posttoday
ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป Life Goes On!

ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป Life Goes On!

05 กรกฎาคม 2559

วันนี้ผมมีเรื่องจริงมาเล่า มันอาจหดหู่ปนซึ้ง แต่มันก็ทำให้ใจเรายอมเห็นความจริงของชีวิตบางอย่าง คือ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป แม้วันที่ยากที่สุด

โดย...ดร.ต้อง เดอะ ฟิลเตอร์ ภาพ เอเอฟพี

วันนี้ผมมีเรื่องจริงมาเล่า มันอาจหดหู่ปนซึ้ง แต่มันก็ทำให้ใจเรายอมเห็นความจริงของชีวิตบางอย่าง คือ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป แม้วันที่ยากที่สุด

วันที่ยากที่สุดของทุกคน คือ วันที่ต้องจากลาคนที่รัก และยิ่งยาก ถ้าเราคิดว่าตัวเองมีส่วนต่อการจากลานั้น กลายเป็นตราบาปฝังใจไปไม่สิ้นสุด

ผมเลยอยากยกเหตุการณ์จริงของพี่น้องที่รักกันมากคู่หนึ่ง (อายุหกกับแปดขวบ) พี่น้องคู่นี้ชอบเล่นปล้ำกันแรงๆ จนเหนื่อย แต่วันหนึ่งไม่รู้เล่นกันท่าไหน พี่ชายดันขาหัก พอไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าหมอบอกว่าเป็นมะเร็งกระดูก อยู่ได้อีกไม่ถึงสามเดือนก็จะตาย น้องชายคนนี้หลังจากนั้นไม่เล่นกับพี่หรือกับใครอีกเลย เริ่มซึมเศร้า กินอาหารไม่ได้ แม้หมอกับแม่อธิบายว่า ตัวเองไม่ใช่สาเหตุการตายของพี่แล้วก็ตาม

วันๆ ก็นั่งคู้อยู่มุมห้องตัวเอง มองเตียงพี่ไม่เล่นกับใคร พี่ชายก็อาการทรุดลงเดินตัวงอ ไม่มีแรง เด็กสองคนเสียพ่อไปก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี เหลือแต่แม่ แม่แบกความทรมานนี้ไว้ในอก เหมือนตกอยู่ในนรกทั้งเป็น เพราะสิ่งเดียวที่ทำให้แม่มีความสุข คือการเห็นลูกชายสองคนเล่นกัน เสียงหัวเราะของลูกเตือนให้แม่รู้ว่า ฉันยังต้องอยู่ต้องสู้เพื่อครอบครัว

พ่อไปนานแล้ว ไปมีความสุขกับครอบครัวใหม่ แล้วไม่คิดจะรับรู้อะไรอีก แต่วันนี้ลูกชายคนโตกำลังจะตาย น้องก็รู้สึกผิดจนเลิกเล่น ซึมเศร้า เพราะคิดว่าตัวเองฆ่าพี่ คุณรู้มั้ยครับว่าทางออกของเรื่องนี้คืออะไร? จู่ๆ วันหนึ่งพี่ชายคนนี้ เมื่อคิดได้ว่าสิ่งที่ผูกพันครอบครัวให้ไปต่อได้ คือการเล่น และเสียงหัวเราะ เขาขอร้องให้น้องชายมาหา แล้วตัวเองก็ขอให้แม่ประคองตัวเขาไปหาน้อง เขาบอกน้องว่า

“เล่นกับพี่นะ” น้องเงียบจะร้องไห้

“เล่นกับพี่นะ” น้องไม่อยากเล่น ก้มหน้า พี่หยิบเอาหุ่นยนต์สองตัวที่เก็บไว้ข้างเตียงนอนเอามาให้น้อง

“มา มาสู้กัน” แล้วมองไปทางแม่ ซึ่งกำลังคุมอาการไม่อยู่ น้ำตาปริ่มๆ

น้องเริ่มเข้าใจ เห็นแม่มองมาด้วยความหวังทั้งน้ำตา แล้วหยิบหุ่นยนต์มาสู้กันกับพี่ น้องเริ่มเห็นจริงๆ ว่าการเล่นคือสิ่งดี และเขาไม่ใช่สาเหตุของสิ่งที่เกิดกับพี่

พี่ชายที่กำลังจะตายกำลังเยียวยาน้องชายตัวเอง ให้ยังสู้เพื่อแม่ เพราะวันหนึ่งเขาจะไม่อยู่ดูโลกแล้ว แต่เขาอยากทิ้งความทรงจำที่ดีที่สุดระหว่างเขากับน้อง นั่นคือการเล่น ไม่ใช่ความรู้สึกผิด เมื่อน้องคิดถึงเขา จะคิดถึงการเล่น เสียงหัวเราะ ไม่ใช่ความรู้สึกผิดว่าทำให้พี่ตาย และเขาอยากให้น้องยังเป็นเสียงหัวเราะให้กับแม่ต่อไป แม้เมื่อเขาจากไปแล้ว

แม้เขาจะตาย แต่เขายังเห็นว่าชีวิตทุกคนยังต้องดำเนินต่อไป สิ่งที่พี่ชายคนนี้ทำ มันทำให้การเล่นและเสียงหัวเราะยังคงอยู่ในใจน้องกับแม่เสมอไป ไม่ได้ตายไปกับเขา ไม่น่าเชื่อว่าวันนั้นเสียงหัวเราะได้กลับมาในโลกของทั้งสามชีวิตอีกครั้ง ที่ยังสู้เพื่อรัก เรื่องนี้แม้จะเศร้ามาก แต่มันกลับเป็นอุทาหรณ์สอนเรา ลองคิดดูสิครับ ถ้าพี่ชายไม่ชวนน้องเล่น แต่มัวสงสารตัวเองว่าต้องตาย น้องก็คงไม่มีแรงใช้ชีวิต ถ้าคุณแม่มัวมองสภาพตัวเองว่าน่าเวทนา คงไม่มีแรงสู้เพื่อลูกที่เหลืออยู่ ความเห็นแก่ตัวคงทำให้ทุกคนหลบไปเลียแผลชีวิตกันคนละมุม

แต่เพราะทุกคนเห็นสิ่งที่มีมากกว่าที่ไม่มี มันคือการรักชีวิตพอที่จะไม่ยอมสมเพชสภาพตัวเอง แต่ทำสิ่งที่ดีที่สุด ณ เวลานั้น เพื่อตัวเอง เพื่อกันและกัน เพื่อภาพที่ใช่ ไม่ใช่แค่ภาพของคน
โชคร้ายจนวันตาย

ภาพที่ใช่ คือ เสียงหัวเราะในบ้าน ต้องสร้างมันกลับมาให้ได้ เพราะมันสำคัญกว่าการสมเพชตัวเอง และจมอยู่อย่างนั้น พี่เริ่มก่อน น้องเอาด้วย แม่เอาตาม 

เพราะ...ชีวิต...ยังต้องดำเนินต่อไป

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่