
โจรรับจ๊อบ
ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ
ผู้เขียนชอบคำนี้จริงๆ เป็นคำที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ นักการข่าวอาชีพมือเยี่ยมของประเทศที่ใช้อธิบายคนที่ลอบวางเพลิงและวางระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ เป็นวลีสั้นๆ แต่ได้ใจความครอบคลุมทั้งหมด ผู้เขียนเลยขออนุญาต พล.ท.นันทเดช ซึ่งรู้จักกันดี ใช้เป็นหัวข้อบทความวันนี้
ในช่วงนี้ ไปทางไหนคนก็ถามกันทั่วไปว่า ใครอยู่เบื้องหลังการลอบวางระเบิดและลอบวางเพลิงดังกล่าว นอกจากกระทำต่อพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศแล้ว ยังกล้ามาทำในวันที่เป็นมงคลของประเทศไทย ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าคนไทยรับไม่ได้ ผู้เขียนเองก็เช่นเดียวกับคนทั่วไปที่อยากรู้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่อยากรู้เพียงว่าใครเป็นคนทำเท่านั้น แต่กระหายใคร่รู้ว่า ใครเป็นคนสั่งการหรืออยู่เบื้องหลัง คนที่จะให้คำตอบนี้ได้คงเป็นตำรวจ ซึ่งเปิดเผยว่าผลการสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมาก
เป็นที่น่าสังเกตว่า การก่อเหตุร้ายใน 7 จังหวัดภาคใต้ เป็นจังหวัดที่รับร่างรัฐธรรมนูญสูง 10 ลำดับต้นของประเทศ และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะหัวหิน นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแล้ว วัน ว เวลา น ที่ลงมือเป็นวันที่มีความสำคัญกับคนไทยทั้งประเทศด้วย คนที่ทำนี่ต้องเป็นพวกที่ไม่มีความจงรักภักดี และต้องการท้าทายความรู้สึกของคนทั่วไปด้วย ซึ่งมีคนไม่กี่กลุ่มที่คิดอย่างนี้ และในจำนวนนี้ก็มีอีกไม่กี่คนที่ชอบใช้ความรุนแรงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง นอกจากนั้นหากมองในด้านภูมิศาสตร์แล้ว จังหวัดภาคใต้เหล่านี้ที่เป็นเป้าหมายการก่อเหตุร้ายไม่ไกลจากชายแดนใต้ที่คนทำจะหนีไปอยู่ฝั่งมาเลเซียได้ ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยสูงจากการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ไทย
ระหว่างที่รอผลการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เราลองมานั่งคิดกันดูว่า ใครเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของคนร้ายครั้งนี้ เพราะคนทำคงไม่ทำเล่นๆ หรือไม่มีจุดมุ่งหมาย ผู้ที่เสียหายมากที่สุดคือประเทศชาติ แล้วใครล่ะที่บริหารชาติบ้านเมืองขณะนี้ เป้าหมายจึงอยู่ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกเหนือจากเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองแล้ว อาจเป็นเพราะว่าหลังจากที่ประชาชนผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญอย่างท่วมท้น เสถียรภาพของรัฐบาลได้รับความเชื่อถือมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะได้รับความชอบธรรมจากประชาชนส่วนใหญ่ นักลงทุนต่างประเทศก็มีความเชื่อมั่นมากขึ้น เมื่อนักลงทุนต่างประเทศมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศก็น่าจะดีขึ้น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีความเชื่อมั่นและพร้อมจะเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น เพราะการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศที่พอจะชดเชยการส่งออกได้ในระดับหนึ่ง
การลอบวางเพลิงและวางระเบิดที่ จ.ภูเก็ต พังงา และหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้บงการมีเป้าหมายทางการเมืองโดยตรง เพราะต้องการทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวหลักของประเทศที่ชาวต่างชาติทั้งยุโรปและเอเชียนิยมไปพักผ่อนกันมาก แต่รัฐบาลไม่สามารถคุมสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้ทั้งหมด และต้องการทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ หากเศรษฐกิจของประเทศเริ่มฟื้นตัวนั่นหมายถึงความนิยมของรัฐบาลจะสูงขึ้น นอกเหนือจากประชาชนพอใจเรื่องบ้านเมืองที่มีความสงบเรียบร้อยมากขึ้นแล้ว สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามหยิบเป็นประเด็นมาโจมตีรัฐบาลนี้ตลอดมาก็คือปัญหาเศรษฐกิจ และคิดว่าเศรษฐกิจเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าปล่อยให้เศรษฐกิจดีขึ้น
เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็นฝ่ายได้รับความเสียหาย แล้วใครล่ะที่ควรได้ประโยชน์จากการนี้ คำตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ กลุ่มที่สูญเสียอำนาจ และต้องการอำนาจคืน
เมื่อศึกษาถึงวิธีการวางเพลิงและวางระเบิดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถบอกได้อย่างละเอียดว่า วิธีการนี้เป็นของพวกไหน หรือเลียนแบบพวกไหน กลุ่มไหนน่าจะเป็นคนทำทั้งระเบิดเพลิงและระเบิดสังหาร ซึ่งผู้ประกอบระเบิดอาจเป็นคนเดียวกัน ซึ่งทำแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน อุปกรณ์ระเบิดเพลิงบางอย่างนำมาจากมาเลเซีย วิธีการคล้ายกับพวกก่อกวนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีทีมงานรับระเบิดไปวางตามจังหวัดต่างๆ สองทีมจะไม่ต้องเจอกันเพราะเป็นการ “ตัดตอน” ระหว่างผู้ประกอบระเบิดและคนที่นำไปวาง หากถูกจับจะซัดทอดกันไม่ได้ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ควรมองข้ามพวกที่หนีไปทำงานร้านต้มยำกุ้งในกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งบางคนอาจกลับเข้ามารับจ๊อบตามใบสั่งเป็นครั้งคราวแล้วหนีกลับไปมาเลเซียดังเดิม
ตำรวจสรุปในชั้นต้นว่า ความเป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของ “กลุ่มก่อการร้ายสากล” มีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เช่นเดียวกับความเป็นไปได้ของ “ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ที่เป็นพวกอุดมการณ์ก็มีน้อย แต่อาจเป็นพวกโจรใต้รับจ๊อบ ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงออกมาให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า น่าจะเป็น “ระเบิดการเมือง” ที่มีขีดความสามารถประสานการปฏิบัติโดยทำได้หลายพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน และพยายามทำให้คนเข้าใจว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาจเอาโจรรับจ๊อบมาทำ กลุ่มการเมืองที่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องมีฐานอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นผู้มีอิทธิพลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า ใครบ้างที่มีคอนเนกชั่นกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่
ตำรวจใหญ่ เปิดเผยว่า เวลานี้การสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 70 อีกไม่นานตำรวจคงเปิดเผยผล เมื่อนั้นเราก็จะได้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นคนบงการ คนประกอบวัตถุระเบิด คนวางเพลิงและวางระเบิด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยวัตถุประสงค์อะไร จะตรงกับที่เราคาดคะเนไว้หรือไม่
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบด้วยว่า มีนักการเมืองและอดีตข้าราชการคนใดบ้างใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อยู่ในกลุ่มของผู้สูญเสียอำนาจและมี “คอนเนกชั่น” กับกลุ่มโจรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจต้องสร้าง “ผลงาน” เพื่อให้เข้าตานายจ้างเพราะรับเงินมาแล้ว อีกทั้งยังเป็นผลงานในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะต่อรองขอเงินและตำแหน่ง
ไม่ว่าใครจะทำก็ตาม โดยเฉพาะหากเป็นคนไทย ทำเพื่อหวังผลทางการเมืองแต่ทำร้ายประเทศ คนพวกนี้ต้องได้รับการประณาม เพราะหวังแต่อำนาจทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ ถ้ายังมีคนประเภทนี้อยู่ในประเทศ ไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะเขียนดีอย่างไร ประชาธิปไตยในไทยก็คงไม่พัฒนา







