posttoday
ฝึกลูกให้มั่นใจ-ไม่กลัวคน ฉบับคุณพ่อนักบริหาร

ฝึกลูกให้มั่นใจ-ไม่กลัวคน ฉบับคุณพ่อนักบริหาร

01 มิถุนายน 2559

โดย...กองทรัพย์

โดย...กองทรัพย์

เมื่อขึ้นชื่อว่านักบริหาร 24 ชั่วโมงของคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ตั้ม-วสุ สุรัติอันตรา ผู้บริหาร ปัญญ์ปุริ เต็มไปด้วยคุณภาพคับแก้ว วสุยอมตื่นเช้ากว่าเดิม ส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน จากนั้นเข้ายิม และไปทำงาน เขามีตารางซ้อมไตรกีฬา 3-4 วัน/สัปดาห์ วันหยุดเขาออกจากบ้านเพื่อไปซ้อมปั่นจักรยานตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง เพื่อกลับมาส่งลูกไปเรียนดนตรี และแวบไปวิ่งในยิมต่อรอเวลาลูกเรียนเสร็จ เรียกว่าเวลาตอนนี้ทุ่มให้กับ 3 อย่างคือ ลูกชาย การทำงาน และไตรกีฬา

แม้ว่างานจะยุ่งและต้องเดินทางต่างประเทศอยู่เป็นประจำ แต่ก็ทำอะไรแฟมิลี่แมนตัวจริงไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่เดินทางต่างประเทศ หากมีโอกาสก็จะได้เห็นภรรยาและน้องกั๊ตกั๊ต ลูกชายวัย 8 ขวบเดินทางไปด้วย คุณพ่อตั้มให้เหตุผลว่า การเดินทางต่างประเทศของครอบครัวตน นอกจากจะทำให้สายสัมพันธ์แน่นแฟ้นแล้ว ยังเป็นการปูพื้นฐานสำคัญให้กับลูกชายคนเดียวของเขาด้วย

“ผมพากั๊ตกั๊ตไปลอนดอนตั้งแต่เขาอายุ 11 เดือน เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะงานของผมต้องเดินทางบ่อย ประกอบกับการมีลูกคนเดียว การพาลูกเดินทางด้วยก็คล่องตัว ไม่ยุ่งยาก ก็เลยทุ่มให้เต็มที่ ผมมองว่าการเดินทางบ่อยๆ ทำให้เด็กเข้ากับสังคมได้ง่าย เขามีโอกาสได้เจอทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่แปลกหน้าวนไปมา ทำให้เขาไม่กลัวการได้เจอคนใหม่ๆ และคุ้นกับการเข้าสังคม ปรับตัวง่าย ทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มั่นใจในตัวเอง โต้ตอบกับคนอื่นได้โดยไม่เคอะเขิน การเดินทางของเขาจึงเป็นเรื่องที่สนุกมากกว่าน่ากลัว”

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเดินทางของเด็กสนุกสนานคือการทลายกำแพงด้านภาษา ซึ่งคุณพ่อนักบริหารก็มองขาดตั้งแต่แรกเกิดด้วยการเลี้ยงลูกชายให้เป็นเด็กสองภาษาตั้งแต่อยู่ที่บ้าน “ผมจะพูดภาษาอังกฤษกับลูกตั้งแต่เขาเกิดเลย ส่วนคุณแม่ของเขาจะพูดภาษาไทย ดังนั้นลูกชายผมจะเป็นเด็กที่ภาษาแข็งแรงทั้งไทยและอังกฤษ เขาเดินทางต่างประเทศได้สบายมากเพราะไม่มีกำแพงด้านภาษา ขณะเดียวกันก็เข้ากับเพื่อนคนไทยและญาติคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งคนที่แฮปปี้ที่สุดในเรื่องนี้ก็คือคุณแม่ของเขา

สิ่งที่ผมมองเห็นเมื่อพาเขาเดินทางบ่อยๆ ก็คือเขาเรียนรู้กับสิ่งรอบตัวได้เร็ว พูดแสดงความคิดเห็น รู้จักตั้งคำถาม เป็นเด็กช่างคิดโดยคิดอย่างมีเหตุมีผล และถนัดกับการดีเบต อย่างล่าสุด ผมให้เขาเลือกเมืองที่เขาอยากจะไป ระหว่าง ลอนดอน ซูริก และปารีส เขาก็ตัดสินใจว่าอยากจะไปอังกฤษ ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าเป็นเมืองที่เขาคุ้นเคยกับภาษา บรรยากาศ และอาหาร เขาไปแล้วเขามีความสุข ซึ่งอีกสองเมืองอาจจะต้องรอโตกว่านี้ สำหรับการทดลองสิ่งแปลกใหม่” วสุ เอ่ยถึงทริปการเดินทางของเขาและลูกชายวัย 8 ขวบ

นอกจากการเดินทางแล้ว สิ่งที่ช่วยปูพื้นฐานสำหรับเด็กผู้ชายที่ขาดไม่ได้คือกีฬา “ผมให้กั๊ตกั๊ตลองเล่นกีฬาหลายอย่างมาก ทั้งฟุตบอล บาสเกตบอล กอล์ฟ ฮอกกี้น้ำแข็ง สกี เปิดโอกาสให้ลองจนกว่าจะเจอสิ่งที่เขาชอบ โดยส่วนตัวผมกำลังฝึกไตรกีฬาและลงแข่งหลายรายการ เวลาแข่งเวลาซ้อมก็พาลูกไปด้วยเพื่อให้เขาซึมซับบรรยากาศ จนตอนนี้เขาก็เริ่มฝึกไตรกีฬาของเด็ก (Iron Kid) ผมว่าไตรกีฬาก็เป็นกีฬาที่ช่วยเรื่องการคิดวางแผนอีกหนึ่งอย่าง ถ้าลูกชอบแน่นอนว่าผมต้องส่งเสริม (หัวเราะ) เพราะผมเป็นนักไตรกีฬา”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร