posttoday
นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค

29 กันยายน 2558

จากเด็กหนุ่มที่เลือกเรียนด้านมนุษยศาสตร์ เพราะใจรักด้านภาษา กระทั่งลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

จากเด็กหนุ่มที่เลือกเรียนด้านมนุษยศาสตร์ เพราะใจรักด้านภาษา กระทั่งลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างนั้นเขายังได้สร้างธุรกิจแรกของตัวเองจนประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในวัยเพียง 20 ต้นๆ สำหรับบางคน การพาตัวเองมาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ ก็ถือว่าได้ออกเดินทางเร็วกว่าคนอื่นแล้ว แต่สำหรับ บาส-อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค ถนนสายชีวิตของเขาอาจยาวกว่าที่คิด เพราะจนถึงวันนี้เขามองว่าเพิ่งพาตัวเองออกจากจุดสตาร์ทของถนนสายชีวิตเท่านั้น

ปัจจุบันบาสดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีอี โซลาร์ ซิสเท็มส์ ผู้ให้บริการด้านพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่ รับออกแบบ ติดตั้งระบบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับบ้านพัก อาคารธุรกิจ โรงแรม รีสอร์ท พร้อมร่วมพัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรร/อาคาร ในการออกแบบระบบให้ผสมผสานกลมกลืนกับหลังคาบ้าน/อาคาร

“ผมได้ไอเดียธุรกิจนี้จากเพื่อนชาวต่างชาติ ตอนแรกที่เขาพูดถึงโซลาร์เซลล์ ผมไม่รู้จักและไม่มีความรู้เกี่ยวกับโซลาร์เซลล์เลย แต่พอฟังไอเดียของเพื่อนซึ่งเขาเปิดบริษัทอยู่ที่ต่างประเทศ ผมก็สนใจเลยลองไปศึกษาดูอย่างจริงจัง จนพบว่า จริงๆ แล้วประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อนมีศักยภาพในธุรกิจนี้มาก เพราะขนาดยุโรปซึ่งไม่ได้เป็นเมืองร้อน มีแดดเยอะแบบบ้านเรายังทำได้ ผมเลยตัดสินใจค่อยๆ เริ่มสร้างธุรกิจนี้ดู”

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค

 

หลังจากเปิดบริษัทมาได้ 1 ปี บาสมองว่าธุรกิจนี้ยังมีอนาคต ที่สำคัญ ถ้าเขาสามารถนำนาวาลำนี้ล่องฝ่าพายุมรสุมต่างๆ ที่เข้ามาได้ เขามองว่าธุรกิจนี้จะเป็นประโยชน์กับหลายภาคส่วน แน่นอนหนึ่งคือตัวเขาเองที่จะได้ผลกำไร สองคือสิ่งแวดล้อม มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่อากาศน้อยลง และสุดท้ายคือลูกค้าได้ประโยชน์จากการลดการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่บาสจะก้าวมาทำธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ช่วงที่เรียนอยู่ที่อังกฤษ เขาได้เริ่มต้นทำแบรนด์ “Blacksmith” แต่ด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ต้องกลับมาเมืองไทย เขาจึงตัดสินใจส่งไม้ต่อธุรกิจแรกที่ทำมากับมือให้กับเพื่อน และกลับมาเริ่มต้นทำงานในสายงานฝ่ายขายให้กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง

“ตอนผมตัดสินใจไปเรียนที่อังกฤษ ผมคิดอยู่แล้วว่าอยากจะทำธุรกิจของตัวเองสักหนึ่งอย่าง ตอนแรกตั้งใจจะไปเปิดร้านอาหาร แต่พอไปที่ลอนดอนจริง ผมเห็นว่าลอนดอนเป็นเมืองแฟชั่น ประกอบกับผมเองก็ชอบงานดีไซน์เป็นทุนเดิม เลยตั้งใจสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ตอนนั้นเสื้อผ้าที่ผมเอามาขายในร้านมีทั้งที่ผมร่วมกับเพื่อนดีไซเนอร์ไทยที่อยู่ที่นู่นออกแบบ และส่วนหนึ่งนำเข้าจากประเทศไทยไปขาย ตอนนั้นกระแสตอบรับดีมาก เปิดร้านสาขาแรกได้แค่ 2 สัปดาห์ เจ้าของตึกซึ่งเขาก็มาเป็นลูกค้าของร้านผมชอบไอเดียของแบรนด์มาก วันรุ่งขึ้นเลยให้คนมาถามว่าผมสนใจจะเปิดร้านสาขา 2 หรือยัง”

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค

 

บาสบอกว่า ตอนนั้นร้านแรกเพิ่งเปิดได้ไม่นาน เขาจึงปฏิเสธโอกาสที่เข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัย จนพอเปิดร้านได้ 1 เดือน เขาก็มาชวนอีก เลยตัดสินใจไปดูทำเลร้านใหม่ ปรากฏว่าทำเลร้านใหม่ที่เขาเสนอให้เราดีมากๆ ปกติมีรายชื่อคนที่รออยู่ยาวมาก แต่เขาเลือกเราเพราะถูกใจสไตล์ของแบรนด์เรา ในที่สุดบาสก็ตกลงเปิดร้านอีกสาขา

“ผมอยู่ที่อังกฤษ 3 ปี ตอนแรกอยากอยู่ต่อเพื่อหาประสบการณ์การทำงานที่นู่น แต่มีเหตุต้องกลับมา เลยส่งไม้ต่อให้เพื่อน สำหรับผมธุรกิจแรกให้บทเรียนชีวิตกับผมเยอะมากนะ จากที่เราไม่เคยคิดว่าจะขายของได้ จะไปเปิดธุรกิจในต่างแดน พอมองย้อนกลับไป มันเป็นความภาคภูมิใจเหมือนกันนะ”

หลังจากกลับมาประเทศไทย เพราะสนใจด้านอสังหาริมทรัพย์ เริ่มตัดสินใจไปสมัครงานเป็นผู้จัดการฝ่ายเซลส์ ทำอยู่ 3 ปี ถึงจุดอิ่มตัว ประกอบกับอยากสานฝันที่อยากจะมีธุรกิจของตัวเองอีกครั้ง ถามว่าทำไมไม่สานต่อแบรนด์เสื้อผ้าที่ปลุกปั้นมา บาสบอกว่าเคยคิด แต่อยากเก็บธุรกิจนี้ไว้เป็นอีกธุรกิจที่รัก อยากมองหาธุรกิจที่มั่นคงกว่านั้น คำตอบเลยมาอยู่ที่ธุรกิจที่เขาทำในปัจจุบัน

นอกจากเส้นทางการก้าวสู่ธุรกิจจะต่างกันสุดขั้วแล้ว จากวงการแฟชั่นสู่ธุรกิจพลังงาน ในส่วนของไลฟ์สไตล์ของหนุ่มโสดคนนี้ก็ดูขัดกับลุคคนหนุ่มรุ่นใหม่ไม่น้อย เพราะเมื่อถามถึงกิจกรรมสุดโปรดยามว่าง บาสตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ชอบเข้าวัดฟังธรรม

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมหันมาหาพระธรรม คือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมรู้สึกอยากศึกษาจิตใจของตัวเอง อยากรู้ว่าข้างในจิตใจเราเป็นยังไง ผมก็เข้ากูเกิลเพื่อหาคำตอบ ปรากฏว่าลิงค์ไปเจอคลิปของหลวงปู่ชา สุภัทโท ซึ่งท่านเทศน์ไว้ในหัวข้อ “การฝึกใจ” หลังจากฟังไป 40 นาที ผมรู้สึกว่าเนื้อหากระแทกใจมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมมีความตั้งใจฟังธรรมะอย่างมีสมาธิ จดจ่อ ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือ “ใจมันสะท้าน” ผมไม่เคยได้ยินธรรมะแบบนี้มาก่อน ฟังแล้วรู้สึกปีติ เหมือนเจอคำตอบของชีวิต เป็นแนวทางให้ผมเดินต่อไป”

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง อรรถพล หรรษาภิรมย์โชค

 

บาสบอกว่า จากจุดนั้นเขาไม่เคยหยุดฟังธรรม อย่างน้อยต้องเปิดยูทูบเพื่อฟังธรรมทุกวัน บางครั้งก็ฟังบทเดิมๆ เพราะความรู้ความเข้าใจในการฟังแต่ละครั้งมันต่างกัน หรือบางทีถ้ามีเวลาก็ไปวัดฟังธรรม บาส
บอกว่า คนเราไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันเกิด ขอแค่ให้เราไปวัดแล้วรู้ว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนคืออะไร แก่นของพระพุทธศาสนาคืออะไร ไม่ใช่ศึกษาแค่เปลือก

นอกจากเข้าหาพระธรรม กิจกรรมที่หนุ่มโสดอย่างบาสชื่นชอบ คือ เตะฟุตบอล และท่องเที่ยว บางครั้งเขาก็สนุกกับการเก็บกระเป๋าเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว เพราะได้รสชาติชีวิตที่แตกต่างไปอีกแบบ

“ผมเป็นผู้ชายสันโดษเหมือนกัน ผมไม่มีเฟซบุ๊ก ไม่มีอินสตาแกรม มีไลน์ไว้ติดต่อคุยงาน ที่ผมไม่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพราะผมไม่เห็นความจำเป็น ถามว่าต้องใช้ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือเปล่า ผมว่าเรามีช่องทางอื่นในการติดตามข่าวสาร”

สำหรับอนาคต บาสเลือกโฟกัสธุรกิจหลักในวันนี้ เขาตั้งเป้าอยากเป็นบริษัทที่มีคุณค่าต่อสังคม ไม่ใช่บริษัทที่มุ่งหวังแต่ผลกำไร ส่วนชีวิตทุกวันนี้โชคดีมีธรรมะนำทาง เพราะธรรมะสอนให้รู้ว่าทุกชีวิตมีอุปสรรคอยู่แล้ว ทุกอุปสรรคเป็นบทเรียนบททดสอบ

“ธรรมะสอนให้รู้ว่าปัญหาและอุปสรรคเป็นของชั่วคราว เราใช้สติแก้ปัญหา แต่ใจเราไม่ต้องวุ่นวายว่ามีปัญหามาอีกแล้ว ให้มองโลกไปตามความจริง ทุกอย่างไม่เที่ยง”

สำหรับสเปกผู้หญิง บาสสรุปสั้นๆ อย่างน่าสนใจว่า รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งชั่วคราว ไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นสำหรับเขาแล้วขอแค่ผู้หญิงที่มีศีลธรรมก็เพียงพอแล้ว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร