
ว่ายเพื่อชีวิตใหม่...สู่ฝันโอลิมปิก
โดย...นูโน่
โดย...นูโน่
ในโลกใบนี้ทุกคนต่างก็มีความฝันเป็นของตัวเอง บางคนโชคดีมีพร้อมทั้งพรสวรรค์และโอกาส แต่บางคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามมากมายกว่า “ฝันจะเป็นจริง” เหมือนเช่น ยุสรา มาร์ดินี ที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อตามล่าฝันของตัวเอง
ช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว มาร์ดินี และพี่สาวของเธอ ซาราห์ ซึ่งมีพ่อเป็นโค้ชว่ายน้ำ ตัดสินใจอพยพจากกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย เพื่อไปหาชีวิตใหม่ในยุโรป หลังภัยสงครามทำให้ต้องคอยเอาชีวิตรอดและไม่มีโอกาสได้แหวกว่ายในสระได้อย่างฝัน ทั้งที่เห็นน้ำอยู่ตรงหน้า
เธอมีแค่ 2 ทางเลือกคือ จะอยู่ในประเทศต่อไปแบบไม่มีความหวัง หรือจะหนีเพื่อความฝันอย่างอิสระ
“บางทีฉันอาจจะตายระหว่างทาง แต่ฉันก็เกือบตายแล้วในประเทศของตัวเอง ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย” เงือกสาววัย 18 ปี เล่าถึงการตัดสินใจตอนนั้น
ทั้งสองสาวต้องเดินทางผ่านเลบานอน ไปอิสตันบูล ก่อนจะเข้าอิสเมียร์ที่ตุรกี เพื่อข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปเกาะเลสโบของประเทศกรีซ แต่หลังออกจากฝั่งได้เพียง 30 นาที เรือที่มีผู้อพยพ 20 คนจากที่รับน้ำหนักได้เพียง 6-7 คนเท่านั้น เกิดดับกลางทะเล และเริ่มมีน้ำเข้ามาในเรือ ทำให้ต้องทิ้งสัมภาระเพื่อลดน้ำหนัก ก่อนที่เธอและพี่สาว พร้อมด้วยผู้อพยพอีก 2 คน ต้องกระโดดลงทะเลเพื่อช่วยกันลากเรือต่อไป
“เราคือ 4 คนที่ว่ายน้ำเป็น มือข้างหนึ่งของฉันต้องจับเชือกที่ผูกติดกับเรือ ขณะที่ต้องว่ายน้ำไปด้วย 2 ขา และ 1 แขน เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่เหน็บหนาวมาก ร่างกายแทบจะไม่รู้สึก ฉันไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี” มาร์ดินี ซึ่งลงแข่งให้ซีเรียในศึกชิงแชมป์โลกปี 2012 กล่าว
อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่า ประสบการณ์สุดแสนทรมานครั้งนั้นไม่ใช่ความทรงจำอันเลวร้าย เพราะหากเธอไม่ได้ว่ายน้ำในวันนั้นก็อาจไม่มีชีวิตมาถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นมันคือความทรงจำที่ดี
จากกรีซ พวกเธอผ่านมาซิโดเนีย เซอร์เบีย ฮังการี และออสเตรีย ด้วยการเดินเท้า นั่งรถไฟและรถประจำทาง ก่อนจะถึงมิวนิกและมาจบที่เบอร์ลิน ด้วยระยะเวลาการเดินทาง 25 วัน พร้อมกับความหวังในการกลับมาว่ายน้ำอีกครั้ง
คำถามแรกที่เธอเอ่ย เมื่อถึงค่ายพักผู้อพยพคือสระว่ายน้ำที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน ก่อนที่ล่ามชาวอียิปต์จะพาไปสโมสรวาสเซอร์ฟรอนด์ สแปนเดา 04 ซึ่งเป็นหนึ่งในสโมสรว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของเบอร์ลิน และไม่น่าแปลกใจที่โค้ชประทับใจฟอร์มของ มาร์ดินี จนวางแผนเพื่อลุยโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียว กระทั่งเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประกาศให้นักกีฬาผู้ลี้ภัยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในนามทีมนักกีฬาผู้อพยพ และเธอเป็นหนึ่งใน 10 คนที่ได้เข้าร่วมแข่งขัน
มาร์ดินี จะลงแข่งขันในรายการว่ายฟรีสไตล์ 100 เมตร และผีเสื้อ 100 เมตร และเธอรู้ว่าทุกคนบนเรือในวันนั้นคอยสนับสนุนอยู่ เธอไม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฮีโร่ แต่มันเยี่ยมมากที่รู้สึกเหมือนได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน
“ข้อความจากฉันในการแข่งขันครั้งนี้ก็แค่ อย่ายอมแพ้” มาร์ดินี ทิ้งท้าย







