posttoday
ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ นิยามหนัง ‘เซ็กซี่-คอมเมดี้’

ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ นิยามหนัง ‘เซ็กซี่-คอมเมดี้’

29 ตุลาคม 2558

โดย...โจนาสเตเชีย ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...โจนาสเตเชีย ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

หอบหิ้วผลงานต่อ Love Next Door 2 มาฝากแฟนๆ หลังทิ้งช่วงจากภาคแรก Love Next Door ไปนานกว่า 3 ปี

พร้อมฉายให้ชมเต็มตา วันที่ 12 พ.ย.นี้ ในโรงภาพยนตร์ ไม่ใช่ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์เช่นที่เคยทำ ทั้งยังมาในคอนเซ็ปต์เดิม “เซ็กซี่-คอมเมดี้” สยิวหัวใจเบาๆ แกล้มด้วยมุกฮาแบบเงิบๆ

“ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์” ปลีกตัวจากงานประจำ (ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คอนเสิร์ตและอีเวนต์ บริษัทบีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นต์) มานั่งเล่าถึงหนังและเบื้องหลัง

“โปรดักชั่นแน่นขึ้น นักแสดงเยอะขึ้น” ผู้กำกับวัย 42 บอก พระเอกคนเดิมยังมาใช่ไหม ถามแทนแฟนๆ เขายืนยืน คนเดิมชัวร์ “คนกล้ามใหญ่ๆ นั่นแหละ” (หัวเราะร่วน)

ขณะที่นักแสดงคนอื่น ก็มีพระเอกใหม่ที่เคยมีคนกดไลค์ “ทหารหล่อบอกต่อด้วย” ร่วมแสดง นอกจากนี้ก็ยังได้เหล่าตัวแม่สมทบอีกมากมาย

“สเกลมันคือการทำหนังเรื่องหนึ่งเลย มีครบทุกกระบวนการ ซึ่งเราก็ทำเองหมดทุกกระบวนการนะ (หัวเราะร่วน) ภายใต้เงินทุนล้านกว่าบาท เทียบกับภาคแรกประมาณแสนกว่าบาท มีเวลาถ่ายทำเพียง 3 วัน แต่ภาคนี้ก็อาจจะนานหน่อย แต่ก็ใช้เวลาว่าง หรือวันหยุด ไม่ได้ไปเบียดเบียนเวลางานประจำ

ที่ไม่ฉายทางออนไลน์ เพราะเราว่าออนไลน์ตายแล้ว คนจะดูแค่หนังเราวันแรกวันเดียว จากนั้นหนังเราจะถูกนำไปไหนต่อไหนไม่รู้ ส่วนตัวเชื่อว่ายังมีคนที่เคารพเรื่องลิขสิทธิ์และพร้อมสนับสนุนคนทำหนังถ้าคอนเทนต์เราถึง คำว่าคอนเทนต์ถึง คือหนังสนุก เราก็เลยขอเสี่ยงทางนี้ดู”

วัดจากสีหน้า ฟังจากน้ำเสียง ฐิติพันธ์ค่อนข้างมั่นใจกับหนังที่มีสโลแกน “เพราะรักแท้ไม่มีแค่ประตูเดียว” ทั้งเจ้าตัวย้ำด้วยว่าหนังเขาเป็นความบันเทิงผ่อนคลาย ไม่ได้เน้นขายเซ็กซี่

“ตัดต่อมาหลายแบบ แต่ทุกคนบอกว่ามันต้องตลาดกว่านี้ ต้องสื่อสารง่ายๆ เพราะด้วยความที่เราอยากให้หนังเซ็กซี่-คอมเมดี้ไง ภาคแรกเราว่ามันจะตลกแบบเนือยๆ ภาคนี้จะเร็วขึ้นในการเล่าเรื่อง โดยสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของเพศทางเลือก”

แล้วดีกรีความเซ็กซี่มีมากน้อย ผู้กำกับและอดีตโปรดิวเซอร์หนัง (It Get Better ไม่ได้ขอให้มารัก) อมยิ้มก่อนบอกมีแน่นอน

“เซ็กซ์เป็นภาษาสากล ไม่ว่าจะหนังแนวไหนก็ตาม เซ็กซ์ยังเป็นสิ่งที่คนสนใจ คนเห็นก็จะเข้าใจทันที ซึ่งหนังเราเซ็กซ์ไม่ใช่จุดขายหลัก แต่เป็นความเซ็กซี่ในแบบน่ารักมากกว่า”

ย้อนกลับไปที่ Love Next Door ถ้าใครมีโอกาสได้ชมคงเห็นความบกพร่องหลายจุด ผู้กำกับเองก็เห็น แต่ภาพรวมออกมากลับกลายเป็นกำไร ยิ่งเมื่อหนังได้รับเลือกไปฉายเทศกาลหนังเกย์นานาชาติ

“ต้องยอมรับ โปรดักชั่นไม่ดี บทก็ไม่ดี การแสดงไม่ดี แต่เราได้รับเชิญเข้าร่วมเทศกาลหนังเกย์ เช่นที่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ที่ฟิลิปปินส์ค่อนข้างตอบรับดีมาก เราก็ถามคนจัดงานว่าทำไมเลือกหนังเรา เขาก็ให้เหตุผลว่าเขาไม่ได้ดูเรื่องโปรดักชั่นอย่างเดียว เขาดูที่ประเด็นหนังด้วย แล้วหนังเราดันสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่ม LGBT ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ มีวิธีคิดยังไง ใช้ชีวิตยังไง

ตอนกำกับภาคแรกยากมาก ภาคสองก็ยังยากเหมือนเดิมนะ (หัวเราะ) เราก็มีวิธีกำกับของเรา ทีมงานจะรู้เลยว่าเราจะใจเย็นมาก เพื่อที่ว่าเราอยากให้ทุกคนได้ทดลองและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน พอใจมั้ยกับภาค 2 ก็พอใจระดับหนึ่งที่สามารถทำออกมาได้ขนาดนี้ จากคนไม่มีประสบการณ์และในเงินทุนแค่นี้ หลังจากที่ได้ดูหนังแล้ว หัวเราะมากและร้องไห้มาก นี่ไม่ได้อวยหนังตัวเองนะ” (ยิ้มอย่างมีความสุข)

Love Next Door 2 จะให้ผลลัพธ์อย่างไร ผู้ชมต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่