
อยู่ที่ใจ...
เรื่อง : ปู โลกเบี้ยว / ภาพ : จำลอง บุญสอง
“ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจเราเชื่อ” เป็นคำสอนที่ปูเคยได้ยินจากท่านหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษฎ์จริงอย่างที่ท่านพูด เพราะเมื่อมาลองสังเกตก็เริ่มเห็นด้วยอย่างชัดเจนเชียว ท่านเคยสอนในเรื่องของอีกา คนเรามักจะรังเกียจเพราะชอบคิดว่าถ้ามีนกกาบินมาวนเวียน อาจจะหมายถึงสิ่งไม่ดีกำลังจะบังเกิด เพียงเพราะเห็นว่ามันเป็นสัตว์ที่มีสีดำ หรือพวกนวนิยายหนังผีชอบนำกาเข้าไปใส่เอาไว้ให้ดูน่าสะพรึงกลัวก็ไม่รู้นะ คนเราก็เลยติดกับภาพความน่ากลัวเหล่านั้น ทำให้ถ้าเห็นอีกาจะรู้สึกไม่ดีกับมันทันทีเลย
หลวงพ่อบอกว่า อย่าไปกลัวหรือเกลียดมันเลย มันอยู่ที่เราคิด ถ้าคิดดีมันก็ดี ถ้าคิดไม่ดีก็จะทำให้เราเกิดความไม่สบายใจซะเองนั่นแหละ
ท่านเล่าให้ฟังว่า เคยมีกามาอยู่ที่วัด มันขยันจะตายไป เพราะจะตื่นแต่เช้าหากิน แล้วถ้าได้อาหารมันจะเอาไปเก็บสะสมไว้ในยามที่ไม่มี มันก็จะค่อยๆ เอาออกมากิน ถือเป็นสัตว์ตัวอย่างที่ดีมากกว่า
แล้วปูว่ามันน่ารักนะ ก็เวลาที่นกกาเหว่าเอาไข่มาให้แม่กาฟัก แม่กาก็หลงรักคิดว่าลูกในอุทรอ่ะดิ
หลวงพ่อท่านว่า ตั้งแต่มีอีกาเข้ามาอยู่ในวัดก็ไม่เห็นจะมีเหตุการณ์อะไรไม่ดีเลย กลับมีเงินมีทองไหลมาเทมาซะอีก เพราะมีผู้คนเข้ามาบริจาคสร้างโน่นสร้างนี่ตลอด ก็ไม่ใช่เพราะอีกาหรอก อย่าไปงมงาย
ไอ้เรื่องนกๆ เนี่ย ปูค่อนข้างเชื่อนะ ก็ในทางฮวงจุ้ยเขามีความเชื่อว่านกหมายถึงโอกาส เคยเห็นมั้ยคะว่าเขามักจะนิยมติดภาพวาดนกร้อยตัวไว้ในบ้าน ในห้องทำงาน เพราะเท่ากับว่ามีโอกาสเป็นร้อยๆ พันๆ ครั้งที่จะเข้ามาในชีวิตเรายังไงล่ะ ที่บ้านปูนะ เมื่อไรที่มีนกบินเข้ามาในบ้าน ต้องเป็นนกที่ดูอ้วนพีอุดมสมบูรณ์นะ มักจะมีโชคดีตามมา ถ้านกที่ดูธรรมดาผอมๆ ละก็ไม่ค่อยเกิดผลอะไร
เคยมีลูกนกตัวอ้วนน่ารักเชียวมานอนซุกอยู่ตรงที่ปัดน้ำฝนหน้ารถปู พยายามไล่ลงก็ไม่ลง เลยปล่อยให้นอนทั้งคืน แล้วมั่นใจมากว่าต้องโชคดี ซื้อเลยเลขทะเบียนรถ ได้มาเป็นหมื่นค่ะ
ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีก็มี เคยมีนกกระจอกเข้าบ้าน ว่าไล่ออกไปแล้วนะเพราะหาไม่เจอ แต่ปรากฏว่าหัวทิ่มอยู่หลังรูปภาพ เน่าหนอนขึ้นเชียว ไม่นานเจอเสียภาษีย้อนหลังไปเป็นแสนๆ ค่ะคุณณณ
เจอลูกนกตัวน้อยนิดเหมือนเพิ่งจะออกจากไข่และบินยังไม่ได้ตกอยู่ข้างบ้าน ด้วยความหวังดีเลยเก็บไว้ในอุ้งมือ โห! หัวใจมันเต้นแรงมากๆ กะว่าจะเอาไปวางไว้บนต้นไม้ เพราะมีรังว่างๆ อยู่หลายรังตามต้นไม้ ระหว่างทางเอาน้ำให้มันจิบนิดนึง พอเดินผ่านคุณแม่เลยแวะไปให้ชมหน่อย พอแบมือออกเท่านั้นแหละ มันก็ยืดขาเกร็งสุดขีด...ตายเลย เป็นไงล่ะ แทนที่จะรีบเอาไปวางไว้บนต้นไม้ทันทีเลยมันอาจจะไม่ตายก็ได้นะ ใจก็คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุอะไรที่ไม่ดีรึเปล่าหว่า?? และแล้วตกเย็นวันนั้นเลยล่ะ ไอ้เจ้าน้องชายตัวดีของปูขับรถไปชนท้ายชาวบ้านเข้าอย่างจังที่ต่างจังหวัด ยังไม่พอ ขากลับขับประสาอะไรไม่รู้ ตกลงไปในคลองชลประทานของชาวบ้านอีก ต้องไปหารถมาดึงขึ้น สภาพรถไม่ต้องพูดถึง เนี่ยละน้า...ไม่น่าคิดไม่ดีเลย
แต่มาคิดอีกที เจ้านกนั้นมันอาจจะมารับเคราะห์แทนก็ได้นะ เพราะเจ้าน้องชายปูไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยน่ะซิ เห็นมั้ยว่ามันอยู่ที่ใจเราคิดจริงๆ แหละ
ใครว่าเจ้าตัวเงินตัวทองเข้าบ้านแล้วจะดีกันนะ?? ปูอยู่หมู่บ้านจัดสรร ไม่ได้มีป่ารกร้างอะไร ก็เป็นบ้านติดๆ กัน ไม่ได้มีบ้านร้างด้วยเอ้า อยู่ๆ ก็มีเจ้าตัวประหลาดหางนี่ยาวเชียวเข้ามา มันมาจากไหนก็ไม่รู้ และมาได้ยังไงกัน?? ตอนแรกแม่บอกว่าจิ้งเหลน ปูบอกจิ้งเหลนที่ไหนล่ะ นั่นน่ะมันตัวเยเลย แม่บอกพูดกับเขาดีๆ เรียกเขาว่าตัวเงินตัวทองนะลูก เผื่อเขาให้โชค นั่นว่าไปนั่น
เจ้าหมาใหญ่สองตัวก็ช่วยกันรุมเห่าใหญ่เลย ปูไม่กล้าจับหรอก กลัวมาก ก็หางมันทั้งแข็งทั้งยาว มันตวัดทีนึงมุ้งลวดมีรอยเป็นทางเลย ถ้าโดนละก็เลือดอาบแน่ ไม่รู้จะทำยังไง เลยเอาแผ่นกาวดักหนูร่อนใส่มัน มันติดกับค่ะ มันกระโดดขึ้นเพื่อหลบเมื่อถาดไปถูกตัวมัน แต่แล้วมันก็ตกลงบนถาดพอดี เลยจับได้ ให้เจ้าน้องชายไปปล่อยเข้าป่าไป น้องบอกว่าน่าสงสารมัน เพราะเท้ามันเลอะกาวเลยติดพวกเศษไม้พะรุงพะรัง
แหม! ตัวเงินตัวทองเข้าบ้านทั้งทีต้องซื้อ...00 ตามลายบนตัวมัน หมดไปหลายเลยล่ะ 555 ถูกกินซิฮะ มันไม่ใช่ตัวเงินตัวทองแล้วล่ะ มันตัวเยชัดๆ เป็นเพราะอุตริเอากาวไปดักมันรึป่าวก็ไม่รู้ มันเลยไม่ให้โชค แต่คงไม่เกี่ยวกันหรอก
เห็นมั้ยละว่า ที่ท่านหลวงพ่อปัญญาว่านั่นแหละถูกเลย อยู่ที่ใจเราคิด คิดดีก็ได้ดี คิดไม่ดี คิดโลภ ก็โดนซะไงล่ะ







