
ย่ำพรมทอง ท่องแอฟริกา ดูเทพลูกหนังฟาดแข้งบอลโลก
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
"ไปแอฟริกาไหมแต่นั่งอีโคโนมี 17 ชั่วโมงนะ"
บก. ณ กาฬ เลาหะวิไล ถามผม พอถามกลับว่า ไปงานอะไร พี่เขาบอกว่า ไปดูเหมืองทองเหมืองเพชรอะไรไม่รู้ ถึงแอฟริกาจะเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งในใจที่เคยคิดว่า ควรจะได้ไปเห็นสักครั้งในชีวิตแต่ก็บอกไปว่า ให้ใครไปก็ได้มั่ง แล้วพี่บก.ผมก็หายไปครู่หนึ่งก่อนโทร.กลับมาบอกว่า “ไปเหอะ”
เอ๊าไปก็ไป
วันรุ่งขึ้นถึงรู้ว่า ไปดูบอลโลก !
เฮ้ย...ไปดูบอลโลก โถพี่ ไม่บอกเสียตั้งแต่แรก รับรองไม่มีปฏิเสธ มากกว่า17 ชั่วโมงก็ไป
ผมไม่ได้เป็นแฟนบอล ไม่ได้เป็นคอบอล มันมิใช่การประชุมที่ดาวอสที่ทางเข้ามีไว้เฉพาะผู้นำและชนชั้นนำของโลก มันมิใช่โอกาสของการได้เดินเข้าสู่โอลิมปัสเพื่อเข้าเฝ้าซุส มันมิใช่หนึ่งในร้อยสิ่งที่เราควรทำก่อนตาย ไม่ใช่หนึ่งในร้อยสถานที่ที่เราควรไปก่อนหมดลม แต่ถ้ามีโอกาสก็ควรจะไปลิ้มลองโอกาสนั้นสักครั้ง เพราะบอลโลกมันเป็นมหกรรมของมวลมนุษยชาติ
ถ้ามนุษย์ต่างดาวอยากจะรู้จักพฤติกรรมของมนุษย์ยังไม่อาจจะข้ามเทศกาลนี้ไปได้เลย เมื่อโอกาสมาถึงไฉนเราจะไม่ไปบอลโลก อยู่สุดหล้าฟ้าเขียวแค่ไหนก็ต้องไปให้ได้เห็นกับตาสักทีเถอะน่า
เวลาที่แอฟริกาใต้ช้ากว่าบ้านเรา 5 ชั่วโมง เราไปถึงเช้ามืด แสงแรกในแอฟริกาที่ได้เห็นก่อนเครื่องแตะพื้นนั้นมันเป็นส้มแดง สวยแบบแปลกๆ มีเสน่ห์ ลึกลับและน่าค้นหา เบื้องล่างนั้นแสงไฟสีเหลืองกระจายเป็นกลุ่มๆ บ่งบอกถึงการกระจุกตัวของชุมชนและเมืองและความกว้างใหญ่ของแผ่นดิน
สนามบินแอฟริกาใต้ไม่ได้ใหม่เอี่ยมอ่องแต่ทุกอย่างไม่ว่าทางเข้า ป้ายต้อนรับหรือแม้แต่รถเข็นกระเป๋าล้วนแต่มีสัญญลักษณ์เกี่ยวกับบอลโลกทั้งสิ้น โผล่ออกมาถึงโถงทางออกเสียงวูวูเซล่า กังวานไปทั่วบริเวณ ผู้คนขวักไขว่ล้วนมาจากทั่วสารทิศดูเหมือนว่า ส่วนใหญ่มีจุดหมายอยู่ที่เดียวกัน
แอฟริกาดูเหมือนจะเป็นดินแดนที่ห่างไกลจากความรู้สึกแต่เอาเข้าจริงแล้ว มีเครื่องบินตรงจากประเทศไทย ถ้าใครจะไปก็ง่ายมากเพราะไม่ต้องขอวีซ่าแค่มีเงินซื้อตั๋ว บินไปเข้าก็สแตมป์ลงตราให้อยู่ได้ 30 วัน ไม่น่าเชื่อว่ามีคนไทยไปหากินอยู่ในประเทศนั้นนับหมื่นคน ธุรกิจยอดฮิตที่นั่นคือ ร้านอาหารไทยและสปา
“ยินดีต้อนรับสู่แอฟริกาใต้ พวกคุณเป็นวีไอพี ไปที่อื่นเขาจะปูพรมแดงต้อนรับแต่ที่นี่ขอให้ทราบว่า เราต้อนรับคุณด้วยพรมทองคำ” เฮนดริก ล่ามฝรั่งผิวขาวกล่าวต้อนรับ
มันเป็นคำอวดเล็กๆ เว่อร์นิดหน่อยแต่ก็ไม่เกินเลย เพราะใต้ผืนดินโจฮันเนสเบิร์กนั้นมีสายแร่ทองคำมหึมากว้างถึง3-10 กิโลเมตร แม้จะค้นพบและขุดกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1885แล้วแต่ถึงทุกวันนี้อุตสาหกรรมเหมืองเพชรเหมืองทองยังเป็นอุตสาหกรรมหลักของพวกเขา และในดินหนึ่งตันของเมืองนี้มีแร่ทองปะปนอยู่ราวๆ 2 กรัม
เราต้องแล่นรถออกจากสนามบินไปนอกเมืองโจเบิร์กร่วม 2 ชั่วโมงเพื่อไปพักในคาสิโนแห่งหนึ่ง เวลาอย่างนี้อย่าได้ฝันถึงโรงแรมชั้นดีในเมืองเพราะทุกแห่งถูกเหมาไว้แล้วโดยฟีฟ่า ถ้าอยากจะอยู่ใกล้ขนาดนั้นคุณต้องจ่ายค่าโรงแรมชนิดแพงหูฉี่
แอฟริกาใต้ใช้สเตเดี้ยม 10 แห่งเพื่อรองรับการแข่งขันครั้งนี้
แม้เราจะไม่ได้ไปเมืองเคปทาวน์ เมืองซึ่งขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดอยู่บนแหลมซึ่งจุดเชื่อมสองมหาสมุทร แต่เราจะได้ไปนั่งในสนาม ซ็อคเกอร์ซิตี้ สนามหลักซึ่งเป็นที่เปิดปิดการแข่งขันและได้ดูนัด อาเจนติน่ากับเม็กซิโกซึ่งแค่เห็นชื่อก็รับประกันความมันได้แล้ว
ก่อนเข้าสู่สนาม ลุงเฮนดริกกำชับว่า ขากลับถ้าออกมามันมืด ถ้าพลัดหลงกับพรรคพวกให้ขึ้นรถแบบนี้ ให้มาลงตรงนั้นตรงนี้แล้วข้ามมาที่นี่ แล้วคณะทั้ง 17 คนก็ข้ามถนนเดินไปอีกพักหนึ่งเพื่อไปขึ้นรถรถบัสขนาดเล็กเข้าไปที่ซ็อคเกอร์ ซิตี้
บรรยากาศมันเหมือนน้ำที่กำลังจะเดือดเพราะถูกเร่งไฟ แต่ดูเหมือนเทพีแห่งโชคจะลำเอียงเข้าข้างมาราโดน่าตั้งแต่ต้น เพราะตามข้างทางนั้นเต็มไปด้วยแฟนอาร์เจนติน่า แม้แต่ตอนพวกเราขึ้นนั่งในรถแล้วยังมีแฟนอาร์เจนฯมายืนแหกปาก “อาร์เจนติน่าๆๆๆ” อยู่ข้างๆ พวกเราส่วนก็สวนกลับด้วยเดซิเบลใกล้เคียงลั่นรถเหมือนกันว่า “อาร์เจนติน่าๆๆ” ก่อนพากันหันหน้ามาหัวเราะ ฮาๆใส่กันด้วยความสะใจ
แถบโจเบิร์กเป็นทุ่งก็จริงแต่มันเป็นทุ่งซึ่งมีเนินเขาเล็กๆสลับเป็นช่วงๆ เมื่อรถแล่นผ่านป่าโปร่งๆและเนินเขาเล็กๆ ขึ้นๆลงไปสัก 10 กว่านาที ถ้าเดินก็ต้องมีไม่ต่ำกว่า 40-50 นาที พอขึ้นเนินแห่งหนึ่งแล้วเลี้ยวขวาผมก็ได้แต่อุทานในใจว่า
“พระเจ้าช่วยกล้วยหก มันทำไมอลังการงานสร้างขนาดนี้วุ้ย”
ด้วยการออกแบบอย่างชาญฉลาด ทำให้ทันทีที่เราโผล่พ้นเหลี่ยมเนินและพุ่มไม้ออกมา จู่ๆก็ภาพสเตเดี้ยมขนาดยักษ์ตั้งตูมอยู่ข้างหน้า
มันมีรูปทรงกลมแป้นๆ เหมือนลูกจันทร์ สีแดงเรื่อๆ มีช่องเล็กๆสารพัดสี สวยงามและดูแปลกตา ราวกับยานอวกาศ
เราตัดสินใจถูกที่ตัดข้าวเย็นทิ้งแล้วไปก่อนเวลาราว 2 ชั่วโมง เพราะเมื่อแล่นไปจอด ณ จุดรับส่งซึ่งเป็นลานดินกว้างๆ แล้วต้องเดินเท้าอีกพักใหญ่ถึงจะถึงสนาม มันเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังทอแสงสุดท้ายก่อนอัสดง เป็นโอกาสที่จะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้อย่างเต็มที่ และแต่ละคนก็แอ๊คชั่นกันสุดฤทธิ์
ประตูเข้าสู่สเตเดี้ยมแบ่งเป็นสองชั้นๆแรกแค่โชว์บัตรในมือเขาก็ให้ผ่านแล้วแต่ต้องเปิดกระเป๋าให้ตรวจ เราถูกกำชับมาแล้วว่า อย่าเอากระเป๋าใหญ่เข้าสนามเขาจะไม่อนุญาตและอย่าเอาเครื่องดื่มเข้าไปเพราะต้องซื้อจากทางสนามเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ต้องห้ามต่างๆก็เป็นประเภทที่ใช้ขว้างลงสนามได้แล้วเป็นอันตราย
นั่นล่ะคือ ของต้องห้ามสำหรับการเข้าสนามของฟีฟ่า
ผ่านจุดนี้ไป ก่อนเข้าสู่โซนชั้นใน ฟีฟ่าจัดเต้นท์จำหน่ายของที่ระลึกไว้เป็นจุดๆ ใครอยากเข้าต้องเข้าคิวเพราะต้องรอให้คนในออกมาก่อนนิดหน่อยแล้วเขาจะปล่อยเข้าไปเป็นระลอกๆ เพื่อไม่ให้ข้างในแน่นเกินไป
สินค้าในนั้นเต็มไปด้วยสินค้าที่ระลึกของการแข่งขันครั้งนี้ เสื้อยืด พวงกุญแจ กระเป๋า ลูกบอล ที่ห้อยบัตร ฯลฯ ดีเจแชมป์แห่งซี๊ดเรดิโอ คว้าเสื้ออาร์เจนติน่ามาตัวหนึ่งพอพลิกป้ายแล้วเห็นแหล่งผลิตในจีนเลยต้องวางคืนไป
ไม่อยากบอกว่า ดูให้ดีเหอะ ผ้าพันคอ เสื้อ สายรัดข้อมือ ฯลฯ อะไรเทือกผลิตแถบบ้านเราทั้งนั้น แต่ขอโทษทุกอย่างแพงมั่กๆ เฉพาะเสื้อยืดผ้าห่วยๆ แต่มันมีสกรีนนัดแข่งที่กำลังจะเข้าไปดูยังตัวละพันกว่าบาท ดูแล้วไปหาเอาหลังสนามกีฬาบ้านเราหรือไม่ก็ที่ประตูน้ำน่าจะเวิกรค์กว่ากันเยอะ
เพราะคิดอย่างนี้เลยไม่ได้อะไรติดมือมาสักอย่าง
เราวนเวียนอยู่ที่นั่นพักใหญ่ ใครไม่อยากช้อบก็มีลานเบียร์ให้ไปชมทีวีจอยักษ์ซึ่งถ่ายทอดสดการแข่งขันจากสนามอื่นๆให้ดู แต่ละจุดก็มีคนตามลุ้นเป็นพันคน
พอลมหนาวยามพลบค่ำและเข็มนาฬิกาเร่งให้เราสาวเท้าเข้าสู่ประตูสุดท้ายซึ่งทางเข้าแบ่งเป็นช่องๆ มีเลขเห็นได้ชัดเจน เราควักบัตรโชว์อีกรอบ เขาสแกนบัตรกับประตูทางเข้า ฉีกหางตั๋วซึ่งระบุแถวที่นั่งและทางเข้าไว้ชัด แล้วเราก็ผ่านเข้าไป
ณ จุดนี้ ใครเชียร์ใครไม่มียั้ง ใครมาจากประเทศไหนไม่มีอาย แหกปาก โชว์พร๊อบกันเต็มเหนี่ยว มีทั้งคนเอาธงชาติมาเป็นผ้าคลุม มีไอ้หนุ่มญี่ปุ่นเอาชุดซูโม่ประดิษฐ์มายืนเป็นพร๊อบให้คนถ่ายรูป พวกจังโก้ก็ขนเอาหมวกจังโก้และผ้าทอหลากสีมาโป๊ะกันเต็มตัว อยากถ่ายรูปกับใครก็แถเข้าไปได้ ทุกคนคนเต็มใจและไม่ต้องกังวลว่า เขาจะเรียกเก็บเงินเหมือนถ่ายรูปกับกระเหรี่ยงคอยาวที่ อ.ปาย
ทางเข้าสเตเดี้ยมแบ่งเป็นช่องๆ ระหว่างทางมีร้านขายเครื่องดื่ม ใครหิวก็ไปแวะซื้อขนมปังไส้กรอกตามเต้นท์รอบข้าง มีห้องน้ำให้ปลดปล่อยเป็นระยะๆ
ผมมองเห็นข้างในสนามผ่านประตูช่องทางเข้าแต่ก็อดใจไว้ไม่วิ่งเข้าไปดู เพราะจุดที่เราโผล่เข้าไปนั้นยังห่างจากที่นั่งไกลนัก ระหว่างเดินไปก็เที่ยวเร่ไปถ่ายรูปกับกองเชียร์จากทั่วโลก ไม่เว้นแต่คุณตำรวจผิวหมึกที่ใส่ชุดปราบจลาจลที่ดูแล้วเหมือนโรโบคอปไม่มีผิด
เจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้ปั้นหน้ายักษ์แต่ช่างพากันรับแขกดีเหลือเกิน พอดีเจแชมป์ทำท่าเอามือไขว้หลังให้จับพี่แกก็ทำท่าล็อครับมุกเรียกเสียงเฮได้จากรอบข้างทันที
หลังพากันซัดฮ็อทดอกคนละคำสองคำ และซดน้ำเปล่าล้างคอแล้ว ผมตามพี่บิ๊กจ๊ะ เดินเข้าช่องหมายเลขที่บ่งไว้ในบัตรที่นั่ง ใจเต้นตึกๆ พอพ้นเข้าไปเห็นสนามเต็มตา ท้องพระโรงแห่งเหล่าเทพเจ้าลูกหนังประกฎอยู่เบื้องหน้า
โอ๊ว...มันยอดมากจอร์จ
ท่ามกลางแอ่งท้องกระทะนั้นละลานตาด้วยผู้คน จอยักษ์สองข้างปลายสนามนั้นส่งเสียงกระหึ่ม เสียงวูวูเซล่ากระหึ่ม มันไม่ได้ทำให้หนวกหูจนน่ารำคาญอย่างที่คิด แต่ภาพข้างหน้าเหมือนมนต์สะกดให้ยืนอยู่กับที่แล้วค่อยๆมองไปรอบๆข้างทั่วๆ
หลังจากถ่ายภาพแล้วก็ปลดทุกข์อีกรอบ ด้านในหลังแสตนที่นั่งมีห้องน้ำเป็นระยะ แม้ว่ามันจะไม่ไกลแต่ก็ไม่อยากจะลุกจากที่อีกแล้ว
“คุณมาจากไหน?” หนุ่มผิวสีเข้มถามผม
เขามาจากอียิปต์ และมีแผนมาดูหลายนัด
ระหว่างรอเวลา บรรดาผู้คนก็พากันเต้นไปตามจังหวะเพลงที่เขาเปิดอยู่ในสนาม เสียงหวูดเสียงแตรดังไม่ขาดสาย
สนามมันไม่ได้ใหญ่โตโอฬารอย่างที่เราเห็นในจอทีวี อาจเพราะมันไม่ได้มีลู่วิ่งมาเกะกะ ฉะนั้นเราจึงเหล่านักเตะและกุนซือได้จะๆ พอ ดีเอโก มาราโดน่า เดินออกมาเสียงต้อนรับเขาก็กระหึ่มไปทั้งสนาม ไม่เว้นแต่กระเหรี่ยงจากไทยแลนด์
“เฮ้ย...มาราโดน่า”
“อ่า ฉันได้เห็นมาราโดน่าตัวเป็นๆแล้ว”
พรรคพวกเกิดอาการสปัดซั่มกันทั่วหน้า ฮาๆไม่อยากบอกว่า เราผ่านคนดังมาเยอะ ฉะนั้นมาราโดน่าไม่ได้ทำให้ผมอินได้ขนาดพรรคพวกเขาหรอก แต่เสือเตี้ยรักษามาดได้เจ๋งมากๆ เขาเดินอาดๆไปอยู่พักหนึ่ง โบกไม้โบกมือให้กับแฟนๆ แบบไม่ให้ตัวเองเด่นจนเป็นการแย่งซีนลูกทีม
และแล้วโฆษกสนามก็ขึ้นภาพแล้วขานชื่อนักเตะของสองทีม ทุกคนได้รับเสียงปรบมือมากบ้างน้อยบ้างตามเครดิตที่สั่งสมมา หลังทยอยออกมาครบและวอร์มกันครู่หนึ่ง
เกมที่รอคอยก็ระเบิดขึ้น...
มันไม่เหมือนกับการชมผ่านจอทีวีสักนิด และต้องผุดลุกผุดนั่งอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเมื่อลูกเข้าไคล มีจังหวะจะทำประตูเมื่อไหร่ ทุกคนพร้อมใจกันลุกขึ้นลุ้นกันตัวโก่งโดยไม่มีใครนัดหมาย
ลุกไปลุกมาพ่อไม่ยอมนั่งกันซะงั้น ยืนกันหลายนาทีจนพี่บิ๊กจ๊ะบ่นงึมงัมเป็นภาษาไทยว่า เฮ้ย...ไม่เมื่อยกันหรือไง
ผมโชคดีที่ได้มาดูบอลโลกและโชคดีอีกขึ้นคือ พี่บิ๊กจ๊ะนั่งอยู่ข้างหลัง แล้วพากษ์พร้อมวิจารณ์ให้ฟังสดๆ อุ๊ย..ราวกับซื้อตั๋ววีไอพีมายังไงยังงั้น
ตลอดเกมโฆษกสนามไม่ได้ส่งเสียงพากษ์ เขาปล่อยให้ดูเอง ลุ้นเองและอย่าคิดว่า ดูทีวีมันมันส์กว่าอีตรงได้ดูภาพรีเพลย์เพราะทันทีที่มีช็อตเด็ด จอทีวีทั้งสองข้างก็จะขึ้นภาพให้ดูทันที คนในสนามต่างละสายตาจากสนามหันมาข้างหลังดูภาพในจอให้เห็นเต็มตาอีกรอบ
ทันทีที่อาร์เจนติน่าซัดตูมเข้าไปลูกแรก เจ้าประคุณเอ๋ยเสียงวูวูเซลล่ากระหึ่ม พอตามมาด้วยลูกไซรืโค้งมาจากขอบสนามแล้วซัดตูมเข้าไปอีกหน คราวนี้เกมก็จ๋อยไปนิดๆ แต่พอเม็กซิโกกดตามมาลูกหนึ่ง บรรดากองเชียร์จังโก้ซึ่งแม้จะเป็นคนกลุ่มน้อยในสนามก็กรีดเสียงสนั่นไม่แพ้กัน ความปั่นป่วนเกิดขึ้นและทำให้หลายคนต้องละสายตาจากเกมมาดูกองเชียร์เพราะพวกจังโกสาดเบียร์เข้าใส่พวกกองเชียร์อาร์เจนนด้วยความสะใจ เลยต่างฮึ่มๆใส่กันนิดหน่อย
ขอบอกว่าต้องคาราวะพี่บิ๊กว่า พี่แกเป็นเซียนลูกหนังตัวพ่อจริงๆ เพราะก่อนเข้าสนาม พี่เขาบอกว่า มันน่าจะจบลงที่สกอร์ 3:1
ยิ่งกว่าตาเห็นเกมจบลงที่ 3:1 จริงๆ
เสียดายเป็นคนไม่แทงบอลๆไม่งั้นหลังจากนี้ ต้องเอาทองไปทา ไม่งั้นก็ต้องตามจิกกันทางสายกันบ้างล่ะพี่จ๊ะ เอ้ย
อากาศในสนามหนาวแต่พอทนได้ ถ้าสรวมเสื้อสักสองสามชั้น อาจเพราะความโค้งของสเตเดี้ยมหรือเพราะจำนวนคนหลายหมื่นคนก็ไม่ทราบได้มันเลยไม่หนาวนัก แต่พอไหลออกมาข้างนอกเท่านั้นล่ะ มันทำไมราวกับคนละที่เลย
หนาวสุดๆครับ ลมแรงหนาวขนาดต้องสวมถุงมือ
คนไหลถะถั่งกันออกมา พอถึงลานจอดรถที่เขาปล่อยเราลงมามา ผมเพิ่งได้รับคำตอบว่า ทำไมยังไม่จบเกมถึงมีคนเดินออกเป็นแถว และที่เหตุการณ์ที่ต้องทำให้จดจำบอลโลกนัดนี้ไปอีกนานไม่ได้จบลงที่สนาม
มันยังรอเราอยู่ข้างหน้า...
เราต้องเข้าคิว แล้วค่อยๆเขยิบไปข้างหน้าทีละครึ่งก้าวเพื่อรอคิวขึ้นรถบัสออกไปยังจุดรับส่งข้างนอก หน้าปัทม์นาฬิกาตอนเข้าบอกเวลาอยู่ที่อีก 5 นาทีจะ สี่ทุ่ม คิวนั้นวกเป็นวนมา ปลายทางเป็นที่รวมกันของแถวใหญ่ๆ 3-4 แถว มันยาวนานเสียงยิ่งกว่ารอรถเมล์วันดูหนังกลางแปลงวันแรงงานที่สวนามหลวงเสียอีก
ความทรงจำดีๆจากสนามเริ่มพลิกกลับราวกับออกจากท้องพระโรงของซุสแล้วตกลงไปในยืนอยู่เบื้องหน้าแม่น้ำสติกซ์ที่คั่นระหว่างโลกนี้กับยมโลก
ทั้งหนาว ทั้งหิว ทั้งเมื่อย พี่บิ๊กจ๊ะเปรยๆขณะอยู่ในแถวว่า ตูไม่เชื่อเลยว่า นี่คือ บอลโลก อ่ะ
เมื่อเราได้ขึ้นรถบัสสหประชาชาติซึ่งยัดทะนานราวกับปลากระป๋องตราไก่นั้น ขาดไป 2 นาทีจะครบ 1 ชั่วโมง
รถมาทิ้งยังจุดเริ่มต้น พอคณะขึ้นรถบัสวิ่งกลับคาสิโนที่เราพักซึ่งห่างออกไปราวสิงห์บุรีกรุงเทพได้ ทันทีที่หลังพิงเบาะหลายคนก็หลับเป็นตาย
ผมเองนั่งเปิดข้าวกล่องกินข้าวเย็นกับผัดกระเพรา ผัดผัก ไปเงียบๆท่ามกลางความมืดและหนาวยะเยียบ ไอ้ที่เขาว่ากินข้าวเย็นน่ะมันเย็นๆจริงๆ เย็นราวกับเอาข้าวออกมาจากตู้เย็น แต่มันก็อร่อยดีแฮะ
คนอื่นหลับไปหมดแล้ว ผมนึกถึงฉากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป
บางช่วงรถแล่นผ่านชุมชนคนจนซึ่งเต็มไปด้วยบ้านกล่องชั้นเดียว ฉากของเมืองซึ่งเป็นที่ถ่ายทำของภาพยนต์เรื่องดีสทริก 9 ของจริงปรากฏอยู่ในเงาตะคุ่มๆ
ค่าแรงขั้นต่ำของคนแอฟริกันทั่วไปอยู่ที่ 280 แรนกว่าๆ 1 แรนก็ 5 บาท แต่วูวูเซลาพลาสติกหนึ่งอันก็มีตั้งแต่ 50 แรนไปยัน 100 กว่าแรน แอฟริกาใต้เป็นประเทศเล็กๆอยู่ท่ามกลางหลายสิบประเทศในทวีปแห่งนี้นแต่จีดีพีของประเทศนี้คือ 40% ของจีดีพีทั้งทวีป พวกเขามีปัญหากับการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจากประเทศรอบข้างกว่า 10 คน บ้านเรือนของคนพออยู่พอกินทั้งหลายจึงต้องติดรั้วลวดหนาม ถ้ารวยหน่อยก็ติดรั้วไฟฟ้า นอกร้านจำหน่ายสินค้า 24ชั่วโมงตามปั๊มน้ำมันมีคนรักษาความปลอดภัยซึ่งวางปืนลูกซองยาวไว้ที่หน้าตัก
พวกเขาได้ชื่อไปทั่วโลกเพราะเลือกอนาคตตนเองด้วยการเจรจายุติความรุนแรงและการบ่งแยกสีผิวในประเทศ ด้วยการลุกขึ้นมาเจรจาตกลงกันแล้วจับมือกันเดินไปข้างหน้า
หนทางระหว่างนั้นไม่ได้ปูด้วยพรมแดง แม้พรมทองคำปูลาดอยู่ในแผ่นดิน แต่หลุมบ่อและก้อนกรวดก็เต็มไปหมด หนึ่งในนั้นคือ การคอร์รับชั่นอย่างรุนแรงแต่วันนี้พวกเขาได้เป็นเจ้าภาพจัดบอลโลก เขาเปิดท้องพระโรงแห่งซุสเหนือแผ่นดินที่เคยชุ่มเลือดและน้ำตา
หมดเทศกาลบอลโลกแล้วพวกเขายังต้องลุ้นต่อว่า การลุงทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างที่รัฐบาลหวังหรือไม่ และขณะที่เราเพลินเพลินกับการสร้างมหกรรมโลกนั้น คนแอฟริกันจำนวนมากก็นึกไม่ออกและไม่เข้าใจว่า ทำไมรัฐบาลถึงใช้ภาษีของพวกเขาและเงินกู้มหาศาลมาจัดงานนี้ มากกว่านั้นอีกที่คิดว่า นี่เป็นเรื่องของคนรวย
ผมนึกถึงค่าแรงขั้นต่ำและราคาวูวูเซลาที่พากันหอบหิ้วกลับมา
ในความมืดนั้นผมนึกเทียบเคียงเอาเองว่า เห็นแอฟริกาใต้แล้วเมืองไทยเราจัดบอลโลกได้แน่ๆ เว้นแต่เราจะสมัครใจเล่นกีฬาสีกันไม่เลิกเท่านั้น
***ขอขอบคุณ บริษัท โคคา-โคลา ประเทศไทย จำกัดผู้สนับสนุนการเดินทาง***
ประมวลภาพสีสันบอลโลก







