posttoday
"มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ" กวีนิพนธ์ดีๆ ไม่ง้อซีไรต์

"มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ" กวีนิพนธ์ดีๆ ไม่ง้อซีไรต์

19 กรกฎาคม 2553

“มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” กวีนิพนธ์เล่มบาง ผลงานร้อยกรองที่กลั่นมาจากหัวใจ ร่ายเรื่องราวถึงรากเหง้าความเป็นมาของชาติไทยในอดีต ที่มีความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม

“มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” กวีนิพนธ์เล่มบาง ผลงานร้อยกรองที่กลั่นมาจากหัวใจ ร่ายเรื่องราวถึงรากเหง้าความเป็นมาของชาติไทยในอดีต ที่มีความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม

เรื่อง อินทรชัย พาณิชกุล / ภาพ วิศิษฐ แถมเงิน

แม้จะประกาศรายชื่อออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังสือที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือซีไรต์ ประจำปี 2553 ประเภทกวีนิพนธ์ โดยกลางเดือน ส.ค. ก็จะตัดสินกันว่าใครจะเป็นกวีซีไรต์คนล่าสุดของวงการวรรณกรรมไทย แต่ยังมีกวีนิพนธ์ดีๆ อีกเล่มที่ไม่ได้เข้าร่วมประกวดรางวัลซีไรต์ แต่นักวิจารณ์หลายสำนักลงความเห็นกันว่ามีคุณภาพเพียงพอที่จะคว้ารางวัลซีไรต์ได้ทีเดียว

นั่นคือ “มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” จากปลายปากกาของ บัญชา อ่อนดี ภายใต้สำนักพิมพ์พิมพ์ไพร

"มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ" กวีนิพนธ์ดีๆ ไม่ง้อซีไรต์

บัญชาไม่ได้ปฏิเสธรางวัล เขายอมรับว่าใช้กรอบการพิจารณารางวัลซีไรต์มาเคี่ยวกรำการสร้างสรรค์งาน “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมอยากได้ซีไรต์ แค่เอาห้วงเวลาของซีไรต์มาเข้มงวดกวดขันตัวเอง เช่น เขาหมดกำหนดส่งเมื่อไหร่ ผมไม่ได้ต้องการซีไรต์ แค่ผมเขียนมันออกมาได้สำเร็จก็พอใจแล้ว” นักเขียนหนุ่มใหญ่เจ้าของหนวดเครารกครึ้มอันเป็นเอกลักษณ์ ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

“มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” กวีนิพนธ์เล่มบาง ผลงานร้อยกรองที่กลั่นมาจากหัวใจ ร่ายเรื่องราวถึงรากเหง้าความเป็นมาของชาติไทยในอดีต ที่มีความงดงามทางศิลปวัฒนธรรม ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน วิถีชีวิตที่สมัครสมานสามัคคีกลมเกลียวของผู้คน สงบร่มเย็นภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ แต่วันนี้กลับมาแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จับอาวุธไล่ล่าทำลายล้าง เผาบ้านเผาเมืองจนแผ่นดินสั่นสะเทือนแทบสลาย

“เป็นทรรศนะทางการเมืองของผมที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมืองในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมันเป็นสถานการณ์พิเศษที่สั่นสะเทือนไปทุกภาคส่วนอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผมอยากจะสะกิดคนไทยว่าอย่าได้หลงลืมรากเหง้า อย่าหลงลืมศีลธรรมความดีงามที่เราเคยมี ลืมไปแล้วหรือว่าแผ่นดินของเราเพียบพร้อมอุดมสมบูรณ์แค่ไหน”

เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ภาค ตั้งแต่รากเหง้าความเป็นมาสมัยบรรพบุรุษ ความงดงามของแผ่นดินไทยในอดีต ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแต่ละยุคสมัยจวบจนปัจจุบัน จนถึงการคาดเดาเหตุการณ์เลวร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ก่อนจะปิดท้ายด้วยการพูดถึงสิ่งที่ดำรงอยู่หลังผ่านพ้นวิกฤต

“ผมเขียนก่อนจะเกิดเหตุเผาบ้านเผาเมืองเมื่อวันที่ 19 พ.ค. หลายคนบอกว่าทำนายแม่น แต่ผมเพียงวิเคราะห์คาดการณ์เฉยๆ ถ้าเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ดำเนินไปอย่างนี้ โอกาสที่เราจะฆ่ากันเอง แผ่นดินจะลุกเป็นไฟเกิดขึ้นแน่ แล้วก็เกิดขึ้นจริงๆ ตอนนี้ผ่านไป 2 เดือนเต็ม เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเราจะเห็นแจ่มชัดว่าอะไรคือความดี อะไรคือความชั่วร้าย ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้วธรรมย่อมชนะอธรรม” บัญชา เชื่อเช่นนั้น

ทุกวันนี้ก่อนออกจากบ้าน บัญชา อ่อนดี จะยกมือขึ้นไหว้พระสยามเทวาธิราช ระลึกถึงพระเจ้าแผ่นดินและบุญคุณบิดามารดา

“ผมอธิษฐานว่า ถ้าประเทศนี้ แผ่นดินนี้ ยังมีคุณงามความดีอยู่บ้าง ก็ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงอย่างสงบสันติ เช่นเดียวกับกวีนิพนธ์เล่มนี้ ผมอุทิศให้กับธรรมะ อะไรก็ตามที่เป็นความดีงามของโลก ของมนุษยชาติ ของประเทศ ผมเชื่อว่าความดีงามเท่านั้นที่ดำรงอยู่ได้ตราบชั่วนิรันดร์”

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร