posttoday
ความลับสาวนักชิม

ความลับสาวนักชิม

05 พฤศจิกายน 2558

เจอหน้าและเจอตัว ประโยคแรกที่ทักทายกัน “ไม่เห็นอ้วนเลย” เจ้าของหนังสือ “บำเพ็ญตะกละ” ว่าด้วยการกินล้วนๆ “จิราภรณ์ วิหวา” ยิ้มเขินๆ ก่อนบอกอย่างภูมิใจ “โชคดีที่เป็นคนกินแล้วไม่อ้วน” ฟังแล้วแอบอิจฉาเธอ กินเท่าไหร่ หุ่นก็ยังไม่เคยเปลี่ยน

เจอหน้าและเจอตัว ประโยคแรกที่ทักทายกัน “ไม่เห็นอ้วนเลย” เจ้าของหนังสือ “บำเพ็ญตะกละ” ว่าด้วยการกินล้วนๆ “จิราภรณ์ วิหวา” ยิ้มเขินๆ ก่อนบอกอย่างภูมิใจ “โชคดีที่เป็นคนกินแล้วไม่อ้วน” ฟังแล้วแอบอิจฉาเธอ กินเท่าไหร่ หุ่นก็ยังไม่เคยเปลี่ยน

“สนใจอยู่เรื่องเดียวตอนนี้คือเรื่องกิน (หัวเราะร่วน) ถ้าวันไหนกินข้าวไม่อร่อย ก็รู้สึกเซ็งนะ (ทำหน้าเซ็ง) เด็กๆ เราแค่ได้กินของอร่อยและดี อยู่ในบ้านที่แม่ทำอาหารให้กิน เราไม่เคยต้องทุกข์ทนว่าสิ้นเดือนต้องกินมาม่า มันก็เลยมีผลต่อความสนใจในเรื่องกินของเรา พอเรียนจบ มีงานทำ มีเงิน เวลาอยากใช้เงินน่ะ สิ่งเดียวที่ยอมเสียคือเรื่องกิน ถูกแพงไม่ว่า แต่ขอให้ได้กินของอร่อย ยอมค่ะ”

ฟรีแลนซ์วัย 33 ปีรายนี้มุ่งมั่นเอาดีกับการตระเวนชิมร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เธอผ่านมานับไม่ถ้วน จนแจ็กพอตได้เป็นคอลัมนิสต์ชิมอาหาร กระทั่งมีคนเห็นว่ามันสมควรรวมเล่ม ก็ยิ่งเข้าทางเธอ

แต่ใช่จะหวานหมู แม้ทุนเดิมจะชอบกิน เพราะอาหารเป็นเรื่องรสนิยม ชอบ ไม่ชอบ บอกกันไม่ได้ เธอจึงเลือกใช้วิธีจั่วหัวตัวเป้ง “เป็นความอร่อยส่วนตัว”

“เริ่มจริงจังหลังจากมีน้องที่รู้จักกันและเคยทำงานด้วยกันนี่แหละมาชวนว่าจะเปิดคอลัมน์ใหม่ น้องถามว่าอยากเขียนเรื่องอาหารเปล่า เราก็ตอบตกลงไปว่าอยาก แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะเขียนยังไง อาศัยแค่ว่าเราชอบกิน (หัวเราะ) เราเลยตั้งโจทย์ขอเน้นร้านเก่าๆ เก๋าๆ ด้วยความที่ยังไม่กล้าประกาศตัวชัดว่าเป็นผู้มีประสบการณ์ ก็เลยขอใช้คำว่ามันคือความอร่อยส่วนตัว ใช้ความรู้สึกของเราตัดสิน ไม่เกี่ยวกับใคร พอน้องเห็นดีด้วยกับสิ่งที่เราเสนอ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่เราละว่าจะนำเสนอยังไง เพื่อไม่ให้เหมือนคนอื่น เราพยายามไม่ใช้ชุดคำที่คุ้นเคยกัน หอมนุ่มนวล หรือละลายในปาก เราจะไม่ใช้ แต่จะสร้างสรรค์วิธีการนำเสนอแบบของเรา มันเลยออกมาผสมผสานระหว่างความสนุกกับความตลก”

เพราะนำเสนอไม่เหมือนใครนี่เอง เสียงตอบรับจากคนอ่านจึงดีเกินคาด แป๊บเดียวชื่อจิราภรณ์ก็กลายเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงอาหาร ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าเธอใช่ว่าจะเอาดีกับทางสายนี้ก็ไม่ ที่สุดแล้วก็นำไปสู่การรวมเล่ม

“ถ้าจะเอาแค่คอลัมน์ (ในนิตยสาร giraffe) มารวมเล่มคงดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เราก็ไปเขียนเรื่องเพิ่มเติม จัดหมวดหมู่ของอาหาร แยกประเภทของอาหาร อารมณ์เหมือนการเขียนเรียงความอาหาร แต่เป็นสไตล์เรา ร้านไหนที่เคยรีวิวแล้ว บางร้านอาจตกกระป๋องไป ก็จะมีร้านใหม่เข้ามาแทน 60 เปอร์เซ็นต์คือของใหม่ ของเก่าแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ ชื่อหนังสือมาจากอัลบั้มรูปในเฟซบุ๊กที่เราตั้งไว้นานล่ะ ความตั้งใจคือว่าถ้าไปเจอร้านไหนอร่อยก็จะอัพรูป พอรวมเล่มเราเลยเอาชื่อนี้ไปขาย ปรากฏน้องซื้อ มันใช่เลย มันคือการกินแบบตะกละของเรา (หัวเราะ) เคยคิดนะว่าเราเกิดมาเพื่ออะไรวะ เราไม่ได้มีเพลงเป็นพระเจ้า หรือต้องไปดูหนังทุกสัปดาห์ ก็มีแต่เรื่องกินเท่านั้นที่เราคิดตลอดเวลา เช้ากินอะไร เที่ยงกินอะไร เย็นกินอะไร มันก็เลยเป็นความหลงใหลส่วนตัว

เวลาไปกินเรานึกเป็นตัวหนังสือก่อนเลย แต่ไม่ถึงขนาดจดหรอก เอาความรู้สึกส่วนตัวจริงๆ รู้สึกกับร้าน รู้สึกกับรสชาติอาหารแต่ละจาน เช่น ถ้าไม่พาแม่ไปกินจะรู้สึกผิด หรือมากินคนเดียวต้องมีคนที่บ้านงอนแน่ ร้านที่เลือกมารีวิวก็สะท้อนความเห็นแก่กินของเรา (หัวเราะร่วน) ส่วนใหญ่เน้นสตรีทฟู้ดมากกว่า เพราะมันคือเราแล้วเราก็ชอบแบบนั้นด้วย เวลาไปกินร้านแพงๆ หรือต้องจ่ายเซอร์วิส เราว่ามันจะทำให้เรานิสัยไม่ดี มักจะมีความรู้สึกในใจอะไรบางอย่าง ทำไมอาหารช้าจัง ทำไมวางช้อนดังจัง มันจะจึ๊ขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ใช่คนแบบนั้น พอไปร้านเก๋าๆ เก่าๆ เจ้าของโหดๆ มันจะทำให้เราตัวหดตัวลีบ นานแค่ไหนก็รอได้ เจ้าของหน้าบึ้งก็ไม่เป็นไร เข้าใจเขา ในเมื่อเขาทำอาหารอร่อย ก็ต้องมากินของเขาสิ แต่ไม่ใช่ร้านโหดเลว แบบนั้นเราก็ไม่ไปกินเหมือนกัน”

นอกจาก “บำเพ็ญตะกละ” ย้อนหลังไปไม่ไกลกันนัก จิราภรณ์เคยมีผลงานรวมเล่มที่เกี่ยวกับอาหารการกินมาแล้ว ถูกใจคอนักกินและคนที่เพิ่งเริ่มหัดชิม บางเล่มต้องพกติดกระเป๋า ไปไหนพร้อมเปิดเป็นโพย อยู่ไหนหว่าที่ว่าอร่อย อาทิ “เมื่อคิดให้โลกนี้ตลาด” “ร้านหวานหวานวันวาน” จนถึงเรื่องสั้น “เขตปกครองมายองเนส” ที่เธอยอมรับว่าทำให้เธอค้นพบตัวตนแท้จริงว่า “เป็นคนเห็นแก่กิน” ใครยังไม่มี หรือยังไม่ได้ลิ้มรส เชิญพิสูจน์ มีความอร่อยอีกเป็นล้านรอคุณอยู่

“ไม่มีเหตุผลต้องบรรยายยาวเหยียด เรามีหน้าที่แค่เขียนให้คนอ่านรู้สึกยั่วน้ำลายก็พอแล้ว รีวิวหนังสือเป็นแค่จุดเชื่อมที่ทำให้คนรสนิยมเดียวกันมาเจอกัน แต่สุดท้ายของอร่อยมันต้องชิมเองนะ”

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่