posttoday
โอ๊ะ-โอปิโนต์ นัวร์

โอ๊ะ-โอปิโนต์ นัวร์

30 มิถุนายน 2553

“ไวน์ทำให้อาหารทุกมื้อเหมือนการเฉลิมฉลอง ช่วยให้โต๊ะอาหารดูดี และดูมีวัฒนธรรม” อองเดร ซีมง ผู้ผลิต/ค้าไวน์และนักเขียนเรื่องไวน์

“ไวน์ทำให้อาหารทุกมื้อเหมือนการเฉลิมฉลอง ช่วยให้โต๊ะอาหารดูดี และดูมีวัฒนธรรม” อองเดร ซีมง ผู้ผลิต/ค้าไวน์และนักเขียนเรื่องไวน์

ห่างหายจากญาติสนิทมิตรรักไวน์ไปหนึ่งสัปดาห์ เพราะช่วงนี้จะอู้ๆ ไปดูฟุตบอลนี้ดส์นึง แต่ “เปอติ๊ต ริสลิ่ง” ก็ไม่ลืมนะว่า ติดเรื่องราวของ “บิ๊กซิกซ์” หมายเลข 3 อย่าง “ปิโนต์ นัวร์” (Pinot Noir) เอาไว้

ย้ำเรื่องอภิมหาองุ่นทำไวน์ 6 สายพันธุ์ใหญ่ๆ ของโลก หรือ Big Six กันแบบเน้นๆ อีกรอบก็ได้ ประกอบด้วย (จำง่ายๆ) ขาว 3 แดง 3 ดังนี้เอง...

ขาว - โซวิญง บลองก์ (Sauvignon Blanc) ชาร์ดอนเนย์ (Chardonnay) และริสลิ่ง (Riesling)

แดง - กาแบร์กเนต์ โซวิญง (Cabernet Sauvignon) ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noir) และแมร์กโลต์ (Merlot)

เมาท์ถึง กาแบร์กเยนต์ โซวิญง กับ ชาร์ดอนเนย์ ไวน์แดงและขาวยอดฮิตของชาวไทยและชาวโลกไปแล้ว ครั้งนี้มาถึงคิว “ปิโนต์ นัวร์” ซึ่งเป็นหนึ่งใน “องุ่นดำ” ที่ใช้ทำ “ไวน์แดง” อีกหนึ่งพันธุ์

โอ๊ะ-โอปิโนต์ นัวร์ ภาพประกอบข่าว

ชื่อ ปิโนต์ นัวร์ มาจากรากศัพท์ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ต้นสน” กับ “สีดำ” ซึ่งก็เรียกตามลักษณะของพวงองุ่นที่มีลักษณะเหมือนลูกสนสีดำนั่นเอง

องุ่นปิโนต์ นัวร์ นิยมชมชอบที่เย็นๆ ทั่วโลกละจ้ะ เพราะฉะนั้น ก็เลยเป็นองุ่นที่ปลูกทั้งที่ออสเตรีย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี เยอรมนี มาซิโดเนีย ฯลฯ แต่รู้จักกันดีในฝรั่งเศสมาแต่ไหนแต่ไร ก็เห็นจะเป็นที่แคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) หรือบูร์กอญ (Bourgogne) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นดีไม่น้อยหน้าแคว้นบอร์กโดซ์เลย โดยเฉพาะที่โก๊ตดอร์ (Cote d’Or)

แม้จะปลูกได้มากมายหลายที่ แต่ใช่ว่าผลผลิตของปิโนต์ นัวร์ จะได้มาง่ายๆ เขาช่างเป็นองุ่นดำที่บอบบาง และถูกภัยร้ายในธรรมชาติเล่นงานได้ง่ายดายจริงๆ ในอดีตถึงกับมีคนเปรียบเปรยกับการปลูกแบร์กเนต์ โซวิญง ว่า สร้างโดยพระเจ้า ขณะที่ ปิโนต์ นัวร์คงจะเกิดจากน้ำมือซาตาน

ด้วยความที่เป็นองุ่นทำไวน์พันธุ์ฮิตของโลก แม้จะได้สมญาว่าเป็นองุ่นซาตาน แต่ในอีกด้านคนก็ยังเรียกว่าเป็นไวน์ที่ “โรแมนติก” ที่สุด ด้วยความที่มีสีสวย ถ้าไวน์ยังใหม่ๆ จะมีสีแดงราวกับทับทิมทีเดียวล่ะ นอกจากนี้ ยังมีความหอมหวานของกลิ่นรสผลไม้ อย่าง แบล็กเชอร์รี ราสพ์เบอร์รี หรือเคอร์แรนต์ – ซึ่งอาจจะไม่ต่างไปจากไวน์แดงอื่นๆ มากมายนัก แต่ถ้าเป็นปิโนต์ นัวร์ แท้ๆ มักจะมีบอดีอยู่ในระดับกลางๆ แทนนินไม่สูง ดื่มง่ายๆ สามารถดื่มได้เดี่ยวๆ โดยไม่ต้องอาศัยอาหารมาช่วยส่งเสริมกันและกันก็ยังได้

โดยทั่วไป เรามักจะท่องๆ กันว่า ไวน์แดงกินกับเนื้อ ไวน์ขาวกินกับปลา แต่ลองจิบปิโนต์ นัวร์ กับปลาแซลมอน หรือสั่งคู่กับอาหารจานไก่ดูบ้างสิ... น่าจะพอสูสีกับการจัดปาร์ตี้บาร์บีคิว+ปิโนต์ นัวร์ ทีเดียวล่ะ

ปิโนต์ นัวร์ ยังมีความสำคัญต่อการผลิตแชมเปญพอๆ กับชาร์ดอนเนย์ (ถ้านอกแคว้นชองปาญก็ใช้ผลิตสปาร์กลิงไวน์)แล้วบางที่ก็นิยมนำไปผลิตเป็นไวน์โรเซด้วย

ครั้งหน้ามาว่าด้วยเรื่องราวของ “โซวิญง บลองก์” ไวน์ขาวที่ช่างเหมาะกับอากาศและอาหารบ้านเราจริงๆ นะ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่