
สพญ.อรอุมา สิงหศิวานนท์....บางครั้งชีวิตต้องรุ้จักปล่อยวาง
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เธอคือลูกสาวของ รศ.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.พญ.วังวโรทัย ผู้จัดการกองแพทย์ บริษัท การบินไทย จบการศึกษาปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปีที่แล้วและมีกำหนดจะเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐในเดือน ส.ค.ปีนี้
เลือกสัตวแพทย์เพราะน้องหมา
สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) อรอุมา หรือ
“หมอเนตร” ยอมรับว่าเธอเป็นเด็กสายวิทย์และมีความเป็นอาร์ตติสต์อยู่ในตัว คือชอบเล่นดนตรีโดยเฉพาะคลาริเน็ตที่เล่นตั้งแต่ ป.5 แต่ที่พลิกผันได้มาเรียนสัตวแพทย์ เพราะสุนัขที่เลี้ยงไว้ป่วยและเสียชีวิตในช่วงเอนทรานซ์พอดี ทำให้น้องหมากลายเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจเรียนคณะสัตวแพทยศาสตร์“
ก่อนเอนทรานซ์สับสนว่าจะเรียนคณะอะไรดีเพราะดนตรีก็ชอบ แต่พอ ‘น้องบี’ สุนัขที่เลี้ยงไว้เกิดป่วยและเสียชีวิต เลยทำให้ตัดสินใจเรียนสัตวแพทย์ อีกอย่างประกอบกับเป็นคนที่รักสัตว์อยู่แล้ว โดยเฉพาะสุนัขที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก จะบอกว่าได้เรียนสัตวแพทย์เพราะน้องหมาเป็นไกด์ทางก็ว่าได้”สพญ.อรอุมา กล่าวต่อว่า พอได้เรียนจริงก็รู้สึกว่ายากกว่าที่คาด แต่ในความยากนั้นก็มีความสนุกหลายอย่างในวิชาเรียนซึ่งหลากหลายไม่ใช่แค่การรักษาสัตว์อย่างเดียว
“
พอเรียนจบเมื่อปีที่แล้วส่วนหนึ่งได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของภาษาเพื่อไปเรียนต่อโทที่สหรัฐในเดือน ส.ค.ปีนี้ เพื่อกลับมาเป็นอาจารย์สอนตามที่ตั้งใจไว้ ขณะเดียวกันก็ทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในฐานะสัตว แพทย์อย่างเต็มตัวที่โรงพยาบาลสัตว์แถวพัฒนาการ เป็นลักษณะงานพาร์ตไทม์ ทำเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ บางสัปดาห์ก็ทำวันศุกร์ด้วย” หมออรอุมา กล่าวพิชิตงานและชีวิตยากๆ ด้วยธรรมะ
ในการทำงานในฐานะสัตวแพทย์ทำให้หมอเนตรได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงในการรักษาสัตว์ต่างจากสมัยเรียนซึ่งอยู่ในความดูแลของอาจารย์ แต่เมื่อมาเป็นหมอเต็มตัวก็ต้องทำหน้าที่หมอเต็มที่ แม้ในบางครั้งอาจต้องเจอกับปัญหาและสถานการณ์ที่ไม่แฮปปี้บ้าง แต่ก็สามารถผ่านปัญหาและสถานการณ์ที่ยากลำบากนั้นมาได้โดยใช้ธรรมะเข้ามาช่วย
“
การทำงานบางครั้งก็มีภาวะที่กดดันอยู่บ้าง บางเรื่องไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ก็จะพยายามคิดและมองเรื่องนั้นในเชิงบวกก่อน บางเรื่องทำเต็มที่แต่ผลที่ออกมาไม่เป็นอย่างที่คาดก็จะเก็บเอามาเป็นบทเรียนในการพัฒนาตัวเองต่อไป แต่บางเรื่องก็ต้องรู้จักการปล่อยวาง ไม่ไปหมกมุ่นจนเกินไป ชีวิตก็จะมีความสุข เวลาทำงานก็จะไม่ต้องเครียดด้วย”ในฐานะสัตวแพทย์หญิงเธอขอฝากแนะคนที่อยากจะเลี้ยงสัตว์ว่า ถ้าคิดจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตามอยากให้รักสัตว์ที่จะเลี้ยงมากๆ ให้คิดเสมือนว่าเขาก็มีชีวิตจิตใจ ขณะเลี้ยงก็ให้รักและดูแลให้ดี มิใช่แค่เลี้ยงด้วยการให้ข้าวให้น้ำแค่นั้น แต่ต้องให้ความรักความเมตตาต่อเขาไปตลอดด้วย มิใช่ป่วยเป็นโรคหรืออายุมากแล้วก็เอาไปปล่อยทิ้ง







