
ขอรับกรรมฐาน...เข้าพรรษาปี’๕๓ (ตอนจบ)
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
ปุจฉา : กราบเรียนพระคุณเจ้า
โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส
ในห้วงเวลาจำศีลเข้าพรรษา ๓ เดือน ญาติโยมมีความประสงค์ปฏิบัติธรรมอบรมจิต เพื่อสร้างปัญญาธรรมให้เกิดขึ้น จะได้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
จึงใคร่ขอกรรมฐาน หรือข้อธรรมะเพื่อเป็นอนุสติในกาลเข้าพรรษา ขอพระคุณเจ้าได้พิจารณามอบกรรมฐานผ่านทาง “โพสต์ทูเดย์” เพื่อญาติโยมผู้ไม่ค่อยมีเวลาไปวัดฟังธรรม ด้วยกิจธุระทางโลกมาก จะได้ศึกษาปฏิบัติเป็นส่วนตนที่บ้านได้ ขอแบบง่ายๆ แต่ปฏิบัติได้ผลตรงตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหวังว่าพระคุณเจ้าคงจะช่วยอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลายได้อย่างแน่นอน
กราบเรียนมาด้วยความเคารพ
จาก “ผู้มีภาระทางโลก แต่ไม่ทิ้งธรรม”
วิสัชนา : สำหรับปุจฉาที่ตั้งขึ้นในวันนี้ของสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นการแจ้งเจตนาที่มีความประสงค์ จะขอหลักธรรมปฏิบัติแบบง่ายๆ แต่ทรงคุณค่า ไปประพฤติปฏิบัติ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยกล่าวมาว่า “ไม่มีเวลาไปวัดฟังธรรมด้วยกิจธุระทางโลกมีมาก จึงอยากจะขอศึกษาปฏิบัติธรรมที่บ้าน...”
อาตมาได้พิจารณาแล้วเพื่อความเหมาะสมต่อท่าน “สาธุชน ผู้ไม่ค่อยมีเวลา... ด้วยกิจภาระส่วนตัวเยอะ” จึงขอเสนอกรรมฐานง่ายๆ ตามประสงค์ แต่ทรงคุณค่า และลึกซึ้งในความหมายของการเพิ่มกำลังสติสัมปชัญญะ เพิ่มพูนอนุสติธรรม เพื่อการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท โดยการระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ตามหลักมรณานุสติ ซึ่งพิจารณาลงไปถึง มรณาสันนวิถี หรืออาการแห่งความตาย จะได้ฝึกให้รู้สภาวะแห่งการตาย หรืออาการมรณา จะได้เตรียมตัวเผชิญกับความตายที่อยู่เบื้องหน้าของทุกๆ คน ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จะได้กลับมาถามตนเอง เพื่อตอบตนเองให้ได้ว่า “เกิดมาทำอะไร? ...สิ่งใดเป็นเครื่องนำมาเกิด!? และเบื้องหน้าจะเดินทางไปแห่งหนตำบลใด...”
เพื่อจะได้ตรวจสอบคุณสมบัติความพร้อมของตนว่าเป็นอย่างไร มีความพรั่งพร้อมด้วยปัจจัยกำลังที่จะเดินทางต่อไปหรือไม่ เพื่อจะได้สรุปให้ตนเองทราบว่า “สิ่งใดควรทำ...สิ่งใดไม่ควรทำ ในฐานะโอกาสที่มีอยู่ เพื่อจะได้จัดระบบชีวิตตนเองให้ประกอบกิจอย่างมีสาระธรรม ที่อำนวยอวยผลไปสู่ความสุขความเจริญโดยธรรม จะได้กลับมาจัดการวางแผนการทำงานให้ถูกประโยชน์ จัดแบ่งเวลาให้กับชีวิตอย่างเหมาะควร เพื่อความเป็นอุดมมงคลในฐานะที่มนุษย์ซึ่งประเสริฐโดยธรรมว่า “ควรจะจัดการบริหารชีวิตอย่างไร เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างแท้จริง อันปรารถนาความสิ้นทุกข์ ความไม่มีทุกข์ เป็นประสงค์...” ซึ่งหากเข้าใจ ความจริงของการเวียนว่ายตายเกิดว่าเป็นสังสารวัฏ ที่ให้โทษทุกข์ภัย อันสัตว์ทั้งหลายไม่ควรเดินทางเข้ามาเกี่ยวข้อง... ก็คงจะย้อนกลับไปเพื่องานทำมาหารับประทานตามประสาชาวโลกแล้วนั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเจตนาที่ต้องการสร้างสรรค์ความดีในวิถีความเป็นชาวพุทธในกาลเข้าพรรษาปี’๕๓ อาตมาก็ขออนุโมทนาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดำริทำบ้านให้พร้อมปฏิบัติธรรม ทำวัตรตามวิถีพุทธ หากทำอย่างจริงจังและอย่างต่อเนื่อง ก็คงจะเป็นประโยชน์ยิ่งกับผู้ประพฤติปฏิบัติ ตลอดจนถึงมวลสมาชิกในครอบครัว จะได้เห็นเป็นแบบอย่าง ลุกขึ้นมาประกอบคุณความดี เจริญภาวนา สวดมนต์ ไหว้พระตามๆ กันไปตามต้นแบบที่ดี และหากรู้จักชักนำชักชวนกันเข้าวัดบ้างตามกาลอันสำคัญ ก็จะให้คุณประโยชน์กับผู้กระทำ







