posttoday
ประกาศผลสอบเลกแรก

ประกาศผลสอบเลกแรก

17 กรกฎาคม 2553

...สไปเดอร์แมว

...สไปเดอร์แมว

 

ประกาศผลสอบเลกแรก

จบไปหมาดๆเมื่อวันพุธที่ผ่านมาสำหรับเลกแรกของศึกไทย พรีเมียร์ลีก แต่พักกันไม่กี่วันก็จะเริ่มเลกสองสุดสัปดาห์นี้ทันที เนื่องจากช่วงต้นฤดูกาล โปรแกรมเตะถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีกจากสถานการณ์บ้านเมืองที่ร้อนระอุ ครั้นจะเลื่อนโปรแกรมเลกสองออกไปอีก ก็จะกระทบต่อแผนเตรียมทีมชาติสู้ศึกเอเชียนเกมส์ ปลายปีนี้

 

ก่อนจะไปดูเกมครึ่งฤดูกาลหลัง ลองประเมินผลงานประกาศผลสอบในเลกแรกกันดู และแต่ละทีมมีอะไรที่ต้องเตรียมตัวก่อนลุยเลกสองบ้าง

 

เกรด A – เมืองทองฯ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด

“กิเลนผยอง” เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี รักษามาตรฐานทีมระดับหัวแถวไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งเชื่อว่าทั้ง 2 ทีมจะขับเคี่ยวเบียดแย่งแชมป์กันไปถึงช่วงโค้งสุดท้าย ส่วน “โลมามหาภัย” พัทยา ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของโค้ชมือใหม่อย่าง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล งัดฟอร์มเก่งออกมาได้ย่างไม่น่าเชื่อจนรั้งอันดับ 5 ทั้งที่องค์ประกอบหลายอย่างเป็นรองสโมสรอื่นๆ อยู่ไม่น้อย

การบ้านเลกสอง – การปล่อย ซูมาโฮโร ยายา ไปยังลีกเบลเยียม น่าจะส่งผลกระทบไม่มากก็น้อย โดยทีมกิเลน
ผยองคว้า อับดุล ดาวเตะชาวไอวอรีโคสต์ มาแทนที่ ซึ่งต้องลุ้นกันว่าจะทดแทนกันได้ดีแค่ไหน ส่วนทีมฉลามชลเจอปัญหากองหน้าเจ็บระนาว จนล่าสุดมีข่าวสนใจ นาโอฮิโร ทากาฮารา อดีตกองหน้าทีมชาติญี่ปุ่น ขณะที่พัทยาฯต้องดูกันยาวๆว่าจะยืนระยะทนแรงเสียดสีได้มากน้อยแค่ไหน

 

เกรด B – บุรีรัมย์-พีอีเอ, การท่าเรือไทย เอฟซี, เอสซีจี สมุทรสงคราม

ถึงจะจบเลกแรกด้วยสถิติไร้พ่ายและรั้งอันดับ 3 แต่ทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ พีอีเอ ก็พอใจได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเพราะตามหลังจ่าฝูงถึง 8 แต้ม ขณะที่ การท่าเรือฯ ออกสตาร์ตน่าผิดหวัง เนื่องจากต้องกรำศึกเอเอฟซี คัพควบคู่ไปด้วย แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทีมสิงห์เจ้าท่าก็ค่อยๆเดินหน้าโกยแต้มจนจบด้วยอันดับ 4 ได้สำเร็จ ส่วนการรั้งที่ 7 ของ
เอสซีจี สมุทรสงคราม ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจของทัพปลาทูคะนอง ซึ่งไม่ได้มีสตาร์ดังล้นทีมเหมือนสโมสรอื่นๆ

การบ้านเลกสอง – บุรีรัมย์ต้องเปิดเกมกล้าได้กล้าเสียมากกว่านี้ เพราะผลเสมอมากเกินไปไม่ใช่เรื่องดีเลย ส่วนการท่าเรือฯ และสมุทรสงคราม มีจุดที่ต้องปรับปรุงเหมือนกันคือฟอร์มนอกบ้าน หลังทั้งคู่ ชนะแค่นัดเดียวจากเกมเยือน 7 นัดในเลกแรก

 

เกรด C – บางกอกกล๊าส เอฟซี. โอสถสภา เอ็ม150-สระบุรี, ทีโอที-แคท เอฟซี, ทีทีเอ็ม พิจิตร, อินทรีเพื่อนตำรวจ, ราชนาวี ระยอง

สโมสรในกลุ่มนี้คือ กลุ่มที่ทุ่มทุนเสริมทัพสร้างทีมไปไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ออกมาต่ำกว่าที่ตั้งเป้า จนบางทีมต้องเปลี่ยนแปลงหัวเรือใหญ่ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น บางกอกกล๊าส, ทีทีเอ็ม, ราชนาวี แต่โดยรวมยังไม่ถือว่าวิกฤตนัก

การบ้านเลกสอง – บางกอกกล๊าสเสริมทัพได้น่าสนใจ หลังคว้า มุสซา ซิลลา กองกลางตัวรับมาจากเมืองทองฯ แต่ยังต้องปรับฟอร์มนอกบ้านที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ขณะที่โอสถสภาฯและทีโอที ต้องจบสกอร์ให้ดีกว่านี้หลังยิงได้แค่ 10 ประตูจาก 15 นัดแรก  ปัญหาใหญ่ของราชนาวีคือเกมเยือนที่เก็บได้แค่แต้มเดียวจาก 7 นัดในเลกแรก ด้านอินทรีเพื่อนตำรวจกับทีทีเอ็ม พิจิตรต้องรักษาฟอร์มให้สม่ำเสมอกว่านี้

 

เกรด D – แบงค็อก ยูไนเต็ด, บีอีซี เทโรศาสน, ศรีสะเกษ เอฟซี, ทหารบก

2 ทีมน้องใหม่อย่าง ศรีสะเกษ และ ทหารบก อาจได้โลดแล่นในไทยลีกแค่ฤดูกาลเดียว แต่ก็ไม่เซอร์ไพรส์เท่าใดนักเมื่อดูจากศักยภาพทีม ผิดกับ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นทีมใหญ่ทีมหนึ่ง แต่ผลงานออกมาตรงข้ามกับฉายา ส่วน บีอีซี เทโรศาสน ฟอร์มระยะหลังเละเทะจนแทบหมดลุ้นแชมป์ ทำให้ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน แสดงสปิริตไขก๊อกลาออกไปแล้ว

การบ้านเลกสอง – หลังยึดนโยบายใช้นักเตะไทยมาโดยตลอด แต่ด้วยสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ทหารบกจึงต้องดึงแข้งต่างชาติมาเสริมทัพคือ ดาวิด บาญีฮา กองหน้าจากโอสถสภา ส่วน ศรีสะเกษ สถานการณ์เริ่มดีขึ้นหลังจากไม่แพ้มา 4 นัดรวด แต่ยังมองหานักเตะใหม่มาเสริมทีมอยู่

ขณะที่แบงค็อกเป็น 1 ใน 2 ทีมร่วมกับทหารบกที่ไม่เคยชนะในถิ่น และได้ยืม ธนัตถ์ วงศ์ศุภลักษณ์ กับ วุฒิพงศ์ เกิดกุล มิดฟิลด์และกองหน้ามาจากบางกอกกล๊าส ส่วนปัญหาของบีอีซีฯ คือความมั่นใจที่ถดถอยหลังชนะใครไม่เป็นมา 7 นัด ซึ่งเป็นการบ้านที่กุนซือใหม่อย่าง ฮอร์เก เอ็นริเก อมายา ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่