
แล้วจะได้อะไรขึ้นมา
หลายวันมานี้มีคำถามวนไปวนมารู้สึกหงุดหงิดไม่หาย จนต้องเขียนถึงสักหน่อยกับประเด็นที่กวนหัวใจ เพราะเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา บังเอิญได้ตื่นมาเห็นการแชร์ข่าวหนึ่งในประเด็นที่มีผู้ไม่หวังดี ปล่อยข่าวการเสียชีวิตของดาราขวัญใจคนไทยอย่าง ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ วัย 35 ปี ที่กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมกับคณะอาจารย์แพทย์ที่เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งทราบต่อมาว่าข่าวดังกล่าวมีจุดเริ่มมาจากเพจดัง แต่ดันเป็นเพจปลอมที่จงใจสร้างความเสียหายและทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวอยู่สับสน
หลายวันมานี้มีคำถามวนไปวนมารู้สึกหงุดหงิดไม่หาย จนต้องเขียนถึงสักหน่อยกับประเด็นที่กวนหัวใจ เพราะเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา บังเอิญได้ตื่นมาเห็นการแชร์ข่าวหนึ่งในประเด็นที่มีผู้ไม่หวังดี ปล่อยข่าวการเสียชีวิตของดาราขวัญใจคนไทยอย่าง ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ วัย 35 ปี ที่กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมกับคณะอาจารย์แพทย์ที่เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งทราบต่อมาว่าข่าวดังกล่าวมีจุดเริ่มมาจากเพจดัง แต่ดันเป็นเพจปลอมที่จงใจสร้างความเสียหายและทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวอยู่สับสน
ทางเพจข่าวดังกล่าวเองก็ออกมาเตือนในเวลาต่อมาว่า ข่าวที่ออกมาไม่จริงนะ พระเอกหนุ่มยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทั้งยังเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ดำเนินการแอบอ้างดังกล่าวแล้ว แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ข่าวออกไป มีผู้คนเข้าไปแชร์ข่าวการเสียชีวิตของปอมากมายและมีมาคอมเมนต์แบบเข้าใจจริงๆ ว่าพระเอกหนุ่มเสียชีวิตดังข่าวที่เกิดขึ้น ยอดไลค์หลักหลายแสนคือเครื่องการันตีได้ว่า การสร้างข่าวลือครั้งนี้ประสบผลสำเร็จเหลือเกิน ยิ่งเข้าไปอ่านความคิดเห็นของแต่ละคนก็ยิ่งเข้าใจได้เลยว่าพวกเขาเชื่อเช่นนั้นอย่างหมดใจ ซึ่งกรณีนี้เราเองจะไม่โทษคนที่แชร์ต่อๆ กันไป เพราะข่าวดังกล่าวมาจากเพจที่มีผู้ติดตามหลักล้านความน่าเชื่อถือจึงมีมาก
เพียงแค่อยากสะกิดเตือนกันไว้สักนิดว่า ข่าวจากอินเทอร์เน็ตเข้าถึงง่ายและรวดเร็วที่สุดก็จริง แต่ก็มาพร้อมจุดอ่อนมากมาย เช่น การถูกแฮกเกอร์เจาะเข้าระบบ หรือแม้แต่ปลอมเพจอย่างเช่นกรณีที่กล่าวมา ซึ่งที่ผ่านมาในบ้านเราเคยมีเพจข่าวดังของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งโดนปลอมเพจเช่นเดียวกัน พร้อมยังโดนทะลวงและปั่นป่วนจนเพจปลอมมียอดไลค์มากกว่าเพจจริงเสียด้วยซ้ำ ทั้งยังปล่อยข่าวมาแต่ละครั้งก็มีผู้เข้าไปอ่านมากกว่าเรียกได้ว่าเสียระบบกันไปเลยทีเดียว
ดันเจอกลุ่มผู้ไม่หวังดีตั้งใจทำเพื่อขุดหลุมฝังเพจกันเลยและมันได้ผล ทว่าก็ไม่เคยมีการตรวจสอบแต่อย่างใดว่าใครเป็นคนทำและทำเรื่องนี้เพื่ออะไร ไม่ต่างกับกรณีที่เพิ่งผ่านมาถึงการแชร์ข่าวการเสียชีวิตของพระเอกปอ ทฤษฎี คนที่ปล่อยข่าวแน่นอนว่าต้องการเล่นงานให้เพจเสียความน่าเชื่อถือ ซึ่งงานนี้หากมองในแง่ผลประโยชน์ เหตุคงมาจากการแข่งขันกันในเรื่องของข่าวสารและยอดไลค์ ซึ่งมองตรงๆ คงไม่มีใครมองออกว่างานนี้ใครที่จะได้ผลประโยชน์จากการทำแบบนี้มากที่สุด
แต่ที่แน่ๆ คนที่เสียหายและถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการเล่นงานอีกฝ่าย เป็นคนบริสุทธิ์ เป็นคนดี และเป็นคนที่คนไทยกำลังรอคอยการกลับมาของเขาในทุกวันเวลาที่ผ่านมา แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้คนที่ใกล้ชิดหรือคนที่คอยตามให้กำลังใจ ปอ ทฤษฎี มาตลอดคงไม่สนุก มีบ้างที่เสียน้ำตากับเรื่องนี้ ซึ่งแม้ทางครอบครัวผู้เสียหายจะยืนยันว่าขออโหสิกรรมไม่เอาความ แต่เรื่องนี้ไม่ควรจะจบลงแค่เพียงแค่นี้ เพราะคงมีหลายคนที่ตามข่าว อยากรู้เหลือเกินว่าคนที่ทำไปเขาต้องการอะไร แล้วจะได้อะไรขึ้นมา
โดยหนทางของการไปหาคำตอบของเรื่องนี้ก็คงไม่ยาก เพราะทุกวันนี้สามารถใช้กฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คุ้มครองอย่างจริงจังในหลายๆ กรณี ซึ่งกับเรื่องนี้ก็สามารถบังคับใช้ได้ทันทีเพราะมีผลกระทบกับหลายฝ่าย และแน่นอนว่าถึงที่สุดแล้วถ้าหากเราไม่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบลง อย่างน้อยๆ คนผิดจะได้ไม่ลอยหน้าลอยตาและกล้าไปสร้างเรื่องป่วนความรู้สึกขอใครได้อีก







