posttoday
ทุกสิ่งมีหลายด้านให้มองเสมอ

ทุกสิ่งมีหลายด้านให้มองเสมอ

20 มีนาคม 2559

ถามว่าหนังภาคต่ออย่าง London Has Fallen พล็อตเรื่องน่าสนใจไหม ก็จะขอตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ไม่

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

ถามว่าหนังภาคต่ออย่าง London Has Fallen พล็อตเรื่องน่าสนใจไหม ก็จะขอตอบแบบกำปั้นทุบดินว่า ไม่  หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีพล็อตเรื่องแปลกใหม่น่าสนใจแต่อย่างใด มันเป็นภาพยนตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของผู้นำจากประเทศต่างๆ เดินทางมายังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อร่วมพิธีศพของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่เสียชีวิตไปอย่างมีปริศนา แม้งานนี้จะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่ความเข้มงวดก็กลับกลายเป็นภัยร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จากจุดเริ่มต้นของเรื่อง ในฐานะคนดู ยอมรับเลยครับว่า จังหวะของภาพยนตร์เรื่องนี้ดีมาก การก่อการร้ายในเรื่อง ไม่ได้ประนีประนอมต่อคนดูเลย มันเลยทำให้คนดูช็อกอยู่เป็นระยะๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า แม้ว่าการทำเทคนิคต่างๆ เพื่อให้เกิดความสมจริงจะยังไม่เนียนเพียงพอ (ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ แค่ยังไม่เนียนเรียบ)

เมื่อเหตุการณ์ร้ายในกรุงลอนดอนได้สิ้นสุดลง เรื่องราวไม่ได้จบแต่เพียงเท่านั้น เป้าหมายใหม่ในการก่อการร้ายนี้ ได้มุ่งตรงไปที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ เบนจามินแอชเชอร์ (แอรอน เอ็คฮาร์ต) ที่รอดชีวิตมาได้ด้วยการเฝ้าอารักขาของเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ ไมค์ แบนนิง (เจอราร์ดบัตเลอร์) ถามว่าการไล่ล่าหมายปลิดชีวิตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐนี้มีอะไรตื่นตาตื่นใจไหม มีมุขใหม่ๆ มานำเสนอต่อคนดูไหม ในความรู้สึกของผม ก็ยังไม่ ยังไล่ล่า วิ่งหนี ยิงปืน ขับรถ หลบซ่อนตัว ระเบิดมีหนอนบ่อนไส้ เหมือนภาพยนตร์แอ็กชั่นทั่วๆ ไป

ทุกสิ่งมีหลายด้านให้มองเสมอ

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกประทับใจนั่นคือ การที่ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ บาบัค นาจาฟี ชาวสวีเดน ได้ใส่ใจในความรู้สึกของคนที่ถูกตีตราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย มันทำให้คนดูอย่างผม (และคิดว่าใครอีกหลายๆ คน) ไม่มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเพียงด้านเดียว แต่สามารถมองสิ่งที่เกิดขึ้นได้หลายๆ ด้าน ว่าก่อนที่เขาจะคิดทำการใหญ่บางอย่าง ที่คนบางกลุ่มตีตราว่านี่คือการก่อการร้าย เขาถูกกระทำมาก่อน เขาโดนวางระเบิดในงานแต่งงานของลูกสาวของเขา ทำให้ลูกสาวของเขาเสียชีวิตในงานแต่งงานตัวเอง ลูกชายคนหนึ่งขาขาด พิการ และมันก็เป็นการสร้างความเจ็บช้ำอันสุดจะทนได้ของกลุ่มคนที่ถูกตีตราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

ถามว่า ผมเข้าข้างผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้หรือก็เปล่า แค่มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้หลากหลายมุมก็เท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุด หากคนกลุ่มนี้ หยุด และให้อภัย เรื่องราวต่างๆ คงไม่เกิดขึ้น แต่เมื่อคนเราถูกกระทำ ก็ต้อง
แก้แค้นสวนกลับให้เจ็บกว่าที่โดนทำอีกเป็นร้อยเท่าพันเท่า ซึ่งมันก็ทำให้การไล่ล่า วิ่งหนี ยิงปืน ขับรถ หลบซ่อนตัว ระเบิด มีหนอนบ่อนไส้ ยังต่อยอดต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และโลกใบนี้ก็จึงต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่คาดฝันอีกเยอะแยะมากมาย เพียงเพราะคนสองกลุ่มต่างมีความแค้นกันไปมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดลง

แต่ไม่ว่าทางฝั่งสหรัฐจะโดนอะไรหนักๆ มา ท้ายที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้สะท้อนให้เราคนดูได้เห็นว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ทำอะไรสหรัฐไม่ได้ (ทำได้แค่เจ็บในตอนเริ่มต้น แต่ตอนจบ ต้องเป็นชัยชนะเท่านั้น) หากภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการสะท้อนสิ่งนี้ออกไป มันก็สะท้อนให้คนดูทั่วโลกได้ห็นถึงวิธีคิดของคนอเมริกันว่า อเมริกันคือชาติที่เข้มแข็ง มีเกราะป้องกันภัยที่เข้มแข็ง ใครดีมา ดีตอบ ใครร้ายมา ก็ร้ายตอบ และไม่มีวันที่ใครจะมาโค่นบัลลังก์ความเป็นหนึ่งของโลกใบนี้ไปได้แบบง่ายๆ

ถามว่า ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเอามันไหม ก็เอามัน แต่ดูแล้วได้ข้อคิดอะไรดีๆกลับไปไหม ก็ได้ แค่เพียงเราเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ เราจะค้นพบเจอข้อคิดดีๆ เหล่านั้นครับ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร