู่ และไม่คิดว่าเป็นเรื่องงมงายนัก จะดึงพลังงานจากต้นไม้เข้ามาสู่ตัวเราก็ได้เช่นกันจ้ะ เพียงแค่ไปยืนหรือนั่งใกล้ๆ ต้นไม้ใหญ่ๆ อารมณ์ก็จะดีขึ้นเอง แต่ต้องเลือกต้นไม้ที่ดูแข็งแรง สมบูรณ์ดีมีใบเขียวชอุ่มนะถึงจะมีพลังดีๆ ถ้าเป็นต้นไม้เล็กๆ มีแมลงกาฝากใบหงิกงอกิ่งตายซากอย่างนี้ ถือว่าเป็นต้นไม้ที่ไม่มีพลังเลย ดีไม่ดีกลับมีพลังร้ายซะอีกแนะ
ความเชื่อนี้เป็นของพวกอินเดียนแดงสมัยก่อนนะ เพราะเขาถือว่าต้นไม้มักจะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ แสงจันทร์ พลังงานธาตุทั้งหลายที่อยู่บนโลกตลอดทั้งวันทั้งคืน ดีไม่ดีถ้าเกิดก่อนเราจะยิ่งมีพลังที่แก่กล้าเสียด้วยซ้ำซิ ต้นไม้ก็คือสัญลักษณ์ของการเจริญเติบโต เด็กก็คือสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ ปูจึงมักใช้ทั้งเด็กและต้นไม้เป็นกำลังใจและแหล่งพลังงานชั้นดีของปูเลยล่ะ







