posttoday
เมียนมาเรียนรู้มารยาทเปิดรับวัฒนธรรมในสังคมตะวันตก

เมียนมาเรียนรู้มารยาทเปิดรับวัฒนธรรมในสังคมตะวันตก

22 ตุลาคม 2558

ปี 2011 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้วสำหรับเมียนมาเป็นช่วงเวลาเปลื่ยนผ่านสำคัญ หลังจากการปฏิรูปรัฐบาล ปรับเปลี่ยนรับระบอบประชาธิปไตยมาใช้แทนที่ระบอบทหาร

โดย...Pinchook Denkamjornsook

เมียนมายุคสิ้นร่มเงาทหาร บุคลิกดี-มีมารยาทตะวันตก
ปี 2011 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้วสำหรับเมียนมาเป็นช่วงเวลาเปลื่ยนผ่านสำคัญ หลังจากการปฏิรูปรัฐบาล ปรับเปลี่ยนรับระบอบประชาธิปไตยมาใช้แทนที่ระบอบทหาร ประชาชนเริ่มมีสิทธิทางการเมือง และสิทธิ์ในการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ ขณะที่ประเทศเองก็เปิดรับวัฒนธรรมและข้อมูลแบบสากลในเวลาเดียวกัน

รายละเอียดของการเปลี่ยนผ่านนี้มิได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร แต่รับรู้ได้จากบรรยากาศของบ้านเมืองและความรู้สึกของชาวเมียนมา กลุ่มหนึ่งคือชนชั้นกลางของเมียนมา ที่เร่งขวนขวายเรียนรู้มารยาทที่ใช้ในสังคมตะวันตก

"พวกเรามาเรียนรู้วิธีการเดินที่เหมาะสม การโพสท่า และการจัดขาตอนนั่งเพื่อไม่ให้ดูตัวเตี้ย" หญิงสาวชาวเมียนมาที่มุ่งมั่นเป็นนักแสดงหญิง เผยระหว่างอยู่ในชั้นเรียนของโรงเรียนฝึกหัดมารยาทและบุคลิกภาพ Style Plus H ในเมืองย่างกุ้ง ที่ก่อตั้งในปีเดียวกับการปฏิรูปเมียนมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

บุคคลที่ให้ความสนใจในชั้นเรียนมารยาทและบุคลิกภาพมีตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ ชายและหญิง ด้วยหลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งหน้าที่การงานที่อยากจะเข้าสู่วงการบันเทิงหรือเวทีประกวดแข่งขันความสามารถต่างๆ ที่บุคลิกภายนอกมีส่วนสำคัญ หรือสร้างบุคลิกภาพใหม่ให้ดูดีเมื่อเข้าสังคมทั้งในและต่างแดน ซึ่งใกล้ตัวพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ โดยคลาสเรียนต่างๆ อบรมครอบคลุมทุกเรื่องของการใช้ชีวิต ตั้งแต่การนั่ง นอน ดื่มน้ำ ทานอาหาร เดิน การแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม การดูแลรูปร่าง สนทนาเจรจา อากัปกิริยาต่างๆ แม้แต่การจัดตู้เสื้อผ้า หรือมารยาทการใช้ลิฟต์ก็เป็นบทเรียนหนึ่งที่เปิดอบรมกันด้วย

ทั้งนี้ ความนิยมลงเรียนคลาสเหล่านี้เริ่มเฟื่องฟูอย่างเป็นรูปเป็นร่างเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ช่วงที่ทางการเมียนมาอนุญาตให้มีการส่งนางงามเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ซึ่งตรงกับความเห็นของ ลานูตุน เจ้าของและผู้ฝึกสอนแห่งสถาบัน Style Plus H ว่า ที่เล่าเปรียบเทียบว่าเมื่อสมัยพวกเธอยังสาว ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เมียนมากำลังเจริญก้าวหน้า นักเรียนส่วนใหญ่จึงหันมาใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อเตรียมรับกับชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน และจะ "มองหาบุคลากรที่สามารถทำงานร่วมกับพวกเขาได้"

ก่อนจะผันตัวเป็นนักธุรกิจของสถาบันอบรมมารยาทสากล ลานูตุน จบการศึกษาด้านการสอนภาษาอังกฤษจากวิทยาลัยคิงสตรีต ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนมาเปิดธุรกิจดังกล่าวในปี 2011 จนเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมระดับหนึ่ง ถึงขั้นได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการตัดสินของเวที Miss Globe International โดยขณะที่เปิดสถาบันของตัวเอง ก็เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่สถาบันการศึกษาขั้นสูงแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้งด้วย

นอกเหนือจากโรงเรียนของ ลานูตุน ก็ยังมีเอเยนซี่อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Talents & Models Agency ซึ่งเปิดก่อนหน้าการปฏิรูปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ด้วยวัตถุประสงค์แรกเริ่มเน้นที่วงการบันเทิง แต่ปัจจุบันทางสถาบันขยายไปไกลมากขึ้น ถึงขั้นรับฝึกหัดทักษะการสนทนาให้กับนางพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่กำลังจะเปิดใหม่ในย่างกุ้ง ซึ่งบุคลากรส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด

หรือแม้แต่สถาบันใหญ่จากสหรัฐอย่าง จอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส ก็เริ่มเข้ามาตีตลาดเมียนมา ด้วยการเปิดสถาบันสาขาแรกที่ย่างกุ้งเช่นกัน เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเน้นที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อย่างโรงแรมและการต้อนรับของสายการบิน ซึ่งในอนาคตอันใกล้ การปฏิบัติตัวแบบมีกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันตกในที่สาธารณะของเมียนมา อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็คุ้นเคย

โปรดแตะต้องอย่างระมัดระวัง

แม้จะปลูกฝังธรรมเนียมมารยาทต่างชาติเข้ามา แต่สิ่งหนึ่งที่เหล่าสถาบันที่เปิดการเรียนการสอนรูปแบบนี้เข้าใจตรงกันคือ ต้องให้เกียรติวัฒนธรรมดั้งเดิม และการปรับเปลี่ยนดัดแปลงสิ่งที่มีอยู่ดั้งเดิมอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังเช่นประเด็นล่าสุดที่มีการดัดแปลง ลองยี ชุดประจำชาติของเมียนมา โดยดีไซเนอร์ชาวเมียนมาเอง ที่เปลี่ยนจากชุดที่ปกปิดมิดชิด เป็นชุดผ่าเว้าจนเผยให้เห็นแผ่นหลังและบางส่วนของชุดชั้นในสตรี จนก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์เชิงลบมากมาย ที่กระทบแม้แต่ผู้เข้าประกวดนางงามเมียนมา ซึ่งรับหน้าที่เป็นแบบให้กับชุดลองยีเวอร์ชั่นใหม่นี้

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร