posttoday
ดร.ชาคริต พิชญางกูร จัดสมดุลงานที่รักและงานที่ฝัน

ดร.ชาคริต พิชญางกูร จัดสมดุลงานที่รักและงานที่ฝัน

02 กุมภาพันธ์ 2558

เชื่อว่าคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจจะมีแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปทุกคนก็อยากจะทำตามฝัน อยากเป็นนายตัวเอง

โดย...กองทรัพย์

เชื่อว่าคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจจะมีแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปทุกคนก็อยากจะทำตามฝัน อยากเป็นนายตัวเอง และอยากมองเห็นผลสำเร็จที่เป็นตัวเงิน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนใช้ปัจจัยใดเป็นแรงขับเคลื่อน ซึ่ง “ดร.ชาคริต พิชญางกูร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ซ (ประเทศไทย)  ดูจะมีครบทั้งสามองค์ประกอบ เพียงแต่เขาบอกว่าเขามีความใฝ่ฝันเป็นองค์ประกอบใหญ่ ความฝันที่อยากมีธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม

เนื่องจาก ดร.ชาคริต เติบโตมาในครอบครัวที่เลี้ยงดูแบบให้ทำอะไรตามที่ตัวเองชอบ จึงพยายามจะเลือกและหาจังหวะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบอยู่เสมอ พอมีจังหวะโอกาสเข้ามาก็ไม่รีรอที่จะทำหรือพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ใกล้กับความชอบนั้นให้ได้มากที่สุด

“ผมใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะมีธุรกิจตัวนี้ ผมรู้ตัวว่าผมต้องการอะไร ยี่สิบกว่าๆ ก็รู้แล้วและมั่นใจแล้ว ผมตัดสินใจไม่ทำงานกับที่บ้านแล้วจะลุยข้างนอก เลยมุ่งตรงไปที่บริษัทที่ทำงานด้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะ นานพอที่จะเข้าใจว่าธุรกิจความงามนั้นมันมีพื้นฐานหรือกลไกยังไง ที่แห่งนั้นนับเป็นโรงเรียนที่ใหญ่สำหรับการเรียนรู้ของผม ไปเรียนต่อเรื่องที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ด้วยนวัตกรรม

“ผมว่าถ้าคุณชอบหรือรักมันมากพอคุณจะพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ๆ สิ่งนั้น ผมตัดสินใจทำสกินแคร์เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมอ่านหนังสือบนเครื่องบินและสะดุดตากับบทความที่ว่าด้วยเรื่องราวของสาหร่ายหิมะสีแดงที่ไปโตในเทือกเขาแอลป์ มีงานวิจัยรองรับ และได้สิทธิบัตรที่อเมริกาด้วย ผมปิ๊งไอเดียเลยว่านี่แหละคือส่วนผสมสำคัญในสกินแคร์ของเรา เพราะว่ายังไม่มีใครนำเข้ามาทำในไทย และเรื่องเล่าของเขาก็น่าสนใจ ก็เลยตัดสินใจในโมเมนต์นั้นเลย จึงเริ่มศึกษา เราก็ติดต่อแล็บที่สวิตเซอร์แลนด์ หาผู้ผลิต เรื่องการดีไซน์ หาทีมเข้ามาเสริม และการขายก็จะขายเป็นไดเรกต์เซลส์ผ่านรายการทีวี และจะเริ่มเข้าร้านค้าต่างๆ ในครึ่งปีหลัง“

ดร.ชาคริต พิชญางกูร จัดสมดุลงานที่รักและงานที่ฝัน

 

เมื่อถามว่าประสบการณ์จากองค์กรระดับโลกช่วยอะไรบ้าง เจ้าของแบรนด์ MAGIQUE บอกว่า “ผมคิดว่ากว่าจะพร้อมก็ต้องไปเจอสนามแบบก่อน ต้องเข้าใจว่าผู้บริโภคเป็นยังไง แล้วถึงจะเอามาประยุกต์ใช้ได้ ซึ่งการทำงานในองค์กรใหญ่ทำให้เรารู้จักกลยุทธ์และระบบการทำงาน พอมาทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลาง ทำให้เราได้เปรียบในแง่การขับเคลื่อนองค์กร แต่เรื่องระบบและวิธีคิดเราได้จากเขามาเต็มๆ”

ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ผู้บริหารเท่านั้น แต่ ดร.ชาคริตยังมีงานอีกหนึ่งอย่างที่บอกว่ารักได้อย่างเต็มปาก คือการสอนหนังสือ ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และเป็นอาจารย์พิเศษที่วิทยาลัยนานาชาติมหิดลด้วย

“การสอนหนังสือคือการแลกเปลี่ยนความรู้ เด็กสมัยนี้เขาเก่ง เพราะการไปสอนแต่ละครั้งเราก็จะได้อะไรกลับมาทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าเราไปให้เขาอย่างเดียว เรื่องที่สอนส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องที่ตัวเองทำงานอยู่ เช่น การบริหารจัดการธุรกิจขนาดเล็ก (Small Business Management) ซึ่งคนที่มาเรียนจะเป็นคนมีไฟ มีฝัน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำธุรกิจ เป็นคนทำงานที่มีไอเดียมากมาย

“ชีวิตวันนี้ค่อนข้างบาลานซ์ เพราะงานก็ได้ทำตามเป้าหมาย ได้สอนหนังสือด้วย แต่ผมก็ยังมองว่าผมเป็นมือสมัครเล่นสำหรับการสอนอยู่ดี แต่ก็เป็นงานที่ทำแล้วชอบทั้งสองอย่าง ผมเป็นคนไม่บ้างานและเป็นคนรักตัวเอง จึงไม่มีทางทำให้ร่างกายแย่ด้วยการตรากตรำทำงานหนัก ผมคิดว่าชีวิตเราต้องสมดุล ถ้าวันไหนทำงานหนักวันต่อไปก็ต้องมีเบรก ถ้าวันนี้ทานเยอะ พรุ่งนี้ก็ต้องทานน้อยลง

“ผมจะไม่เครียดและเข้มงวดกับชีวิตมากนัก แต่จะคิดทบทวนตัวเองเสมอว่าเมื่อวานเราทำอะไรไปเยอะไหม วันนี้เราจะสบายๆ นะ ภายในหนึ่งสัปดาห์ผมจะพยายามจัดสมดุลตัวเอง จะมีแผนคร่าวๆ ว่าจะทำอะไรภายในหนึ่งสัปดาห์ จะพยายามบริหารจัดการเวลา 7 วันของเราให้ลงตัวและสมดุลที่สุด แล้วจะลงตัว ผมว่าทุกคนก็น่าจะทำแบบนั้น”

แม้จะเชื่อและชื่นชอบระบบการขายแบบไดเรกต์เซลส์ แต่การมีหน้าร้านหรือการวางขายในร้านค้าก็ยังจำเป็นอยู่เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค ซึ่งเป้าหมายขั้นต่อไปคือการมีหน้าร้าน หรือนำสินค้าของเราไปวางขายในร้านค้า

ดร.ชาคริต พิชญางกูร จัดสมดุลงานที่รักและงานที่ฝัน

 

“ผมอยากเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทั่วทั้งร่างกาย ทุกปัญหาสุขภาพและความงาม ผมคิดว่าในอนาคตคนจะมองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ตัวเองตรงๆ เท่านั้น แต่เป้าหมายที่อยากมีมากที่สุด คือการเปิดหน้าร้านของตัวเอง คือในร้านจะมีเฉพาะผลิตภัณฑ์ของเราอย่างเดียวน่าจะภายใน 3 ปีนี้ จะมีผลิตภัณฑ์ทุกตัวของเรา”

นอกจากเป้าหมายที่จะพาแบรนด์ MAGIQUE เติบโตในตลาดแล้ว ความฝันในชีวิตอีกหนึ่งอย่างก็คือการเป็นอาจารย์เต็มตัว

“ผมอยากสอนเยอะขึ้น ทำงานน้อยลง เพราะการสอนตอบโจทย์ผม ถ้า 55 ปี เกษียณผมว่าคงได้สอนหนังสือเต็มตัว การสอนหนังสือสำหรับผมเป็นอะไรที่ไม่มีความเครียด ความรู้สึกจึงไม่เหมือนว่าเราทำงาน เป็นงานที่ผมผ่อนคลายเหมือนได้เติมพลัง มีความสุข จะมองว่าการสอนหนังสือของผมเป็นงานอดิเรกก็ได้นะ เพราะผมมีความสุข เราพร้อมที่จะไปเจอ ส่วนธุรกิจที่เราสร้างผมยังไม่ได้ฝันอะไรไปมากกว่านี้ พอได้มาทำจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่าเราสำเร็จแล้ว แต่อย่างไรก็ตามอนาคตก็ต้องดีกว่าเดิม คิดใกล้ๆ ไว้ก่อนว่าอาจมีแนวโน้มที่จะขยายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในระดับอาเซียน ซึ่งต้องมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองและหาพาร์ตเนอร์ที่ดี”

เมื่อถามว่าปัจจัยที่จะทำให้สตาร์ทอัพรุ่นใหม่สำเร็จได้ต้องประกอบด้วยปัจจัยใดบ้าง รุ่นพี่อย่าง ดร.ชาคริต บอกว่า “ผู้ประกอบการสมัยใหม่จะต้องปรับตัวให้ได้อย่างเร็วที่สุด อย่างยึดติดกับสิ่งที่วางไว้ เช่น เราคิดว่าจะทำสินค้าออกมาเพื่อคนกลุ่มนี้ แต่พอเราเริ่มทำแล้วมีสัญญาณว่าไม่ใช่ต้องรีบเปลี่ยนเลยด้วยความรวดเร็ว เพราะเราไม่สามารถเดาใจผู้บริโภคได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่าไปยึดติดกับแผนที่วางไว้มากจนเกินไป การปรับตัวให้เร็วที่สุดตามผลลัพธ์ที่ออกมาจากผู้บริโภคจะสำคัญมาก

“ไม่ว่าจะทำงานด้านไหนก็ต้องปรับตัวให้ไว การปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำคัญที่สุด อย่ายึดติดกับกรอบที่เราวางไว้ ถึงเราจะเป็นคนวางเองก็เปลี่ยนได้ ไม่เป็นไร ให้มองที่ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางผมว่าสำคัญ” ดร.ชาคริต แนะนำ

ดร.ชาคริต พิชญางกูร จัดสมดุลงานที่รักและงานที่ฝัน

ดร.ชาคริต พิชญางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ซ (ประเทศไทย)

การศึกษา

ปริญญาเอก สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (Technopreneurship and Innovation Management) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาโท Accountancy มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน (The George Washington University) สหรัฐอเมริกา

ปริญญาตรี Accounting Control System มหาวิทยาลัยเทกซัส (University of North Texas) สหรัฐอเมริกา

ผลงานอื่นๆ

ร่วมเขียนหนังสือ "Startup เสี่ยยุคใหม่" ติดอันดับหนังสือขายดีของซีเอ็ด

ร่วมเป็นพิธีกรรับเชิญในรายการ "Startup เสี่ยยุคใหม่" ทางช่อง Nation TV (22)

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร