
"ซูเปอร์โฮลดิ้ง" เสี่ยงต่อการมั่วและทุจริต
เฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala
เฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala
ข่าวโพสต์ทูเดย์วันนี้ นายปิยสวัสดิ์แสดงความเห็นห่วงใยการจัดตั้งซูปเปอร์โฮลดิ้งเพื่อครอบรัฐวิสาหกิจ
ผลที่เกิดจริงอาจจะพลิก
ถ้าหากโครงสร้างใหม่ไม่สามารถกันการเมืองแทรกแซงได้จริง การเมืองจะควบคุมรัฐวิสาหกิจได้เพียงที่เดียวจะกุมได้ทั้งหมดอย่างสะดวก
ในเรื่องพลังงาน ผมจะเห็นแย้งกับนายปิยสวัสดิ์หลายเรื่อง และนายปิยสวัสดิ์และ บมจ.ปตท. ก็ได้ยื่นฟ้องคดีผมหลายคดี กำลังอยู่ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง
แต่เรื่องซูปเปอร์โฮลดิ้ง ผมเป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนนายปิยสวัสดิ์
การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมานั้น ยังไม่ดีพอ
ผมเคยเขียนในเฟซบุคนี้ เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น ภาษาอังกฤษเรียกว่า Steering Committee
คณะกรรมการนี้ควรมีอำนาจในการเรียกข้อมูล และการเสนอแนวนโยบายต่างๆ เพื่อถ่วงดุลกับบอร์ดรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง และควรครอบคลุมรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง ทั้งที่มีสภาพและหมดสภาพ เพื่อคิดกันว่าจะพลิกแพลงรัฐวิสาหกิจที่หมดบทบาทไปแล้วอย่างไร จะพลิกฟื้น หรือปิดไปซะดีกว่า หรือจะหาทางเปลี่ยนอาชีพ ฯลฯ
การจัดตั้งคณะกรรมการนี้ ต้องตั้งโดยออกเป็นกฎหมาย และควรให้สำนักรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ
แต่คณะกรรมการที่ผมเสนอนั้น เป็นเพียงครึ่งซอย ไม่ไปสุดซอยเหมือนซูปเปอร์โฮลดิ้ง
เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการไปสุดซอย เพราะเป็นการรวบอำนาจไว้ในมือซูปเปอร์โฮลดิ้งมากเกินไป
ซูปเปอร์โฮลดิ้งจะมีอำนาจ ไม่ใช่เพียงเสนอแนะนโยบาย แต่จะถึงระดับที่บอร์ดรัฐวิสาหิจต้องทำตาม ไม่กล้าหือ ไม่กล้าเถียง
ซูปเปอร์โฮลดิ้งจะมีอำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นอีกด้วย ดังนั้น จะสามารถเข้าไปตัดสินใจแทนรัฐในฐานะผู้ถือหุ้นได้ทุกเรื่อง
ซูปเปอร์โฮลดิ้งจึงจะมีลักษณะคล้ายกับกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ (sovereign wealth fund) คล้ายกับเทมาเซกของสิงค์โปร์
การรวบศูนย์อำนาจแบบเบ็ดเสร็จอย่างนี้ แม้ในประเทศที่เคยได้รับเรตติ้ง เคยกล่าวอ้างว่ามีธรรมาภิบาลสูงกว่าไทย ก็เคยตกม้าตายกันมาแล้ว
กรณีมาเลเซีย มีข่าวมั่วเงินออกจากองค์กรแบบนี้ก้อนใหญ่มหึมา รองอัยการสูงสุดที่สอบสวนเรื่องนี้ถึงกับถูกฆาตกรรม
กรณีสิงค์โปร์ ผมเคยสัมผัสด้วยตัวเอง สงสัยว่ามีการหาประโยชน์ส่วนตัวในดีลใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคนไทยถึงสองครั้ง
ผมจึงไม่ศรัทธาโครงสร้างซูปเปอร์โฮลดิ้ง เพราะมีความเสี่ยง กอไผ่ต่อไปจะกลายเป็นบ้องกัญชา
ช่วงแรกที่ตั้ง บุคคลเกี่ยวข้องอาจจะดูดี แต่จะเป็นเป้าหลักที่ภาคการเมือง จะมุ่งเข้าไปควบคุมให้ได้
ที่ผ่านมา เคยมีข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ เล็งจะเอาทุนสำรองที่แบงค์ชาติออกไปใช้
แต่ทำได้ยาก เพราะต้องใช้เงินก้อนใหม่จากกระทรวงการคลังไปซื้อทุนสำรอง และลูกศิษย์หลวงตาบัวคอยจ้อง
กองทุนดังกล่าวจึงยังไม่เกิดขึ้น
แต่ข้อเสนอซูปเปอร์โฮลดิ้ง จะมีผลเป็นการตั้งกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ โดยไม่ต้องอาศัยเงินก้อนใหม่จากกระทรวงการคลัง
เพียงแต่อาศัยความมั่งคั่งที่สร้างสมไว้ในอดีตที่มีอยู่แล้ว เอามารวมลงขัน ก็เป็นการรวมศูนย์ทรัพย์สินมหาศาลไว้ที่เดียว
ผมคิดว่าความเสี่ยงต่อการมั่วและทุจริต ในโครงสร้างซูเปอร์โฮลดิ้งนั้น มีมากเกินไป
ควรทำเพียงครึ่งซอย ให้มีการถ่วงดุลคานอำนาจบอร์ดรัฐวิสาหกิจมากขึ้น แค่นี้พอแล้ว
เพื่อทำให้ประเด็นใด ที่หากเห็นไม่ตรงกัน ระหว่างซูปเปอร์โฮลดิ้ง กับบอร์ด หรือสหภาพรัฐวิสาหกิจ จะได้มีการถกเถียงกันแบบเปิดเผยในสาธารณะมากขึ้น
แต่หากไปแบบสุดซอย เพื่อเป็นการรวบศูนย์อำนาจ
ผมคิดว่าอันตรายกับประเทศมากกว่าครับ







