posttoday
ความลับในก้อนเมฆ ‘คลาวด์ คอมพิวติ้ง’

ความลับในก้อนเมฆ ‘คลาวด์ คอมพิวติ้ง’

14 พฤศจิกายน 2558

เทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านไอทีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องส่วนตัวหรือกับงาน

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านไอทีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องส่วนตัวหรือกับงานที่ทำอยู่ทุกวัน แต่บ่อยครั้งสิ่งที่เราใช้อยู่ เรายังไม่เคยรู้เลยว่ามันคืออะไร อย่างเช่น ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนในยุคนี้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าคลาวด์คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับเรา

เราอาจไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตในปัจจุบันของเรานั้นต้องเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีที่เรียกว่าคลาวด์อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการรับส่งข้อมูลหรือไฟล์ภาพผ่านทางอีเมลจากผู้ให้บริการสาธารณะอย่าง Gmail, Yahoo, Hotmail หรือการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่างเฟซบุ๊ก หรือการเก็บข้อมูลบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็ถือว่าเป็นการใช้งานคลาวด์ทั้งสิ้น

ข้อมูลจากหนังสือฉลาดรู้เน็ต 1 ตอน Internet of Things (IoT) ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ระบุว่า เทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตออนไลน์มากยิ่งขึ้น และมีการพูดถึง “คลาวด์” มากขึ้นทุกวัน การที่เราจะทำความรู้จักกับมันไว้บ้างก็คงจะดี

“ลองหลับตาแล้วนึกภาพก้อนเมฆซึ่งมีมากมายกระจัดกระจายอยู่บนท้องฟ้า จินตนาการไปว่า มีเมฆก้อนหนึ่ง ก้อนเล็กๆ ที่เราสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ สามารถเอาอะไรก็ได้ไปเก็บไว้บนเมฆของเรา โดยมีไม้ยาวๆ คอยเกี่ยวของขึ้นไปแขวนไว้บนนั้น ทีนี้ลองหยิบหนังสือเล่มใหญ่ๆ ที่ยังอ่านไม่จบ เพราะได้เวลาเดินทางไปทำงาน ขึ้นไปแขวนไว้บนเมฆ เราก็เดินทางไปทำงานโดยไม่ต้องหอบหิ้วเอาหนังสือเล่มนั้นมาด้วยให้หนักมือ พอถึงที่ทำงานได้เวลาพัก แล้วอยากจะอ่านหนังสือเล่มนั้น ก็เพียงใช้ไม้สอยหนังสือที่แขวนไว้บนเมฆลงมาอ่านต่อได้ทันที นี่ล่ะความสะดวกจากเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง”

ก้อนเมฆที่พูดถึงก็คือ “แหล่งจัดเก็บข้อมูล” ของเรา ส่วนไม้ที่ใช้สอยก็คือ “อินเทอร์เน็ต” ที่เราต้องออนไลน์เพื่อที่จะดึงข้อมูลที่เก็บไว้มาใช้งาน แล้วมันต่างจากบริการฝากไฟล์ตรงไหน? วิธีการทำงานอาจจะคล้ายกัน แต่ขั้นตอนความสะดวกนั้น คลาวด์มีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก การฝากไฟล์ในรูปแบบเดิม จะรับฝากไฟล์ที่สำเร็จรูปแล้ว เช่น รูปภาพ เสียง วิดีโอ ไฟล์ที่บีบอัด เป็นต้น แล้วเวลาจะใช้งานก็ต้องดาวน์โหลดลงมาก่อนซึ่งจะเสียเวลามาก แต่สำหรับการจัดเก็บไฟล์ไว้กับเจ้าคลาวด์ คอมพิวติ้ง เราสามารถจัดการไฟล์ต่างๆ ได้เหมือนการจัดการไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงสามารถเข้าไปใช้งานไฟล์ต่างๆ บนเมฆได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดลงมา

เราจะใช้งาน Cloud Computing ได้อย่างไร?

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับผู้ให้บริการต่างๆ ผ่านเทคโนโลยีก้อนเมฆ (Cloud Service) กันก่อน ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Cloud Service มากมายหลายค่ายหลายรูปแบบ แต่จะขอพูดถึงการให้บริการหลักๆ เช่น ผู้ให้บริการด้านรับฝากไฟล์ในรูปแบบ Cloud Storage ก็มีให้เลือกใช้หลายแห่ง แต่ที่คุ้นหูมากที่สุดก็คือ Dropbox ซึ่งให้บริการรับฝากไฟล์และแชร์ไฟล์ให้คนอื่นๆ ได้

ข้อดีก็คือ การใช้งานง่าย แทบไม่ต่างจากการจัดการไฟล์ในคอมพิวเตอร์ของเราเลย มีระบบการซิงโครไนซ์อัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น เราจัดเก็บไฟล์เอกสารรูปแบบ .doc ไว้บน Dropbox เราก็สามารถเข้าไปเปิดมาพิมพ์งานต่อได้ทันที แล้วเมื่อเราต้องการหยุดพักก็เพียงแค่บันทึกระบบก็จะทำการอัพโหลดไฟล์ไปเก็บไว้ใน Dropbox ให้อัตโนมัติ จากนั้นก็สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หรืออุปกรณ์อื่นๆ เรียกใช้ไฟล์เอกสารดังกล่าวได้ทันที อาจจะใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตมาเปิดอ่านหรือแก้ไขไฟล์ที่จัดเก็บไว้ก็ได้

มาถึงบริการ Cloud Service ด้านแอพพลิเคชั่นกันบ้าง ขอแนะนำตัวอย่างง่ายๆ อย่างบริการ Google Docs ให้เราสามารถเข้าไปสร้างไฟล์เอกสาร เปิดอ่าน และแก้ไขได้ทันที โดยไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ของเรา โดยมีโปรแกรมเอกสารคล้ายๆ กับทางฝั่งไมโครซอฟท์ออฟฟิศ จุดเด่นของ Google Docs ก็คือ คอมพิวเตอร์ของเราไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม ขอเพียงใช้อินเทอร์เน็ตได้ก็เพียงพอ นอกจากนี้เรายังสามารถแชร์ไฟล์เอกสารของเราให้กับคนอื่นๆ มาเปิดใช้เพื่อช่วยกันทำงานได้

SugarSync.com มีจุดขายที่เหนือกว่านอกจากให้พื้นที่เริ่มต้น 5GB ฟรี แล้วยังมีโปรแกรมในการถ่ายทอดไฟล์ภาพและเสียง การผนวกกับมือถือ เช่น โหลดภาพที่ถ่ายไว้ในมือถือ Android เข้าไปเก็บให้โดยอัตโนมัติโดยในการใช้งานนั้น แทบทุกตัวจะมีความสามารถในการ Sync (ซิงก์) หรือทำให้ข้อมูล 2 ที่ สำเนาไว้อย่างถูกต้องตรงกันทุกประการไว้บนคลาวด์ จึงทำให้เราออกจากที่ทำงาน หรือที่บ้านได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าลืมบันทึกงานกลับไปทำหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การเก็บไฟล์ไว้บนอินเทอร์เน็ตนั้น แน่นอนว่าก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง วันใดวันหนึ่งเว็บที่เราไปฝากไว้อาจจะเกิดปัญหาร้ายแรง ทำให้ข้อมูลหายเกลี้ยงก็เป็นได้ แม้ว่าเจ้าของเว็บจะรับรองอย่างไรก็ตาม อีกประเด็นคือ การถูกเจาะระบบหรือเดารหัสก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ดังนั้น ข้อมูลที่นำขึ้นไปควรเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความลับสุดยอดนัก มีต้นฉบับอยู่ในเครื่องหรือที่เก็บอื่นๆ สำรองไว้ และการตั้งรหัสผ่านไม่ควรให้คาดเดาง่ายเกินไป

นอกจากการใช้งานส่วนบุคคล คลาวด์กำลังเริ่มมีบทบาทสูงขึ้นกับการใช้งานในองค์กรธุรกิจ วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย กล่าวว่า การใช้งานคลาวด์ของผู้บริโภคนั้น หากเป็นในมุมที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คือ อีเมล แอพพลิเคชั่น และโมบายแบงก์กิ้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ทั้งสิ้น จึงเป็นอีกช่องทางที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจเพื่อหาเครื่องมือที่จะช่วยตอบสนองและจัดการข้อมูลบนคลาวด์ให้เหมาะสม

“ธุรกิจคลาวด์ที่กำลังบูมนั้นเกิดจากการลงทุนของภาคธุรกิจมากกว่า การเข้ามาของคลาวด์ทำให้การใช้เครื่องมือหรืองานอุปกรณ์จะเปลี่ยนรูปแบบไป จากเดิมองค์กรต้องลงทุนซอฟต์แวร์เป็นชิ้นด้วยตนเอง ซึ่งมูลค่าการลงทุนจะสูง จะเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของ SaaS (Software as a Service) หรือจ่ายตามการใช้งานมากขึ้น เพื่อให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ และสามารถจัดสรรทรัพยากรในองค์กรได้อย่างเหมาะสม”
วีระ กล่าว

ในมุมมองของธุรกิจจะมีการซื้อขายซอฟต์แวร์แบบออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น อะโดบี ที่เปิดให้ดาวน์โหลดและอัพเกรดซอฟต์แวร์ผ่านคลาวด์แม้ในไทยจะยังไม่โตมากนัก แต่ในต่างประเทศถือว่ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก

จูลี่ คลีแลน นิโคล ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสาร ภูมิภาคเอเชียและญี่ปุ่น บริษัท อะโดบี ซิสเต็มส์ อิงค์ กล่าวว่า การปรับรูปแบบการขายสินค้าจากแบบกล่องมาเป็นอัพโหลดขึ้นคลาวด์และให้บริการแบบออนไลน์ ช่วยให้อะโดบี มีกลุ่มลูกค้าทั้งแบบเก่าและใหม่มากขึ้น เพราะรูปแบบค่าบริการไม่สูงมาก ใช้งานฟีเจอร์ได้แบบยืดหยุ่น มีระบบรักษาความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

จะเห็นว่าเจ้าก้อนเมฆไอทีเหล่านี้เริ่มลอยเข้ามาใกล้ตัวเราทุกขณะ และในไม่ช้าทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าไปอยู่ในนั้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร