
ความมุ่งมั่นสีเขียว
......วิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
ใครจะไปคิดว่าโรงงานที่เคยมีอิทธิพลในอดีต วันนี้จะเปลี่ยนไป ใครจะไปคิดว่า โรงงานที่เอาแต่ได้ในอดีต วันนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ทุกวันนี้หลายโรงงานที่เคยมีอิทธิพลใหญ่คับฟ้า และโรงงานประเภทที่สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม จะกลับลำหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปรับปรุงโรงงานเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยยึดเอาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ
ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะทัศนคติและความคิดของผู้บริหารโรงงานเปลี่ยนไป เนื่องจากผู้บริหารเหล่านั้นต่างมี
“ความมุ่งมั่นสีเขียว”เป็นที่ตั้งความมุ่งมั่นสีเขียวของผู้บริหารที่ว่านี้ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปรารถนาที่จะอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขและยั่งยืนด้วย
เรื่องนี้เห็นทีจะต้องอ้างอิงคำพูดของคุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ของเครือซิเมนต์ไทย ที่ย้ำว่า
“วันนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีความมุ่งมั่นในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม จะต้องร่วมมือกันทำงานในลักษณะของพันธมิตร (Partnership Model)ที่สำคัญก็คือ ไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนรอบข้างที่เป็นเสมือนญาติพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน
และยิ่งไปกว่านั้น จะต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนและเอ็นจีโอเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมและตรวจสอบโรงงานด้วยความเปิดเผยโปร่งใสด้วย
”จากทัศนะของคุณกานต์ ผมยังมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ความมุ่งมั่นที่จะอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนได้นั้น จะต้องเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างโรงงานและชุมชนด้วย
ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าปัญหามาบตาพุดส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เพราะมีการไม่ทำตามกฎหมายที่เกิดจากการทุจริตทั้งจากภาคราชการและความมักง่ายเอาแต่ได้ของภาคเอกชน จึงทำให้ชุมชนเกิดความไม่เชื่อมั่น (ไม่ไว้ใจ) จนนำไปสู่การพึ่งบารมีศาลปกครอง
การสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น จึงต้องเริ่มจากฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรมก่อน ด้วยความจริงใจและเป็นรูปธรรมชัดเจน
คือ โรงงานต้องพร้อมที่จะเปิดโรงงานให้ชุมชนเข้าไปสามารถร่วมตรวจสอบการประกอบกิจการอย่างโปร่งใสเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือกังวลใจ รวมไปถึงจะต้องสื่อสารให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำงานหรือการดำเนินการของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมตลอดถึงคุณสมบัติที่เป็นอันตรายมากด้วยของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์
ความมุ่งมั่นสีเขียวนี้จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่าโรงงานต้องเป็นมิตรกับชุมชนและต้องทำกิจกรรมเพื่อคืนกำไรสู่สังคมด้วย คือ มีการประกอบกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมหรือมี CSR
แต่จะต้องไม่ใช่การทำไปตามกระแสสังคม หรือในกิจกรรมต่างๆ อย่างแท้จริงเพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ต้องทำอย่างจริงใจและเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วม
และที่สำคัญก็คือ โรงงานจะต้องตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของชุมชนให้ได้ โดยมุ่งมั่นให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
แนวความคิดเรื่อง
“ความมุ่งมั่นสีเขียว” ในวันนี้จึงขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ไม่จำกัด เพียงการปรับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับชุมชนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงแนวคิดเกี่ยวกับการคืนภาษีกลับสู่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อความเจริญมั่งคั่งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีของท้องถิ่นทั้งหมดทั้งปวงนี้ ต้องเกิดจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีมองโลกของผู้บริหาร โดยการไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานของการเสริมสร้าง
“โลกสีเขียว” จึงต้องเกิดจาก “ความมุ่งมั่นสีเขียว” ของผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นและเขียวขึ้น ครับผม !






