
“จาไมกา เชอรี่” หรือตะขบฝรั่ง คำตอบสำหรับบ้านร้อน (1)
เรื่อง / ภาพ ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม
ถ้าเอ่ยถึงไม้ต้นชื่อ “จาไมกา เชอร์รี”คนไทยส่วนใหญ่จะส่ายหน้าด้วยความมึนงง เพราะไม่คุ้นหูมาก่อน สำหรับทั้งคำว่า “จาไมกา” แต่หลายคนพอจะทราบมาเลาๆ ว่า จาไมกา หรือจาเมกา เป็นชื่อของประเทศเล็กๆ ที่เป็นเกาะ ตั้งอยู่ในแถบทะเลแคริบเบียน ไม่ห่างกี่มากน้อยกับแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและคิวบาเท่าใดนักสำหรับคำว่า
“เชอร์รี” นั้นมาจากชื่อผลไม้เมืองหนาวชนิดหนึ่ง ซึ่งเมืองไทยนำเข้าปีละหลายสิบล้านบาท หรืออาจนับร้อยล้านบาทก็เป็นได้ แต่ในที่นี้คำว่า จาไมกา เชอร์รี มาจาก Jamaica Cherry ซึ่งเป็นคำหลวมๆ ไม่ได้หมายถึงผลเชอร์รีจริงๆ แต่ประการใด กลับเป็นผลไม้ที่มีผลนิ่มฉ่ำน้ำ และมีความคล้ายเชอร์รีเพราะมีสีแดงจาไมกา เชอร์รี เป็นไม้ผลเขตร้อน ที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกา แต่อยู่ในเขตร้อน แต่ที่นิยมเรียกกันหลายชื่อชาวไทยจึงตั้งชื่อว่าตะขบฝรั่ง แต่ชาวฟิลิปปิโนเรียกกันว่า คาริซา หรือซาริซา ซึ่งที่จริงแล้วควรใช้กับเชอร์รีจริงๆ คือ Prunus Salicifolia เท่านั้น
สำหรับชาวอเมริกันในฟลอริดา นิยมเรียกต้นตะขบว่า สตรอเบอร์รีทรี หรือต้นสตรอเบอร์รี เพราะดอกของต้นตะขบนี้ดูคล้ายดอกของสตรอเบอร์รี แต่คำว่าสตรอเบอร์รีทรี (Strawberry Tree) นั้นเป็นชื่อที่มักใช้กับต้นไม้ผลที่มีความสวยงาม ซึ่งคนไทยเรียกกันว่า ต้นลูกลิ้น หรือลูกไหน ซึ่งเรากินในรูปผลไม้กระป๋องจากเมืองจีนกันเป็นส่วนใหญ่ ลูกลิ้นหรือลูกไหนนี้มาจากต้นอาร์บูตัส (Arbutus unedo L.) ซึ่งปลูกกันมากในจีนและตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา
ก่อนที่จะงงไปกันใหญ่ หันกลับไปดูต้นตะขบของเรากันดีกว่า ต้นตะขบ หรือจาไมกา เชอร์รี นั้น มีชื่อเรียกตามแต่ท้องถิ่นประเทศที่มันถือกำเนิดมา เช่น เม็กซิโกประเทศเดียว เขาเรียกกันนับสิบชื่อตามแต่ประชาชนในจังหวัดต่างๆ ของเม็กซิโก ซึ่งดูใหญ่โตกว้างขวางเหลือเกิน ในกัวเตมาลา คอสตาริกา เรียกตะขบว่า คาปูลินบลังโก
ชาวบราซิเลียน เรียกว่า คาลาบูรา หรือเปาเดอซีดา คิวบันเรียกตะขบฝรั่งว่า คาปูลินา หรือคาปูลี คนฟิลิปปิโน เรียก ดาติเลสคาริซา หรือเซริซา ชาวเขมรเรียกว่าตะขบคล้ายพี่ไทย แต่คนเวียดนามเรียก เคตรุงกา ชาวมาเลเซีร์ยเรียก บุวาเชอร์รี หรือคีรูคัพสยาม หรือแจแปนิสเชอร์รี (ซึ่งค่อนข้างเลอะเทอะมากกว่าเพื่อน) เช่นเดียวกับบังอินเดียเรียกตะขบว่า ไชนิส เชอร์รี หรือแจแปนิส เชอร์รี พอกับมาเลย์เหมือนกัน ชาวศรีลังกาเรียกตะขบฝรั่งว่าแยมฟรุต ซึ่งตรงไปตรงมาดี เพราะผลตะขบฝรั่งหากเก็บได้มากเขานิยมเอาไปทำแยมเก็บไว้กินจะหวานหอมกว่า
สรุปว่าตะขบฝรั่ง ซึ่งคนไทยรู้จักกันดีนั้น เป็นไม้ผลซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในเขตร้อนหลายประเทศ และเป็นผลไม้ที่ได้ชื่อหลากหลายจริงๆ กล่าวกันว่าถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจริงๆ ของมันน่าจะมาจากภาคใต้ของเม็กซิโก ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วย แต่ก็เป็นได้ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง อเมริกาใต้ และแถบหมู่เกาะใหญ่น้อยในทะเลแคริบเบียน แต่ตัวอย่างทางพฤกษศาสตร์ที่บันทึกไว้เป็นครั้งแรกนั้นมาจากเกาะจาไมกา ซึ่งเรียกว่า
“จาไมกาเชอร์รี” ดังที่ผู้เขียนจั่วหัวเรื่องไว้ต้นตะขบฝรั่ง หรือจาไมกา เชอร์รี ได้แพร่กระจายพันธุ์ของมันออกไปในอเมริกาเขตร้อน และอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จนชาวบ้านชาวเมืองในประเทศนั้นๆ คิดว่าเป็นไม้ผลพื้นบ้านของเขาเองก็มี
จากตะขบฝรั่งมาเป็นพืชความหวังใหม่สำหรับลดโลกร้อน
ที่กล่าวมาเช่นนี้เพราะเป็นเรื่องนึกไม่ถึง ที่ต้นตะขบฝรั่ง ซึ่งคนไทยมักพบขึ้นเองตามสถานที่รกร้าง สิ่งก่อสร้างปรักหักพัง ลานคอนกรีตเก่าไร้ผู้ทำประโยชน์ หรือแม้แต่ตามโบราณสถานที่ไร้ผู้ดูแลรักษาอย่างทั่วถึง จะปรากฏต้นตะขบฝรั่งงอกขึ้นมาและแผ่ร่มเงาปกคลุมสถานที่ในเวลาเพียงไม่กี่ปี คนไทยมักมองเห็นต้นตะขบฝรั่งเป็นไม้ต้นไร้ค่า ไร้ความหมายใดๆ แต่หากเรามองต้นตะขบด้วยความรู้สึกที่เป็นธรรม และศึกษาเรื่องราวของมันให้ลึกซึ้งสักหน่อยแล้วจะเห็นถึงคุณค่าความดีและคุณสมบัติที่จะเป็นหนึ่งในพืชช่วยลดความร้อนให้แก่บ้านเรือนถนนหนทาง และอาจใช้ได้ในหลายประเทศเขตร้อนเลยทีเดียว
เราจะกล่าวถึงตะขบฝรั่งกันอีกครั้งในฉบับต่อไป







